มงคลที่ 22 มีความเคารพ

(1/1)

เทพสายลม:

มงคลที่ 22 มีความเคารพ

ความเคารพคืออะไร ?
ความเคารพ หมายถึง ตระหนัก ซาบซึ้ง รู้ถึงคุณความดีที่มีอยู่จริงของบุคคลอื่น ยอมรับนับถือความดีของเขาด้วยใจจริง แล้วแสดงความนับถือต่อผู้นั้นด้วยการแสดงความอ่อนน้อม อ่อนโยน อย่างเหมาะสม ทั้งต่อหน้าและลับหลัง

สิ่งที่ควรเคารพอย่างยิ่ง
1. ให้มีความเคารพในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือตระหนักถึงพระคุณความดีอันมีอยู่ในพระองค์ ซึ่งกล่าวโดยย่อได้แก่ พระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ
2. ให้มีความเคารพในพระธรรม คือตระหนักถึงคุณประโยชน์อันมหาศาลของพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
3. ให้มีความเคารพในพระสงฆ์ คือตระหนักถึงคุณความดีของพระสงฆ์ ผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ เป็นผู้สืบอายุพระพุทธศาสนา
4. ให้มีความเคารพในการศึกษา คือตระหนักถึงคุณค่าของการศึกษาหาความรู้
5. ให้มีความเคารพในสมาธิ คือตระหนักถึงคุณประโยชน์อันมหาศาลของการทำสมาธิ
6. ให้มีความเคารพในความไม่ประมาท คือตระหนักถึงคุณประโยชน์ของการมีสติกำกับตัวในการทำงานต่างๆ
7. ให้มีความเคารพในการต้อนรับแขก คือตระหนักถึงคุณประโยชน์ของการต้อนรับแขก ซึ่งมีด้วยกัน 2 ประการ
- อามิสปฏิสันถาร ต้อนรับด้วยสิ่งของ
- ธรรมปฏิสันถาร ต้อนรับด้วยธรรม

การแสดงความเคารพ
การแสดงความเคารพ คือการแสดงความตระหนักในคุณความดีของสิ่งที่เราเคารพด้วยใจจริง ให้ปรากฏชัดแก่บุคคลทั่วไป ด้วยการแสดงออกทางกาย วาจา
การแสดงความเคารพที่ถูกต้องตามหลักธรรม หมายถึงการแสดงออก เพราะตระหนักในคุณความดีของสิ่งที่เคารพด้วยใจจริง

ข้อเตือนใจ
ความเคารพ คือการตระหนักในคุณความดีของคนอื่นและสิ่งอื่น ซึ่งผู้ที่จะตระหนักในคุณความดีของคนอื่นและสิ่งอื่นได้ จะต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งเป็นทุนอยู่ในใจก่อนคือมีปัญญา ความรู้จักผิดชอบชั่วดีพอสมควร

อานิสงส์การมีความเคารพ
1. ทำให้เป็นคนน่ารัก น่าเอ๋นดู น่าเกรงใจ
2. ทำให้ได้รับความสุขกาย สบายใจ
3. ทำให้ไม่มีความเดือดร้อน ไม่มีเวร ไม่มีภัย
4. ทำให้สามารถถ่ายทอดความดีจากผู้อื่นได้ง่าย
5. ทำให้ผู้อื่นอยากช่วยเหลือ เพิ่มเติมคุณความดีให้
6. ทำให้สติดีขึ้น เป็นคนไม่ประมาท
7. ทำให้เป็นคนมีปัญญาละเอียดอ่อน รู้จริง และทำได้จริง
8. ทำให้เกิดในตระกูลสูงไปทุกภพทุกชาติ
9. ทำให้บรรลุมรรคผลนิพพานโดยง่าย
ฯลฯ

จากหนังสือมงคลชีวิต ฉบับ "ทางก้าวหน้า"

เทพสายลม:


นิทานชาดก เรื่อง ลำดับอาวุโส

ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า เมื่อคราวเสด็จไปเมืองสาวัตถี ทรงปรารภการห้ามเสนาสนะของพระสารีบุตร เรื่องมีอยู่ว่า สมัยนั้นเมื่อท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างวิหารเสร็จแล้ว ส่งทูตไปนิมนต์พระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ มีพระสงฆ์สาวกแวดล้อมได้เสด็จออกจากเมืองราชคฤห์มารับการถวายวิหาร พวกอันเตวาสิกของฉัพพัคคีย์ภิกษุ เดินทางล่วงหน้าไปถึงกรุงสาวัตถีก่อนใคร แล้วพากันจับจองเสนาสนะเอาไว้ให้พระอุปัชฌาย์และอาจารย์ของตนเอง ทำให้พระสารีบุตรเถระผู้มาถึงทีหลังไม่ได้เสนาสนะ จึงเป็นเหตุให้พระพุทธองค์ประชุมภิกษุสงฆ์แล้วตรัสว่า
      ” ภิกษุทั้งหลาย ในศาสนานี้ ควรกระทำอภิวาท การลุกรับ อัญชลีกรรม สามีจิกรรมต่อผู้แก่กว่า ภิกษุควรได้อาสนะเลิศ น้ำอันเลิศ ก้อนข้าวอันเลิศ ตามลำดับผู้ที่แก่กว่า ”

แล้วได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า…

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีสัตว์สามสหายคือ นกกระทา ลิงและช้าง อาศัยต้นไทรใหญ่ต้นหนึ่งอยู่ในป่าหิมพานต์ สัตว์ทั้งสามอยู่อย่างไม่เคารพ ไม่ยำเกรง ไม่เสมอภาคกัน ต่อมาสัตว์ทั้งสามตัวตกลงจะทำความเคารพกันตามความอาวุโส จึงคิดหาวิธีรู้ว่าใครจะเกิดก่อนกัน

อยู่มาวันหนึ่ง สัตว์ทั้งสาม ขณะอยู่ที่ต้นไทรได้ถามกันและกันว่า
      ” ท่านรู้จักต้นไทรนี้เมื่อไหร่ ?”

ช้างพูดว่า
      ” สมัยที่เราเป็นลูกช้าง ต้นไทรนี้อยู่ระดับขาอ่อนของเรา เราเห็นมันตั้งแต่เป็นพุ่มไม้ ”
ลิงพูดว่า
      ” เราเป็นลูกลิงนั่งอยู่พื้นดิน ก็เคี้ยวกินหน่อของต้นไทรอ่อนนี้ เราเห็นมันตั้งแต่เป็นต้นเล็ก ๆ อยู่ ”

ส่วนนกกระทาพูดว่า
      ” สหายทั้งสองเอ๋ย เมื่อก่อนต้นไทรใหญ่อยู่ที่โน้น เราไปกินผลของมันแล้วมาถ่ายอุจจาระลงในที่นี้ จึงทำให้มีต้นไทรต้นนี้ขึ้น ”

จึงทำให้สัตว์ทั้งสามทราบลำดับอาวุโสของกันและกัน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ลิงและช้าง จึงอยู่ในโอวาทของนกกระทา ทำความเคารพยำเกรงกันและกัน

พระพุทธองค์ เมื่อตรัสอดีตนิทานจบแล้ว จึงได้ตรัสพระคาถาว่า
     ” นรชนเหล่าใด ฉลาดในธรรม นอบน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่
       นรชนเหล่านั้น เป็นผู้ได้รับความสรรเสริญ ในปัจจุบันนี้
       และมีสุคติภพในเบื้องหน้า ”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
  เป็นผู้น้อยควรให้ความเคารพยำเกรงผู้ที่อาวุโสกว่า

http://นิทานชาดก.whitemedia.org

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ