หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คำทาย (โจ๊กปริศนา)  (อ่าน 4847 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
คะแนนแทนกำลังใจ: 1153
เหรียญรางวัล:
Good Performพี่ชายที่แสนดีนักจัดรายการAdministator
กระทู้: 703
ออฟไลน์ ออฟไลน์
« เมื่อ: 15 พฤษภาคม 2553, 10:39:30 PM »





ชื่อ คำทาย (โจ๊กปริศนา)
   
ภาค    ภาคกลาง

จังหวัด    ชลบุรี

สถานที่ บริเวณลานวัด ศาลา ใต้ถุนบ้าน ใต้ต้นไม้ หรือที่ที่เหมาะสม

อุปกรณ์และวิธีการเล่น

                      กระดาษขนาดใหญ่ พอมองเห็นกันทั่วสำหรับเขียนคำทายโจ๊ก กล่องเล็กๆ ๑ ใบ กระดิ่ง หรือ กริ่ง หรือนกหวีด อย่างใดอย่างหนึ่ง เครื่องขยายเสียงเหมาะสำหรับการทายที่มีจำนวนคนมาก ๆ เพราะการทายแต่ละครั้งควรให้ทุกคนได้ยินทั่ว ๆ กัน และพร้อม ๆ กัน เพื่อความรู้ด้วยเครื่องขยายเสียงดังกล่าว ควรจะมีไมโครโฟน ๒ ตัว สำหรับผู้ทาย ๑ ตัว สำหรับนายโจ๊ก ๑ ตัว ถ้าบริเวณเงียบสงบจริง ๆ เครื่องขยายเสียงก็ไม่มีความจำเป็น เครื่องบอกสัญญาณต่าง ๆ เช่น นกหวีดนายโจ๊กมีไว้สำหรับเป่า เมื่อมีคนเริ่มทาย พอผู้ทายเรียกชื่อโจ๊กที่บอกหมายเลขเอาไว้เมื่อไร นายโจ๊กจะเป่านกหวีด เพื่อแสดงว่านายโจ๊กกำลังฟังคำตอบอยู่แล้ว ในสมัยแรก ๆ ใช้ระฆังหรือกระดิ่ง ปัจจุบันใช้กริ่งไฟฟ้าแทน ระฆังหรือกริ่งนี้มีไว้สำหรับตีหรือกดบอกสัญญาณ

ว่า ตอบถูกทุกขั้นตอน

วิธีการเล่น

              การทายโจ๊กต้องมีสถานที่สงบ มีแสงสว่างเท่าที่สามารถอ่านตัวหนังสือได้ชัดเจน ขนาดกว้าง ๕ เมตร ยาว ๑๐ เมตร มีม้านั่งสำหรับคนทาย ๕ แถว ๆ ละ ๑๐ ตัว มีลวดสำหรับขึงเหมือนราวตากผ้า เพื่อติดกระดาษแผ่นโจ๊กบนเส้นลวดนั้น แล้วยึดด้วยไม้หนีบไม่ให้ปลิว ผู้ทายโจ๊กหรือเรียกว่า คนออกโจ๊ก จะนำกระดาษที่เขียนโจ๊กไว้แล้วประมาณ ๑๐-๑๕ แผ่นเขียนเป็นโคลงมากกว่าเป็นกลอนหรือคำประพันธ์ชนิดอื่น มาขึงติดกับราวเชือก แล้วเป่านกหวีดให้สัญญาณให้คนเริ่มทายได้ โดยอ่านโจ๊กแผ่นที่จะทายทีละบาท จนหมดโจ๊กข้อนั้น ถ้าทายถูกหมด คนออกโจ๊กจะเป่านกหวีด หรือสั่นกระดิ่ง ให้รางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ลูกอม ถ้าทายไม่ถูก คนออกโจ๊กจะตีกลองเบา ๆ ก็แสดงว่า คำตอบเกือบถูก แต่ถ้าตีกลองดัง หรือเร็ว แสดงว่าทาย
ผิดมาก ต้องพยายามเล่นใหม่ สำหรับบอกสัญญาณว่า "ผิด" ปรกติจะตี ๒ ที (ตุ๊ง-ตุ๊ง) ต่อมาก็พัฒนาเป็นตีเท่ากับจำนวนคำตอบที่ผิด เช่น ผิด ๑ บรรทัด ตี ๑ ที ผิด ๓ บรรทัดตี ๓ ที เป็นต้น คิดว่าจำนวนครั้งที่ตีไม่ใช่เป็นสิ่งสำคัญมากนัก

เวลาที่เล่น

เดิมนิยมเล่นกันในงานตรุษ งานสงกรานต์ งานทอดกฐิน แต่ปัจจุบันนิยมเล่นในงานศพ เพื่อเป็นเพื่อนศพ


แนวคิด

           การเล่นทายโจ๊กนั้นเป็นฝึกภาษาให้มีความรู้ด้านวรรณคดี รอบรู้เรื่องต่าง ๆ และนำมาผสมผสานเพื่อทายโจ๊ก ผู้ทายถูกคือผู้มีปัญญา ไหวพริบดี และฝึกให้ผู้เล่นใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ไม่มั่วสุมอบายมุข
   

   
[




ประวัติ

                        นายวีระ ฉ่ำตุ๋ย ได้เล่าให้ฟังว่า ชาวจีนในสมัยโบราณมีความรู้เกี่ยวกับการ แต่งกลอน ชอบบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ เมื่อเวลามีงานเทศกาลที่สำคัญของชาวจีน เช่น เทศกาลตรุษจีน วันไหว้พระจันทร์ งานไหว้บรรพบุรุษ ชาวจีนจะประดับประดาโคมไฟ และจะเขียนคำกลอนด้วยสีแดงไว้บนโคมไฟ แขวนไว้หน้าบ้าน เมื่อคนที่สัญจรผ่านไป มาต่อคำกลอนที่เจ้าของบ้านเขียนไว้ได้ เจ้าของบ้านจะเชิญเข้าบ้านเพื่อรับประทาน อาหารและจะให้เกียรติถือว่าเป็นคนมีความรู้ ควรสรรเสริญ เมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ ชาวจีนอพยพเข้ามาในประเทศไทย ขึ้นฝั่งบริเวณชายทะเลจังหวัดระยอง และจังหวัด ใกล้เคียงและพักอาศัยอยู่แถบชลบุรี กรุงเทพ แถวสำเพ็ง

                      เมื่อถึงเทศกาลของชาวจีน ก็ จะจัดพิธีเช่นเดิม มีการเขียนกลอน คนไทยเองเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอนเช่นกันก็แต่ง กลอนเป็นภาษาไทย ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้า ฯ ให้ มีการเล่นผะหมี โดยให้แต่งร้านแบบจีนเป็นห้องโถง มีช่องผู้ตอบแก้คำปริศนา คำ ปริศนาเขียนบนกระดาษสีต่าง ๆ ติดไว้ตามข้างฝา ผู้ใดคิดได้ก็ปลดลงมา ผู้ตอบจะต้อง เสียเงิน ๑ บาท ก่อนแล้วจึงตอบ เมื่อตอบแล้วก็อาจมีอาณัติสัญญาณดังขึ้น ถ้าเป็น เสียงกลองก็แปลว่าทายถูก จะได้รับรางวัลเป็นสิ่งของ แต่ถ้าตอบผิดก็จะมีเสียงแก๊ก ผู้ ตอบต้องนำปริศนาไปไว้ที่เดิม ต่อมาภายหลัง ทรงให้เรียกว่า “การทายปริศนา”


                    สำหรับจังหวัดสมุทรปราการและจังหวัดชลบุรี หรือแม้แต่กรุงเทพเองก็อยู่ใกล้ เคียงกัน จึงมีการเล่นปริศนาคำทาย โจ๊ก ผะหมีกันอย่างแพร่หลาย ที่เรียกว่า “โจ๊ก” สันนิษฐานได้ว่า การทายปริศนานั้นต้องใช้เวลานาน เล่นกันจนดึกดื่น เจ้าภาพจึงต้ม โจ๊กมาเลี้ยง หรืออาจจะเป็นได้ว่าการทายโจ๊กนั้น ถ้าแปลคำว่าโจ๊ก ก็คือ ตลก การทาย โจ๊กเล่นแล้วตลกและให้ความสนุกสนาน จึงเรียกว่าโจ๊ก ในพื้นที่อำเภอเมือง สมุทรปราการ หรือที่เราเรียกว่าปากน้ำ นิยมเรียกว่าการทาย “โจ๊ก” จะเล่นในงานแห่ผ้า ห่มองค์พระสมุทรเจดีย์บ้าง ในงานศพบ้าง แต่ที่อำเภอบางบ่อ นิยมเรียกว่า “ผะหมี” เพราะ คำว่า “ผะหมี” ผะ แปลว่า ตี หมี แปลว่า ปัญหา รวมกันแล้วแปลว่าการตี ปัญหา หรือการทายปัญหา


การทายปริศนา มีอยู่ ๑๑ ลักษณะ คือ

๑. โคลงสี่สุภาพ
๒. ดอกสร้อย
๓. จุลพจน์
๔. กระจุ๋มกระจิ๋ม
๕. ทศ
๖. สักวา
๗. กาพย์ยานี
๘. กาพย์ฉบัง
๙. ปริศนาภาพ
๑๐. อะไรเอ่ย
๑๑. จตุพจน์

             ปริศนาทั้ง ๑๑ นี้เปลืองตัวเฉลยมาก เพราะต้องใช้ตัวเฉลย ๘–๑๐ ตัวเฉลย ที่มา ก็มาจากพจนานุกรม ภายหลังนายโรงไม่ค่อยแต่งปัญหาในลักษณะเหล่านี้ มักจะใช้ เป็นแบบโคลงสี่สุภาพ เพราะใช้ตัวเฉยเพียง ๔ ตัว ตัวอย่าง

ผู้หนึ่งชำนาญด้าน ดนตรี (พระอภัยมณี)
ผู้หนึ่งหลงลาวศรี พี่น้อง (พระลอ)
ผู้หนึ่งวุ่นราวี ขึงนุช คืนมา (พระราม)
ผู้หนึ่งโปรยทานก้อง ล่ำสร้างผลบุญ (พระเวสสันดร)
พิฆาตกุมภีล์ดิ้น ดับชนม์ (ไกรทอง)
นางเปลี่ยนชื่อสองหน ช่วยเว้า (วันทอง)
เป็นหอยก่อนเป็นคน นามนั่น ใดนอ (สังข์ทอง)
ส่ำส่อนกับหนุ่มเหน้า เช่นนี้นามใด (ดอกทอง)
บางครั้งหาคำเฉลยได้เพียงแค่ ๓ คำ ก็สามารถแต่งได้ แต่ต้องบอกให้ผู้ทายทราบในบาทที่ ๔
แบแบะเผยแจ่มแจ้ง อะไร (อล่างฉ่าง)
อร่ามลักษณ์ระเริงใน อะเคื้อ (อล่องฉ่อง)
บวมปูดอุดทั่วไป อนาถนึก (อลึ่งฉึ่ง)
สามบาทขาดหนึ่งเดื้อ แผ่นนี้ทายสามผะหมีผวน
แต หนึ่งนามหมู่ไม้ มีพิษ (แตยำ - ตำแย)
แต หนึ่งกวนสะกิด ยั่วเย้า (แตยอ – ตอแย)
แต หนึ่งดัดจริต โป้ปด (แตหลอ – ตอแหล)
แต หนึ่งสัตว์สี่เท้า กู่ก้องร้องไกล (แตกุ๊ก - ตุ๊กแก)


สถานที่เล่น

         นิยมปลูกเป็นโรงไม้ยกพื้นสูง ไม่ต้องใหญ่โตนัก มีบันไดขึ้นด้านหลังสำหรับนาย โรงและลูกมือ ด้านหน้าเปิดโล่ง มีเสาปัก ๒ ต้น เพื่อเอาไว้ขึงจอซึ่งใช้มู่ลี่ ด้านหน้ามู่ลี่ขึง ลวดเป็นชั้น ๆ แต่ละชั้นห่างกันประมาณ ๑ - ๑.๕ ฟุต เพื่อติดกระดาษปริศนา พื้นด้าน หน้าเว้นไว้พอมีทางให้นายโรงเดินติดหรือปลดคำถาม ของรางวัลตั้งอยู่บนโต๊ะด้านข้าง ด้านหลังจอมีโต๊ะวางสมุด ทะเบียนเฉลยและอุปกรณีต่างๆ ของนายโรงและลูกมือ ได้ แก่ กลองสัญญาณ และกริ่ง ตัวโจ๊กเขียนบนกระดาษสีหรือกระดาษวาดเขียน ตัวอักษร ใหญ่พอให้คนข้างล่างมองเห็นได้

วิธีทาย

            จะเริ่มด้วยโหมโรงด้วยเสียงตะลุงตุงฉ่าง ๆ จังหวะช้า ๆ ค่อยเร็วขึ้นจนรัวเป็นชุด เพื่อเรียกคน แล้วนายโรงจะกดกริ่งเป็นเสียงยาวแสดงว่าเปิดการเล่นผะหมีแล้ว

               ผู้มาชมจะอ่านแผ่นปริศนาต่าง ๆ เมื่อคิดว่าตนทายได้แผ่นใด ก็จะขานขึ้นว่าจะ ทายแผ่นใด เช่น จุลพจน์ ๒๐ นายโรงก็จะเปิดสมุดเฉลย เล่มที่เป็นจุลพจน์ เมื่อพบแล้ว จะตีกลองรับ ๑ ตุ๊ง แสดงว่าพร้อม ผู้ทายจะอ่านโคลงที่ละบาท และทายไปทีละบาท จน ครบ ๔ บาท ถ้าทายถูกหมดผู้ทายจะกดกริ่งเสียงยาวแสดงว่าถูกต้อง ลูกมือจะนำกล่อง สลากไปให้จับแล้วจ่ายของรางวัล แต่ถ้าทายถูกบ้างผิดบ้าง นายโรงจะบอกใบ้ให้เช่น ทายผิด ๑ คำทาย จะตีข้างกลอง ๑ แก๊ก ผิด ๒ คำทายตี ๒ แก๊ก และอาจจะต่อด้วยตะ ลุ่งตุ้ง คนเชียร์จะรับว่า เฮิ้ว เป็นที่สนุกครึกครื้น

สำหรับผะหมีภาพจะไม่มีการตีกลองบอกใบ้ ถ้าทายถูกจะกดกริ่งยาว ถ้าผิด นายโรงจะตีกลองตะลุ่งตุ้งเฮิ้วทันที

โอกาสในการเล่นผะหมี

จะเล่นในงานลอยกระทง งานสงกรานต์ งานแห่ผ้าห่มองค์พระสมุทรเจดีย์ งาน นมัสการหลวงพ่อปาน หรือแม้แต่ในงานศพ


คุณค่า

เพื่อความเพลิดเพลิน ฝึกสติปัญญา สร้างความสามัคคี ฝึกให้เป็นคนกล้า และเคารพสิทธิผู้อื่น

   


เครดิต แดงคนดี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 ตุลาคม 2554, 08:17:38 PM โดย จมื่นไวยวรนารถ » บันทึกการเข้า
imza
" ความสำเร็จไม่ใช่ปลายทางของความสุข  ความสุขต่างหากคือปลายทางของความสำเร็จ "
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal