หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มงคลที่ 19 งดเว้นจากบาป  (อ่าน 1260 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ท่องเที่ยวไปทุกที่ตามที่ใจฝัน
คะแนนแทนกำลังใจ: 776
เหรียญรางวัล:
Real FanGood Perform Global Moderator
กระทู้: 755
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เมตตาธรรมค้ำจุนโลก
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 3.6.12 Firefox 3.6.12

« เมื่อ: 09 พฤศจิกายน 2553, 09:33:03 pm »
มงคลที่ 19 งดเว้นจากบาป

บาปคืออะไร
บาป หมายถึง สิ่งที่ทำให้จิตใจเสีย คือมีคุณภาพต่ำลงนั่นเอง ไม่ว่าจะเสีย ในแง่ไหนก็เรียกว่าบาปทั้งสิ้น

การกำเนิดบาป
การาำเนิดของบาป มนทัศนะของศาสนาอื่น ต่างกับขอศาสนาพุทธอย่างมาก เช่น แนวคิดของศาสนาคริสต์ก็ดี อิสลามก็ดี สอนว่าบาปจจะเกิดเมื่อผิดคำสั่ง ของพระผู้เป็นเจ้า เช่น พระผู้เป็นเจ้าสั่งให้นึกถึงพระองค์อยู่เป็นประจำ ถ้าลืมนึกไปก็บาป
สำหรับพระพุทธศาสนานั้น เนื่องจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงฝึกสมาธิมาอย่างดีเยี่ยมไม่มีผู้ใดเสมอ เหมือน เป็นผลให้พระองค์ทรงเห็นและรู้จักธรรมชาติของกิเลสเหล่านั้น ออกไปโดยสิ้นเชิงและเด็ดขาด พระองค์ได้ตรัสสรุปเรื่องการกำเนิดของบาปไว้อย่างขัดเจน

"นตฺถิ ปาปํ อกุพฺพโต
บาปย่อมไม่มีแก่บุคคลผู้ไม่ทำบาป"


"อตฺนา ว กตํ ปาปํ อตฺตนา สงฺกิลิสฺสติ
ใครทำบาป คนน้นก็เศร้าหมอง"


"อตฺตนา อกตํ ปาปํ อตฺตนา ว วิสุชฺฌติ
ใครไม่ทำบาป คนนั้นก็บริสุทธิ์"

วิธีล้างบาป
เมื่อทัศนะในเรื่องกำเนิดบาปต่างกันดังกล่าว วิธีล้างบาปในศาสนาที่มีพระเจ้ากับการแก้ไขพฤติกรรมในพระพุทธศาสนา จึงห่างกันราวฟ้ากับดิน ศาสนาที่เชื่อพระเจ้า เชื่อผู้สร้าง ผ้ศักดิ์สิทธิ์ สอนว่าพระเจ้าทรงไว้สิทธิ์ขาดที่จะยกเลิกบาปให้ใครๆ ได้โดยการไถ่บาป ขออย่างเดียวผู้นั้นภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้า
แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงรู้แจ้งโลกหาใครเสมอเหมือนมิได้ ตรัสสอนว่า

"สุทฺธิ อสุทฺธิ ปจฺจตฺตํ
ความบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์ เป็นเรื่องเฉพาะตัว"

"นาญฺโย อญฺญํ วิโสธเย
ใครจะไถ่บาป ทำให้คนอื่นบริสุทธิ์มิได้"


วิธีแก้ไขบาปในพระพุทธศาสนา คือ การหยุดทำบาป แล้วตั้งใจทำความดีสั่งสมบุญให้มากเข้าไว้ ให้บุญกุศลนั้นมาทำให้ผลบาปทุเลาลงไป การทำบุญอุปมาเสมือนเติมน้ำ ทำบาปอุปมาเสมือนเติมเกลือ เมื่อเราทำบาป บาปนั้นก็ติดตัวเราไป ไม่มีใครถ่ายบาปแทนได้ แต่เราจะต้องหมั่นสร้างบุญกุศลให้มาก เพื่อมาทำให้บาปมีฤทธิ์น้อยลง หรือให้หมดฤทธิ์ลงไปให้ได้

งดเว้นจากบาปหมายความว่าอย่างไร ?
งด หมายถึง สิ่งใดที่เคยทำแล้วหยุดเสีย เลิกเสีย
เว้น หมายถึง สิ่งใดที่ไม่เคยทำ ก็ไม่ยอมทำเลย
งดเว้นจากบาป จึง หมายความว่า การกระทำใดก็ตามทั้ง กาย วาจา ใจ ที่เป็นความชั่ว ความร้ายกาจ ทำให้ใจเราเศร้าหมอง ถ้าเราเคยทำอยู่ก็จะงดเสีย ที่ยังไม่เคยทำก็จะเว้นไม่ยอมทำโดยเด็ดขาด

สิ่งที่ทำแล้วเป็นบาป คือ อกุศลกรรมบถ 10 ได้แก่
1. ฆ่าสัตว์
2. ลักทรัพย์
3. ประพฤติผิดในกาม
4. พูดเท็จ
5. พูดส่อเสียด
6. พูดคำหยาบ
7. พูดเพ้อเจ้อ
8. คิดโลภมาก
9. คิดพยาบาท
10. มีความเห็นผิด

วิธีงดเว้นจากบาปให้สำเร็จ
"ทุกอย่าง มีใจเป็นใหญ่ สำเร็จได้ด้วยใจ ถ้าใครมีใจชั่วเสียแล้ว การพูดการกระทำของเขาก็ย่อมชั่วตามไปด้วย เพราะการพูดชั่วทำชั่วนั้น ความทุกข์ก็ย่อมตามสนองเขา เหมือนวงล้อเกวียนที่หมุนเวียนตามบดขยี้รอยเท้าโคที่ลากมันไป
แต่ถ้ามีใจบริสุทธิ์ การพูดการกระทำ ก็ย่อมบริสุทธิ์ตามไปด้วย เพราะการพูด การกระทำ ที่บริสุทธิ์ดีงามนั้น ความสุขก็ย่อมตามสนองเขาเหมือนเงาที่ไม่พรากจากร่างฉะนั้น"

หิริโอตตัปปะคืออะไร ?
หิริ คือ ความละอาย
โอตตัปปะ คือ ความเกรงกลัวผลของบาป

เหตุที่ทำให้เกิดหิริ
1. คำนึงถึงความเป็นคน หรือชาติตระกูล
2.คำนึงถึงอายุ
3. คำนึงถึงความดีที่เคยทำ
4. คำนึงถึงความเป็นพหูสูตร
5. คำนึงถึงพระศาสดา
6. คำนึงถึงครูอาจารย์ สถานศึกษา

เหตุที่ทำให้เกิดโอตัปปะ
1. กลัวคนอื่นติ
2. กลัวการลงโทษ
3. กลัวการเกิดในทุคติ

ดังนั้นเราชาวพุทธทั้งหลาย นอกจากจะต้องพยายามงดเว้นบาป เพื่อป้องกันใจของเราไม่ให้ไหลเลื่อนไปทางต่ำแล้ว จะต้องหมั่นยกใจของเราให้สูงอยู่เสมอ ด้วยการขวนขวายสร้างสมบุญกุศลอยู่เป็นนิจ คือการทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนาเป็นต้น

อานิสงส์การงดเว้นบาป
1. ทำให้เป็นคนไม่มีเวร ไม่มีภัย
2. ทำให้เกิดมหากุศลตามมา
3. ทำให้โรคภัยไข้เจ็บไม่เบียดเบียน
4. ทำให้เป้นผู้ไม่ประมาท
5. ทำให้เกิดศรัทธาในพระพุทธศาสนามากยิ่งขึ้น
6. ทำให้จิตใจผ่องใส พร้อมที่จะรองรับคุณธรรมขั้นสูงต่อไป
ฯลฯ

จากหนังสือมงคลชีวิต ฉบับ "ทางก้าวหน้า"

ปล. สำหรับตั้งแต่มงคลนี้ไปจะเป็นเรื่องของการฝึกคุณธรรมต่างๆ ให้ยิ่งๆ ขึ้นไป
จนกระทั่งหมดกิเลสเป็นพระอรหันต์
บันทึกการเข้า
imza
ในพระพุทธศาสนาไม่มีคำว่าบังเอิญ  ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามกฏแห่งกรรม
ท่องเที่ยวไปทุกที่ตามที่ใจฝัน
คะแนนแทนกำลังใจ: 776
เหรียญรางวัล:
Real FanGood Perform Global Moderator
กระทู้: 755
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เมตตาธรรมค้ำจุนโลก
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 3.6.12 Firefox 3.6.12

« ตอบ #1 เมื่อ: 09 พฤศจิกายน 2553, 09:54:26 pm »
การต่ออายุโดยการปล่อยสัตว์ หรือไถ่ชีวิตสัตว์


การต่ออายุโดยการปล่อยสัตว์ หรือไถ่ชีวิตสัตว์ เชื่อกันว่าเป็นการต่ออายุให้ยืนยาวออกไป และมีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุข ปราศจากโรคภัยทั้งหลาย ดังคัมภีร์กล่าวไว้ว่า

ในสมัยพุทธกาลมีสามเณรน้อยองค์หนึ่งชื่อ ติสสะ อายุ ๗ ปี มาบวชเพื่อศึกษาเล่าเรียน และปฏิบัติธรรมอยู่ในสำนักพระสารีบุตรเถระ อัครสาวกของพระพุทธเจ้า เป็นระยะเวลาหนึ่งปี

อยู่มาวันหนึ่งพระสารีบุตร สังเกตเห็นลักษณะของสามเณรว่าจะมีอายุได้อีก ๗ วันเท่านั้น ก็จะถึงแก่มรณภาพ ท่านพระสารีบุตรจึงเรียกสามเณรมาบอกถึงความจริงให้ทราบว่า “ตามตำราหมอดูและตำราดูลักษณะ เธอจะมีชีวิตอยู่ไม่เกิน ๗ วัน ดังนั้นให้เธอกลับไปบ้าน ร่ำลาโยมพ่อแม่ และญาติเสีย”

สามเณรมีความเศร้าโศกเสียใจมาก ร้องไห้ร่ำไรน่าสงสาร นมัสการลาพระอาจารย์ แล้วเดินทางกลับบ้านด้วยดวงหน้าอันหม่นหมอง ระหว่างทางที่สามเณรผ่านไปนั้น ได้พบปลาน้อยใหญ่ในสระน้ำซึ่งกำลังแห้งเขิน เมื่อสามเณรไปถึง ปลากำลังดิ้นทุรนทุรายเพราะน้ำไม่เพียงพอ

สามเณรน้อยติสสะได้เห็นดังนั้น ก็ได้รำพึงในใจว่า เออ ! อันตัวเรานี้ก็จะมรณภาพภายใน ๗ วัน เช่นเดียวกับปลาทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าไม่มีน้ำ ฉะนั้นก่อนที่เราจะมรณภาพ เราขอได้โปรดสัตว์ทั้งหลายเหล่านี้ให้รอดพ้นจากความตายดีกว่า เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้ว ก็ได้เอาปลาน้อยใหญ่ทั้งหลายใส่ในบาตรของตน แล้วนำไปปล่อยที่แม่น้ำใหญ่ให้พ้นจากความตาย ระหว่างทางพบอีเก้งลูกกวาง ถูกแร้วของนายพราน สามเณรก็ปล่อยอีเก้งอีก

เมื่อสามเณรน้อยติสสะเดิน ทางมาถึงบ้านแล้ว ก็ได้เล่าเรื่องที่ตนจะถึงแก่มรณภาพอีก ๗ วันให้พ่อแม่และญาติพี่น้องฟัง เมื่อเขาเหล่านั้นได้ทราบเรื่องราวแล้ว ต่างคนต่างก็มีความเศร้าโศกเสียใจ ต่างก็สงสารสามเณรน้อยผู้นั้นเป็นยิ่งนัก แล้วเขาทุกคนก็รอคอยวันที่สามเณรน้อยติสสะจะมรณภาพด้วยดวงใจที่แสนเศร้า


เลย กำหนดหนึ่งวันสองวันตามลำดับ จนล่วงกำหนดไป ๗ วัน สามเณรก็ยังไม่ตาย กลับมีผิวพรรณผ่องใสยิ่งขึ้น ญาติจึงบอกให้สามเณรกลับไปหาพระสารีบุตรเถระ เมื่อสามเณรเดินทางไปถึง พระสารีบุตรมีความประหลาดใจ ถึงกับจะเผาตำราทิ้ง สามเณรติสสะจึงกราบเรียนให้ทราบเกี่ยวกับการนำปลาไปปล่อยในน้ำ และปล่อยอีเก้งจากแร้วของนายพราน

พระสารีบุตรจึงกล่าวว่าการกระทำของสามเณรน้อยติสสะนี้ เป็นกุศลกรรมที่ยังให้เห็นเป็นพลังให้พ้นจากหายนะ คือความเสื่อมความตาย และยังมีชีวิตยิ่งยืนนานอีกต่อไป.

ข้อควรรู้ในการทำบุญปล่อยสัตว์

การปล่อยปลา ควรจะซื้อปลาจากตลาดสด เช่น ปลาหมอ ปลาช่อน ปลาดุก ฯลฯ เพราะปลาเหล่านี้จะต้องถูกฆ่าอย่างแน่นอน

การปล่อยเต่า เต่านั้นไม่สามารถจะอยู่ได้ในน้ำไหลและมีคลื่นแรง ธรรมชาติของเต่าจะต้องอยู่ในน้ำนิ่งและมีที่แห้งให้เขาสามารถขึ้นมาพักผ่อนได้

การปล่อยปลาไหลและกบ ธรรมชาติของปลาไหลจะอยู่ตามคูคลอง หนอง บึง ที่เป็นดิน ขุดรูเป็นที่อยู่ กบก็ต้องขุดรูอยู่ตามท้องนา

ผู้ที่ต้องการสร้างกุศลโดยการปล่อยสัตว์ ควรจะพิจารณาด้วยว่าสัตว์นั้น ๆ จะมีชีวิตรอดอยู่ได้หรือไม่ ในสถานที่ที่ตั้งใจจะนำไปปล่อยนั้นด้วย.


http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=thammakittakon&date=30-07-2009&group=10&gblog=7
บันทึกการเข้า
imza
ในพระพุทธศาสนาไม่มีคำว่าบังเอิญ  ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามกฏแห่งกรรม
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal