เรื่องเล่าขาน-สูตร ขนมอร่อย "วอฟเฟิล"

(1/1)

แจ๋วคลังความรู้:




วอฟเฟิล (waffle) คำว่าวอฟเฟิลเดิมทีมาจากภาษาดัตช์ ว่า wafel ซึ่งอ่านออกเสียงเหมือนคำว่า waffle ในปัจจุบัน
 
      ที่มาที่ไปของวอฟเฟิลนี้มีผู้กล่าวไว้มากมาย มีผู้หนึ่งกล่าวว่าเกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณแล้วโดยในตอนนั้นวอฟเฟิล จะมีลักษณะคล้ายเค้กแต่แบนกว่า ส่วนผสมหลัก ก็มีแป้งสาลี น้ำตาล ไข่และนม คล้ายกับในปัจจุบัน แล้วนำมาราดบนแผ่นเหล็กแบน ๆ ที่ร้อน แต่บางแหล่งก็กล่าวว่าเกิดขึ้นโดยผู้อพยพชาวฮอลแลนด์กลุ่มหนึ่งที่กำลังแล่น เรือไปแสวงโชคในอเมริกา เมื่อประมาณปี 1620 และเป็นผู้ที่ทำให้วอฟเฟิลเป็นที่รู้จักกันในเวลาต่อมา จนปัจจุบัน
 
     ลักษณะรูปร่างของวอฟเฟิลโดยทั่วไปในปัจจุบัน ก็จะเห็นเป็นรอยร่องของแม่พิมพ์บนชิ้นขนม ซึ่งก็จะมีทั้งแม่พิมพ์ที่เป็นร่องตื้น ที่ใช้ทำวอฟเฟิลชิ้นบางๆ และแม่พิม์ที่เป็นร่องลึก ที่ใช้ทำวอฟเฟิลชิ้นหนา ซึ่งต่างจากสมัยก่อนที่กล่าวมาข้างต้นว่าวอฟเฟิลมีรูปร่างแบน ๆ  และสาเหตุที่ต้องทำแม่พิมพ์วอฟเฟิลให้เป็นร่อง ก็เพื่อต้องการที่จะให้วอฟเฟิลนั้นสุกทั่วถึงกันทั้งชิ้น

      สำหรับแม่พิมพ์วอฟเฟิลที่กล่าวมานั้นปัจจุบันก็มีการพัฒนารูปแบบมากขึ้นจาก เดิมที่เราต้องนำแม่พิมพ์ไปตั้งไฟให้ร้อนก็กลายมาเป็นแม่พิมพ์ที่ใช้ไฟฟ้า แทน ซึ่งมีผู้ได้บันทึกไว้ว่า นาย โทมัส เจฟเฟอสัน สเตเบ็ค ได้เป็นผู้ประดิษฐ์แม่พิมพ์วอฟเฟิลไฟฟ้าเป็นคนแรกในช่วงปี คริสตศักราช 1900 – 1960

      ในบ้านเราวอฟเฟิลก็ได้ เป็นที่รู้จักกันมานานแล้ว และจะคุ้นหูกับการเรียกขนมชนิดนี้ว่าขนมรังผึ้ง  แต่ก็ไม่มีหลักฐานระบุแน่ชัดว่าเกิดขึ้นเมื่อใด โดยส่วนใหญ่ขนมรังผึ้งของบ้านเรา ก็จะใช้แป้งข้าวจ้าวหรือแป้งสาลี น้ำตาล ไข่ไก่และกะทิ เป็นส่วนผสมหลัก ผสมให้เข้ากันจนเนื้อเนียน แล้วนำมาราดบนพิมพ์เหล็กร่องตื้นที่ตั้งไฟให้ร้อน นอกจากนี้ยังมีการปรุงแต่งรสชาติให้ หลากหลาย โดยการเติมส่วนผสมต่าง ๆ ลงไป เช่น มะพร้าว ข้าวโพดหรือเผือก เป็นต้น และเนื่องจากรูปลักษณ์ที่สวยงาม  คลาสสิก  รสชาติที่กลมกล่อมหวานละมุนและกลิ่นหอมไม่เหมือนใคร ทำให้เป็นที่นิยมของใครหลายคน
 
      สำหรับวอฟเฟิลโดยทั่วไปก็มีให้เห็นกันหลากหลายรูปแบบ ซึ่งก็พอที่จะแบ่งแยกออกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ดังนี้

1. วอฟเฟิลที่ขึ้นฟูด้วยผงฟู

     1.1 วอฟเฟิลชนิดแป้งนุ่ม ลักษณะเป็นแป้งข้นเหลวส่วนผสมทั่วไปก็จะมีแป้งสาลี น้ำตาล นม ไข่ไก่ใช้เทลงบนพิมพ์ ได้หลายรูปแบบทั้งแบบพิมพ์ร่องตื้นและพิมพ์ร่องลึก มีทั้งแบบสูตรนมสด และสูตรกะทิสด รสชาติแตกต่างกันไป โดยมากนิยมรับประทานเป็นอาหารเช้า เสิร์ฟพร้อมกับน้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อมรสต่าง ๆ

      1.2 วอฟเฟิลชนิดแป้งกรอบ  ลักษณะคล้ายแป้งนุ่ม  แต่เน้นที่ความกรอบของผิวหน้าและมีขนาดที่บางกว่าโดยการลดส่วนผสมของน้ำหรือ นมในส่วนผสมลง  นิยมใช้ตกแต่งหรือรับประทานกับไอศกรีมหรือประกอบเข้ากับอาหารชนิดอื่น  ส่วนใหญ่รสชาติไม่เข้มข้น  มักราดด้วยน้ำผึ้ง  น้ำหวาน  หรือปรุงแต่งหน้าด้วยวิปปิ้งครีมหรือท็อปปิ้งอื่น ๆ
 
2. วอฟเฟิลที่ขึ้นฟูด้วยยีสต์  ลักษณะแป้งมีความชื้นต่ำกว่า 2 แบบแรก ซึ่งแป้งจะมีลักษณะเป็นก้อนโด คล้ายขนมปังและมียีสต์เป็นส่วนผสม อีกทั้งขั้นตอนการเตรียมก็แตกต่างกัน ซึ่งวิธีนี้จะใช้วิธีการนวดเป็นให้เป็นก้อนเนื้อเนียนเข้ากัน แล้วจึงสามารถนำมาปั้นให้เป็นก้อนกลมหรืออาจจะใช้แป้งโดนัทยีสต์มาทำก็ได้ และใช้มักใช้อบกับแม่พิม์ร่องลึก เมื่อกดลงบนพิมพ์แป้งก็จะถูกกดทับได้รูปร่างสวยงาม เนื้อหนา เราเรียกวอฟเฟิลชนิดนี้ว่า เบลเยี่ยมวอฟเฟิล (Belgian Waffle) ซึ่งจากข้อมูลที่พบได้มีผู้กล่าวว่า เบลเยี่ยมวอฟเฟิล (Belgian Waffle) ได้เกิดขึ้นในร้านอาหารแห่งหนึ่งในประเทศเบลเยี่ยม ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองไม่นาน แต่ก็ไม่ได้ระบุชื่อผู้ค้นพบไว้จากนั้นก็ได้ถูกแพร่หลายจนเป็นที่รู้จักกัน ทั่วโลก

    รู้กันอย่างนี้คงจะแยกออกแล้วนะครับว่าวอฟเฟิลแต่ละแบบมีหน้าตาอย่างไร หรือถ้าจะพิสูจน์รสชาติเพื่อให้รู้ถึงความแตกต่างก็ลองหาซื้อมารับประทานดู หรือถ้ามีเวลาว่างก็ลองทำดูก็ได้นะครับ ถ้าไม่อยากยุ่งยากในการทำก็ลองใช้แป้งวอฟเฟิลมิกซ์ ตรา ยูเอฟเอ็ม มาทำดูนะครับ สามารถทำได้ทั้งวอฟเฟิลแบบแป้งนุ่มและแป้งกรอบ รับรองว่าได้ขนมที่หอมอร่อยอย่างแน่นอน

ที่มา: สารยูไนเต็ด ปีที่ 30 เมษายน 2550 ฉ. 288 คอลัมน์ เล่าขานขนมอร่อย


แจ๋วคลังความรู้:




วอฟเฟิล (waffle)
   





แป้งเค้ก 200 g
-น้ำตาลทรายชนิดละเอียด 150 g
-เนยสด 120 g นำไปละลายไว้
-นมสด 1 ถ้วยตวง
-น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
-เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
-วนิลา 2 ช้อนชา
-ผงฟู 2 ช้อนชา
-ไข่ไก่ 3 ฟอง
ส่วนผสมทั้งหมดนี่เลยจ้า



              ร่อนแป้ง+ผงฟู+เกลือป่น สัก2ครั้งเตรียมไว้ เลยร่อนทีเดียว

                จากนั้นนำไข่+น้ำตาล ไปตีด้วยเครื่องตีไข่ ความเร็วสูงสุดจนส่วนผสมฟูข้น จากนั้นเติมเนยที่ละลายไว้+น้ำผึ้ง ผสมให้ส่วนผสมเข้ากัน

                เติม แป้งที่ร่อนไว้ ใส่สลับกับ นมสดที่เตรียมไว้ค่ะ แบ่งใส่สลับกันนะคะ ตีความเร็วต่ำแปลบเดียว แล้วเรานำมาผสมด้วยตะกร้อ

มือต่อ กลัวเนื้อขนมเหนียว  ห้ามผสมนาน   แล้วก็เข้าแม่พิมพ์เลยค่ะ

เอาเนยทาที่พิมพ์ พอพิมพ์ร้อนตักแป้งใส่ฟิมพ์ (ประมาณ 2 ทัพพีสำหรับพิมพ์กลม) ปิดเตาทิ้งไว้ 2-3 นาทีก็สุก






นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ