มะพร้าวนํ้าหอม

(1/1)

แดงคนดี:






      มะพร้าวน้ำหอม เป็นพืชที่มีอนาคตในด้านการส่งออก และแปรรูปใน อุตสาหกรรมเครื่องดื่มมากขึ้น เนื่องจากคุณสมบัติพิเศษคือเนื้อมะพร้าวมีรสชาติหวาน กลมกล่อมและมีกลิ่นหอมชื่นใจ สามารถช่วยดับกระหายคลายร้อนได้ดี นอกจากนี้มะพร้าว ก็ได้ชื่อว่าเป็นผลไม้ที่ปลอดสารพิษชนิดหนึ่ง เนื่องจากเกษตรกรมีการใช้สารเคมีน้อยมาก

ข้อคำนึงในการปลูกมะพร้าวน้ำหอมเพื่อการค้า

      ๑.ต้องมีแหล่งน้ำสำหรับมะพร้าวตลอดปี

      ๒.พื้นที่ที่จะปลูกต้องทราบว่ามีสภาพดินเป็นอย่างไร โดยการนำดินส่งไปวิเคราะห์ความอุดมสมบูรณ์ pH (ความเป็นกรด เป็นด่างของดิน) เพื่อจะได้รู้ว่าสูตรปุ๋ยที่จะใช้เป็นปุ๋ยสูตรอะไร

      ๓.ปุ๋ยอินทรีย์ พยายามใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่สามารถหาได้ในท้องถิ่น

      ๔.ควรติดต่อแหล่งที่ขายผลผลิตไว้แต่เนิ่น ๆ

      ๕.ต้องมีเงินทุนไม่ต่ำกว่าไร่ละ ๑๕,๐๐๐ - ๒๕,๐๐๐ บาท (ตลอด ๕ ปี) เพราะการปลูกมะพร้าวน้ำหอมเพื่อการค้าจะคุ้มทุนในปีที่ ๕

      เมื่อท่านตัดสินใจในการปลูกมะพร้าวน้ำหอมแล้ว ควรปฏิบัติดังนี้คือ วางผังในการจัดแปลงปลูกมะพร้าว ว่าจะปลูกอย่างไรให้มีการให้น้ำได้อย่างสะดวกและทั่ว ถึงมะพร้าวทุกต้นและพอเพียงตลอดจนมีความสะดวก ในการใส่ปุ๋ยและเก็บเกี่ยวผลผลิต

การปลูกมะพร้าวน้ำหอม


ลักษณะมะพร้าวน้ำหอมที่ดี

            ใบ มีทางใบสั้นแผ่กระจายรอบลำต้น เมื่อมองทรงพุ่ม จากภายนอก จะคล้ายรูปวงกลม

            จั่น มีจั่นอยู่ทุกโคนทางและที่จั่นมีผลมะพร้าวทุกขนาดอายุติดอยู่

            ผล มีผลโตสม่ำเสมอทั้งละลาย น้ำหนักผลประมาณ ๙๐๐ กรัมต่อผลผลยาวรีเล็กน้อย และตรงกันเป็นจีบเล็กน้อย น้ำมีรสหวานและกลิ่นหอม เนื้อนุ่มรสชาติกลมกล่อม

            ต้น ลำต้นตั้งตรง แข็งแรง อวบ ปล้องถี่

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

      น้ำฝน ฝนควรตกกระจายสม่ำเสมอไม่น้อยกว่า ๑,๕๐๐ มิลลิเมตรต่อปี ไม่ควรมีฝนตกน้อยกว่า ๕๐ มิลลิเมตร เกิน ๓ เดือน

      สภาพภูมิอากาศ อุณหภูมิเฉลี่ย ๒๗ องศาเซลเซียส จะสูงหรือ ต่ำกว่านี้ไม่เกิน ๗-๘ องศาเซลเซียส อุณหภูมิไม่ควรเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหัน

      แสงแดด มะพร้าวควรได้รับแสงแดดอย่างน้อย ๕ ชั่วโมงต่อวัน แสงแดดต้องสาดส่องอย่างเสมอตลอดปี มะพร้าวจะเติบโตได้ดี

      ลม ควรมีลมพัดอ่อน ๆ แต่พัดอย่างสม่ำเสมอ

      ดิน ไม่เปรี้ยวหรือเค็มจัด จะเป็นดินอะไรก็ ได้ที่มีความอุดมสมบูรณ์เพียงพอ และความชื้นพอเหมาะ แต่ถ้าเป็นดินน้ำไหลทรายมูลที่เกิดจากน้ำพัดพา มาสะสม เช่น ดินริมแม่น้ำ จะปลูกมะพร้าวได้ดีที่สุด

ระยะปลูก

       ระยะปลูกที่เหมาะสมในการปลูกมะพร้าวน้ำหอม คือระยะระหว่างต้น x ระยะระหว่างแถว ๖x๖ เมตร

การเตรียมหลุมปลูก

      ควรเตรียมหลุมปลูกในฤดูแล้ง ขุดหลุมขนาด ๕๐x๕๐x๕๐ เซนติเมตร แยกดินส่วนบนไว้ต่างหาก ตากลุมอย่างน้อย ๑ สัปดาห์ถ้ามีปลวกให้เผาเศษไม้ ใบไม้แห้งในหลุม หรืออาจใช้ยากันปลวกโรยก้นหลุมก็ได้ ถ้าปลูกมะพร้าวในพื้นที่แห้งแล้งหรือดินที่ปลูกเป็น ทรายจัดให้ใช้กาบมะพร้าวก้นหลุม โดยวางกาบมะพร้าวในด้านที่มีเส้นใยหงายขึ้นข้าง บนวางซ้อนกัน ๒-๓ ชั้น เพื่อช่วยเก็บความชื้นในดิน ถ้าไม่มีกาบมะพร้าวจะใช้วัสดุอื่น เช่น ฟางข้าว ใบไม้แห้ง หญ้าแห้ง ฯลฯ แทนก็ได้ ใส่ดินบนที่ผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักในอัตรา ๑:๗ รองก้นหลุมส่วนดินล่างผสมด้วยปุ๋ยฟอสเฟตหลุมละครึ่งกิโลกรัม (ประมาณ ๒กระป๋องนม) เอาดินใส่ลงในหลุมให้เต็ม ทิ้งไว้จนถึงฤดูปลูก

วิธีการคัดเลือกพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมพันธุ์แท้

      มะพร้าวน้ำหอมพันธุ์แท้ ผลมะพร้าวที่เพาะจนแทงต้นอ่อนออกมาแล้วเปลือก ของผลมะพร้าวจะย่นเป็นริ้ว ๆ ขณะที่มะพร้าวที่กลายพันธุ์เปลือกมะพร้าวจะเรียบไม่ย่น หรือสังเกตที่ต้นอ่อนที่กลายพันธุ์สีของก้านใบจะออกสีแดง แต่ถ้าเป็นหน่อพันธุ์แท้จะเป็นสีเขียว อีกวิธีก็คือขยี้ปลายรากมะพร้าว ดมดูหากมีกลิ่นหอมคล้ายใบเตยเป็นพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมแท้

การปลูก

      -ควรปลูกในฤดูฝน

      -ขุดดินบนหลุมปลูกที่เตรียมไว้ให้เป็นหลุมเล็ก ๆ ขนาดเท่าผลมะพร้าว

      -เอาหน่อที่คัดเลือกแล้วมาตัดรากที่หักช้ำออก ใช้ปูนขาวหรือยากันเชื้อราทาตรงรอยตัด วางหน่อลงในหลุม ให้หน่อตั้งตรง หันหน่อไปในทิศทางเดียวกัน

      -กลบดินอย่างน้อย ๒/๓ ของผล หรือให้มิดผลมะพร้าวพอดีแต่ระวังอย่า ให้ดินทับโคนหน่อ เพราะจะทำให้หน่อถูกรัด ต้นจะโตช้าแต่เมื่อมะพร้าวโตขึ้นแล้วก็ควรจะกลบ ดินให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันโคนลอย

      -เอาไม้ปักเป็นหลักผูกยึดกับต้นให้แน่น เพื่อป้องกันลมโยกเหยียบดินรอบโคนหน่อให้แน่น

      -ควรทำร่มให้ในระยะแรก เพื่อลดอัตราการตายเนื่องจากถูกแดดจัดเกินไป

       -ในบริเวณที่ปลูกถ้ามีสัตว์เลี้ยงให้ทำรั้วป้องกันสัตว์มาทำลาย

การให้น้ำ

      ในการปลูกมะพร้าวน้ำหอมในปีแรก ควรใช้น้ำทุกสัปดาห์เมื่อมะพร้าวโตขึ้นอาจให้น้ำทุก ๒ สัปดาห์

การใส่ปุ๋ย

      แม้ว่ามะพร้าวเป็นพืชที่สามารถปลูกได้ในสภาพดินแทบทุกชนิด แต่ปริมาณผลผลิตนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณธาตุอาหาร และสภาพความอุดมสมบูรณ์ของดิน สภาพความเป็นกรดเป็นด่างของดินที่เหมาะแก่การ ปลูกมะพร้าวควรอยู่ในช่วงระหว่าง pH ๖-๗ การใส่ปุ๋ยให้พอเหมาะแก่ความต้องการ ของมะพร้าวนั้น ควรนำตัวอย่างดินไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการด้วย ซึ่งพบว่าในปีหนึ่ง ๆ มะพร้าวจะดูดธาตุอาหารไปใช้ดังนี้

ไนโตรเจน          ๙.๔๔- ๑๕.๖๘     กิโลกรัมต่อไร่

ฟอสฟอรัส           ๔.๓๒ -   ๗.๓๖     กิโลกรัมต่อไร่

โพแทสเซียม       ๑๓.๖๐ - ๒๐.๒๐   กิโลกรัมต่อไร่

แคลเซี่ยม                         ๑๓.๖๐    กิโลกรัมต่อไร่

แมกนีเซี่ยม                         ๕.๖     กิโลกรัมต่อไร่

      ในบรรดาธาตุดังกล่าว มะพร้าวจะดูดธาตุโพแทสเซียมไปใช้มากที่สุด โดยประมาณ ๖๒ เปอร์เซ็นต์ของโพแตสเซียมจะถูก นำไปใช้ในการเพิ่มจำนวนผลผลิตของมะพร้าว

      สำหรับชนิดปุ๋ยที่ใช้ได้ผลและเพิ่มผลผลิตมะพร้าวได้สูงสุดคือ ปุ๋ยเกรด ๑๓- ๑๓ - ๒๑ ปุ๋ยเกรด ๑๒ - ๑๒ - ๑๗ - ๒, แมกนีเซียมซัลเฟต และปุ๋ยหินปูนโดโลไมท์ตามลำดับ ในการใช้ปุ๋ยนั้น ให้พิจารณาถึงสภาพความเป็นกรดเป็น ด่างของดินด้วย กล่าวคือ ในสภาพดินที่มีความเป็นด่างให้ใส่ปุ๋ยแมกนีเซียมซัลเฟต และสภาพดินที่มีความเป็นกรดให้ใช้ปุ๋ยโดโลไมท์ โดยให้ก่อนหรือหลังใส่ปุ๋ยเคมีประมาณ ๑ เดือน เพื่อป้องกันการดูดตรึงธาตุอาหารไว้ในดินทำให้มะพร้าว ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้


แดงคนดี:





                  ฤดูที่เหมาะสมที่สุดที่จะใส่ปุ๋ยให้เหมาะแก่มะพร้าว คือ ในช่วงต้นและปลายฤดูฝน เพราะในช่วงนี้มีความ ชื้นเพียงพอที่จะ ช่วยละลายปุ๋ยและรากของมะพร้าวกำลังเจริญอย่างเต็มที่สามารถ ดูดปุ๋ยไปใช้ได้ดี


        จากการศึกษาพบว่า รากมะพร้าวที่สามารถใช้ประโยชน์จากปุ๋ยได้ดีจะอยู่บริเวณติดกับ ลำต้นและอยู่ห่างจากลำต้นภายในรัศมี ๒ เมตร ดังนั้นการใส่ปุ๋ยตั้งแต่โคนต้นไปจนถึง ๒ เมตรโดยรอบ แต่ถ้าเป็นมะพร้าวที่ยังเล็กอยู่ควรหว่านปุ๋ยใกล้โคน มะพร้าวเพราะ รากยังน้อย หลังจากหว่านปุ๋ยแล้วควรพิจารณาดินตื้น ๆ ลึกประมาณ ๑๐ - ๑๕ เซนติเมตร เพื่อให้ปุ๋ยได้คลุกเคล้ากับดินและป้องกัน การชะล้าง

      การเพิ่มปุ๋ยอินทรีย์ ประเทศที่อยู่ในเขตร้อน มักมีอินทรีย์วัตถุในดินน้อย และมีการสลายตัวเร็ว เพราะมีฝนตกชุกและอุณหภูมิสูงจุลินทรีย์ในดินจะเจริญเติบโต ได้ดีคอยย่อยสลายทำลายพวกอินทรีย์วัตถุอย่างรวดเร็ว ทำให้ดินขาดความร่วนซุย การระบายน้ำ ระบายอากาศไม่ดี ดังนั้น จึงต้องมีการเพิ่มอินทรีย์วัตถุให้แก่ดิน เช่น การใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสดที่ใช้ผลดี เช่น ถั่วเขียว ถั่วพร้า แล้วไถกลบหรือใช้วิธีเลี้ยงสัตว์ในสวนมะพร้าวก็ได้

การกำจัดวัชพืช

      -ใช้แรงงานคน โดยการถางด้วยจอบ หรือดายด้วยมีด

      -ใช้เครื่องทุ่นแรง เช่น รถตัดหญ้า รถไถขนาดเล็ก

      -ปลูกพืชคลุมจำพวกหรือตระกูลถั่ว เช่น คาโลโปโกเนียมเพอร์ราเรีย หรือเซ็นโตรซีมา โดยปลูกห่างจากโคนต้นประมาณ ๒ เมตร

แมลงศัตรูมะพร้าวและการป้องกันกำจัด

      ด้วงแรด จะกัดกินยอมมะพร้าวทำให้ใบมะพร้าวขาดเป็นริ้ว ๆ รูปสามเหลี่ยม ต่อมาทางมะพร้าวจะหักพับลงทำให้ มะพร้าวโทรมหรือชะงักการเจริญเติบโต

การป้องกัน

      ๑.รักษาบริเวณสวนมะพร้าให้สะอาด ไม่สะสมที่ขยายพันธุ์ของด้วงแรด เช่น กองปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ขุยมะพร้าว และกองขยะ

      ๒.กำจัดมะพร้าวที่ยืนต้นตาย หรือโค่นทิ้งไว้ รวมทั้งตอมะพร้าวให้หมดไปจากสวน

       ๓.ใส่ลูกเหม็นที่คอมะพร้าวบริเวณโคนทางรอบยอดอ่อน (ยอดกลม) ทางละ ๒ ลูก ประมาณ ๖-๘ ลูก / ต้น เมื่อมะพร้าวอายุ ๓-๕ ปี

การกำจัด

      ๑.ตรวจพบรอยเจาะเข้าทำลายที่ยอดอ่อน ใช้เหล็กแหลมแทงตามเข้าไปในรูเพื่อทำลายตัวด้วง แรดที่ซุกตัวกินอยู่ภายใน

      ๒.ใช้ต้นมะพร้าวที่ตาย หรือโค่นทิ้งไว้ตัดทอนเป็นท่อนยาวประมาณ ๑๒๐ เซนติเมตร วางเป็นกับดักในบริเวณสวน เพื่อชักนำให้ด้วงแรดมาวางไข่ภายในท่อน แล้วผ่าลำ ต้นเผาเพื่อทำลายหนอนได้ทั้งหมด

      ๓.ใช้สารฆ่าแมลง คาร์โบซัลแฟน (พอสซ์ ๒๐% อีซี) ผสมน้ำอัตรา ๘๐ ซีซีต่อน้ำ ๒๐ ลิตร ราดบริเวณคอมะพร้าวให้ชุ่มประมาณ ๑-๑.๕ ลิตร / ต้น ตามขนาดของคอมะพร้าว เดือนละครั้ง

      ๔.ใช้เชื้อราเขียว คลุกผสมกับวัสดุ ที่ใช้หมักเป็นปุ๋ย เช่น ขี้เลื่อย ขุยมะพร้าวหรือมูลสัตว์ที่สลสยตัวแล้ว อัตรา ๒๐๐ - ๔๐๐ กรัมต่อกองปุ๋ยหมักขนาด ๒x๒x๐.๕ เมตร รดน้ำให้ชุ่มชื้นเตรียมไว้ในบริเวณสวน เพื่อกำจัดหนองด้วงแรดที่ตัวเต็มวัยเข้ามาวาง ไข่ขยายพันธุ์ไว้

      ด้วงงวงมะพร้าว หรือ ด้วงไฟ ตัวหนอนจะกัดกินส่วนอ่อนของมะพร้าว เช่น ยอดอ่อนหรือโคนมะพร้าว ทำให้มะพร้าวแคระแกร็นใบหดสั้น ใบอ่อนร่วงหล่น คอมะพร้าวเน่า และตายในที่สุด

      ด้วงงวงมะพร้าว หรือด้วงไฟ ตัวเต็มวัยจะกัดกินและวางไข่ ที่ส่วนอ่อนบริเวณคอมะพร้าวเพื่อ ขยายพันธุ์อยู่ภายในทำให้เกิดการเน่าและใบมะพร้าว จะเหี่ยวแห้งและตายในที่สุด

การป้องกันกำจัด

      -ให้ป้องกันกำจัดด้วงแรดให้หมดไปจาก มะพร้าวอ่อนก่อนเพราะด้วงแรดจะทำลายยอดมะพร้าวจนเกิดบาดแผล เป็นช่องทางให้ด้วงงวงมะพร้าวเข้าไปขยาย พันธุ์ต่อเนื่องได้

การเก็บเกี่ยว

      มะพร้าวน้ำหอมเป็นไม้ผลที่ให้ผลผลิตตลอดปี โดยสามารถเก็บผลมะพร้าวได้ประมาณ ๒๐ วันต่อครั้ง ใน ๑ ปีหากมะพร้าวแทงจั่นทุกครั้งที่ออกทาง ใหม่จะเก็บมะพร้าวได้ทั้งสิ้น ๑๖ ทะลายต่อต้น ซึ่งทะลายใหญ่ ๆ มีผลประมาณ ๑๐-๑๕ ผล ผลผลิตเฉลี่ยปีละ ๗๐-๑๐๐ ผลต่อต้น หรือประมาณ ๓๐๐๐-๔๐๐๐ ผลต่อไร่ ระยะที่เหมาะ สำหรับเก็บมะพร้าวมากที่สุดคือมะพร้าวเนื้อสองชั้นมีเนื้อเต็มกะลา เนื้อหนาอ่อนนุ่มซึ่งอายุหลังจากจั่นเปิดประมาณ ๒๐๐ - ๒๑๐ น้ำมีความหนาประมาณ ๖.๖-๗ เปอร์เซ็นต์บริกซ์ (ฺBrix)


ข้อสังเกตในการเก็บผลผลิต

      สังเกตจากสีผลบริเวณรอยต่อผลกับขั้วผล ถ้าเห็นสีขาวเป็นวงกว้างแสดงว่ามะพร้าวอ่อนเกินไป แต่เมื่อส่วนสีขาวบริเวณรอยต่อเหลือเพียงเล็กน้อย แสดงว่าได้ระยะเก็บผลผลิต

      เมื่อปอกเปลือกสีกร้านขึ้น เปลือกด้านในจะมีเสี้ยนหยาบขึ้นแต่เปลือกในยัง ไม่ถึงกับเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ซึ่งเป็นมะพร้าวที่แก่เกินไป การเก็บมะพร้าวน้ำหอมเกษตรกรควร ใช้เชือกผูกทะลายแล้วหย่อนลงพื้น ซึ่งจะทำให้มะพร้าวไม่ช้ำหรือแตกเสียหายสามารถเก็บได้นานขึ้น และเป็นผลดีต่อการจำหน่ายยังตลาดต่อไป

ตลาดมะพร้าวน้ำหอมในประเทศ

      ๑.ขายทั้งทะลาย

      ๒.มะพร้าวควั่น

      ๓.มะพร้าวเจียน

      ๔.มะพร้าวเผา

      เอามะพร้าวเจียนไปต้มในน้ำเดือด ๑๐ นาที นำไปผึ่งให้แห้งแล้วใช้ไฟจากหัวแก๊สเผาหัว และก้นมะพร้าวให้ดำพอประมาณ

      ๕.น้ำมะพร้าวพร้อมดื่ม โดยบรรจุในถุงหรือขวดที่สวยงามพร้อมจำหน่าย

ตลาดมะพร้าวน้ำหอมที่ส่งไปขายต่างประเทศ

      มีเพียงมะพร้าวควั่นและมะพร้าวเจียนเท่านั้น

การเพิ่มรายได้ในสวนมะพร้าว

      เนื่องจากมะพร้าวจะเริ่มให้ผลหลังจากปลูกไปแล้วประมาณ ๓-๔ ปี ดังนั้น ในขณะที่ต้นยังเล้กอยู่ จึงควรปลูกพืช แซมระหว่างแถวมะพร้าวประเภทพืชที่มีอายุสั้น อาจเป็นพืชไร่ เช่น สับปะรด ถั่วต่าง ๆ หรือพืชผัก เช่น ฟักทอง แตงกวา แตงโม ข้าวโพดหวาน เป็นต้น นอกจากนี้ ถ้าหากมีผลพันธุ์ มะพร้าวจำนวนมาก ยังสามารถนำมาปลูกเป็นพืชแซม ระหว่างแถวของมะพร้าวโดยปลูกระยะชิดตั้งแต่ ๒ เมตรขึ้นไป ภายในระยะเวลา ๒-๓ ปี ก็สามารถ ตัดยอดไปขายได้สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรประมาณ ๑๐๐ บาท/ยอด ซึ่งปัจจุบันนี้กำลังเป็นที่นิยมรับประทาน เนื่องจากมีรสชาติดีและปลอดภัยจากสารเคมี


นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ