เปิดตาดอกมะนาวแบบคุณถาวร

(1/1)

แดงคนดี:





                                 การปลูกมะนาวเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าผู้ปลูกส่วนใหญ่ หวังที่จะบังคับมะนาวให้ออกนอกฤดูจึงจะจำหน่ายผลมะนาวได้ในราคาสูง หากออกในฤดู (ระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม) จะไม่ได้ราคา หากปล่อยให้มะนาวมีดอกในฤดูต่อไป ก็จะทำให้เกษตรกรผู้ปลูกมะนาวพลาดที่จะทำมะนาวนอกฤดูในคราวถัดไป เกษตรกรผู้ปลูกมะนาวจึงจำเป็นที่จะต้องเอาดอกหรือลูกมะนาวที่ออกในฤดูออก โดยการปลิดเด็ดทิ้ง บ้างก็ใช้ฮอร์โมนพืชในปริมาณที่มากกว่าอัตราที่กำหนดเพื่อทำให้ดอกและผลหลุด ร่วง บ้างก็ทำให้ร่วงหล่นโดยการให้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง ๆ (ยูเรีย) เพื่อให้มะนาวแตกใบอ่อนและสลัดดอกและลูก ซึ่งจากที่กล่าวมาข้างต้นก็ขึ้นอยู่ว่าเกษตรกรผู้ปลูกมะนาวจะถนัดทางไหน มากกว่ากัน

                               การบังคับมะนาวให้ออกนอกฤดูหลัก ๆ ที่ทำกันอยู่ในปัจจุบันนั้นมีอยู่ 2 อย่าง อย่างแรกที่นิยมทำกันมากคือการให้มะนาวอดน้ำ บ้างเรียกกักน้ำ แล้วแต่พื้นที่ โดยให้มะนาวอดน้ำจนใบเหี่ยว ม้วนงอ แล้วจึงให้น้ำ มะนาวจึงออกดอกติดผล ซึ่งการให้มะนาวอดน้ำนี้ข้อดีก็คือได้ดอกตามที่เกษตรกรผู้ปลูกมะนาวต้องการ (ในกรณีที่ฝนฟ้าเป็นใจ) แต่ผลเสียที่จะตามมาก็คือทำให้ต้นมะนาวโทรม เพราะการอดน้ำนั้นเป็นการจำลองให้มะนาวรู้ว่าถ้าอดน้ำต่อไปเรื่อย ๆ ต้นจะตาย จึงจำเป็นที่จะต้องออกดอกติดผลเพื่อจะขยายพันธุ์ ซึ่งถ้าไม่ออกดอกจะต้องสูญพันธุ์ และผลเสียที่ตามมาติด ๆ ก็คือหากมีฝนฟ้ามืดครึ้ม ตกอยู่ตลอดเวลา หรือตกหลายวันติดต่อกัน อาจจะทำให้มะนาวดอกร่วงก่อน ถ้าติดผลผลก็อาจจะร่วง เพราะการทิ้งน้ำมะนาวเพื่อให้ออกดอก มะนาวนั้น ๆ จะไม่คุ้นเคยกับน้ำ หากได้น้ำมาก ก็จะดึงไนโตรเจนขึ้นไปมากกว่าธาตุอาหารอื่น ๆ จึงทำให้ลำเลียงไปเลี้ยงดอกเลี้ยงผลไม้ทัน ทำให้ผลร่วงหล่นได้ง่าย

                             ส่วนวิธีที่สองเป็นวิธีที่ผู้เขียนแนะนำให้กับพี่ถาวร (สระยายนนท์) ทำการเปิดตาดอก โดยใช้หลักการของ C/N เรโช (C = คาร์โบไฮเดรท N = ไนโตรเจน) หากพืชได้รับคาร์โบไฮเดรท หรือคาร์บอน มากกว่าไนโตรเจนพืชทุกชนิดก็พร้อมที่จะออกดอก แต่ในทางกลับกันหากพืชได้รับไนโตรเจนมากกว่าคาร์บอน พืชนั้น ๆ จะแตกใบอ่อนและการออกดอกติดผลก็จะยาก ในกรณีของพี่ถาวร ทางผู้เขียนได้แนะนำให้พี่ถาวรกำหนดการให้น้ำให้เป็นปกติ คือ คงการให้น้ำไว้ประมาณ 4 วัน/ครั้ง เมื่อครบ 4 วันก็จะต้องให้น้ำ หากมีฝนตกมาในช่วงระหว่าง 4 วันนี้ (วันใดวันหนึ่ง) ให้เริ่มนับหนึ่งใหม่ โดยให้น้ำแบบสม่ำเสมอตั้งแต่เริ่มรักษามะนาวเหลือง (บทความที่แล้ว) จนกระทั่งเปิดตาดอก

                             ทั้งนี้เพื่อให้มะนาวที่เตรียมตัวจะเปิดมีความคุ้นเคยกับน้ำ และในช่วงที่ออกดอกจะทำให้มะนาวไม่สลัดดอกและผลเล็กร่วงหล่น ซึ่งการเปิดตาดอกทางผู้เขียนแนะนำให้พี่ถาวรเปิดในช่วงกลางเดือนสิงหาคม ซึ่งมะนาวจะเริ่มออกดอกในเดือนกันยายน เรื่อยไปจนถึงพฤศจิกายน ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องดูว่าดอกและผลของมะนาวที่ออกดอกตั้งแต่เดือนกันยายนมี มากหรือน้อยขนาดไหน หากยังไม่พอใจให้เปิดตาดอกต่อเนื่องจนกว่ามะนาวที่ต้นจะดกและสมดุลย์กับสภาพ ต้นที่เป็นอยู่ ซึ่งสูตรการเปิดตาดอกที่ผู้เขียนแนะนำให้พี่ถาวรเปิดนั้นมีดังนี้


แดงคนดี:






                    การบังคับทางดินทางผู้เขียนให้พี่ถาวรใช้ฮอร์โมนไข่ 2 ลิตร ผสมน้ำ 200 ลิตร สเปรย์โคนต้นกระจายทั่วทรงพุ่ม ทำกันอาทิตย์ละครั้ง 3 อาทิตย์ติดต่อกัน (สูตรฮอร์โมนไข่ดูได้ในเว็บไซต์ของชมรมฯ ครับ) ส่วนทางใบนั้นทางชมรมฯ แนะนำให้ใช้สูตรดังนี้ครับ

1.  น้ำเปล่า     200   ลิตร

2. ซิลิสิค แอซิด      25  กรัม

3.  ไวตาไลเซอร์    50    กรัม

4.   น้ำตาลทราย    500    กรัม

5. ฮอร์โมนไข่   200    ซีซี.

6. น้ำมะพร้าวอ่อน   1,000     ซีซี.

7.  ไคโตซาน MT      50      ซีซี.

                       ซึ่งการฉีดพ่นนั้นขึ้นอยู่กับว่าสภาพต้นเป็นอย่างไร พื้นฐานการให้ปุ๋ยไนโตรเจนของมะนาวนั้น ๆ เป็นอย่างไร หากมีปริมาณไนโตรเจนในดินมาก ฝนตกบ่อย ก็จะทำให้ต้องฉีดพ่นสูตรกระตุ้นตาดอกเป็นเงาตามตัว เพื่อบังคับให้มะนาวออกในช่วงที่เราต้องการ กรณีของพี่ถาวรทางผู้เขียนแนะนำให้ฉีด 5 วันครั้ง ซึ่งพี่ถาวรฉีดไม่กี่ครั้งดอกก็เริ่มออกในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นตามที่กำหนดไว้ ซึ่งขั้นตอนการเปิดตาดอกสูตรนี้จะไม่ทำให้มะนาวโทรม เพราะในระหว่างเปิดตานี้จะมียอดที่แตกใหม่ขึ้นมาเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าหากฉีดสูตรนี้เข้าไปใบอ่อนที่แตกมาในระหว่างนี้จะพา ทยอยกันแก่ภายใน 7-15 วัน ซึ่งแก่เร็วมาก ทำให้กิ่งของใบอ่อนที่แตกมาพร้อมที่จะออกดอกต่อในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน ต่อไป โดยการฉีดกระตุ้นตาดอกนี้ทางผู้เขียนแนะนำให้พี่ถาวรฉีดบาซิลลัส พลายแก้ว ในวันถัดไปของการฉีดเปิดตาดอก เพื่อป้องกันแคงเกอร์ระบาด ซึ่งในสูตรเปิดตาดอกผู้เขียนได้แนะนำให้พี่ถาวรผสมไทเกอร์เฮิร์บ (สมุนไพรผงรวม) ไปด้วยเพื่อป้องกันหนอนชอนใบ และแมลงอื่น ๆ ซึ่งได้ผลดีมาก และประหยัดต้นทุนในเรื่องของสารเคมีป้องกันและกำจัดแมลง

                        เขียนมาถึงตรงนี้ท่านผู้อ่านอาจจะคิดว่าผู้เขียนลืมแนะนำอะไรไปบางอย่างหรือเปล่า ใช่แล้วครับ ในการปลูกมะนาวก็จะมีช่วงสะสมอาหาร ผู้อ่านจะถามว่าทางผู้เขียนแนะนำให้พี่ถาวรใช้ปุ๋ยสูตรอะไรเพื่อสะสม ทางผู้เขียนแนะนำให้ทางพี่ถาวรใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ (15-15-15) ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ผสมกับไตรโคเดอร์ม่าและ  ภูไมท์ ซัลเฟตครับ โดยให้สะสมตั้งแต่เดือนมิถุนายน ซึ่งเดือนนี้จะหนักไปทางปุ๋ยอินทรีย์ที่ผสมไตรโคเดอร์ม่าและภูไมท์ซัลเฟต พอเดือนกลางเดือนกรกฎาคมก็จะทำการลดการให้ปุ๋ยอินทรียลง และไปให้ปุ๋ยสูตรเสมอแทน ซึ่งช่วงสะสมจะใส่สูตรเสมอลงไปประมาณ 3 ครั้งครับ (มิถุนายน-กลางเดือนสิงหาคม)

ที่มา : เขียนและรายงานโดยคุณสามารถ  บุญจรัส  (นักวิชาการ)


นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ