สำหรับท่านทียังไม่สมัครเป็นสมาชิกกับทาง Infoforthai อย่าพลาดโอกาส มีสิ่งที่ดีมีอีกมากมายรอคุณอยู่
20 พฤษภาคม 2555, 01:10:22 am
หน้าแรก
เว็บบอร์ด
ช่วยเหลือ
ค้นหา
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
You are here:
INfo foR tHai--> คลังความรู้คู่คนไทย
หมวดรวมใจชาวไทย
มุมศาสนา
มงคลชีวิต
(ผู้ดูแล:
เทพสายลม
)มงคลที่ 18 ทำงานไม่มีโทษ
← หน้าที่แล้ว
¦
มงคลชีวิต
¦
ต่อไป →
หน้า: [
1
]
ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: มงคลที่ 18 ทำงานไม่มีโทษ (อ่าน 733 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เทพสายลม
ท่องเที่ยวไปทุกที่ตามที่ใจฝัน
คะแนนแทนกำลังใจ: 776
เหรียญรางวัล:
กระทู้: 755
ออฟไลน์
เมตตาธรรมค้ำจุนโลก
OS:
Windows XP
Browser:
Firefox 3.6.12
มงคลที่ 18 ทำงานไม่มีโทษ
«
เมื่อ:
22 พฤศจิกายน 2553, 07:02:08 pm »
มงคลที่ 18 ทำงานไม่มีโทษ
งานไม่มีโทษคืออะไร
งานไม่มีโทษ
คือ งานที่ไม่มีเวรไม่มีภัย ไม่เบียดเบียนใคร แต่เป็นประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น
ความสามารถในการทำงานของคนมี 2 ระดับ คือ
ขั้นทำได้
กับ
ขั้นทำดี
ทำได้
หมายถึง การทำงานสักแต่ให้เสร็จๆ ไป จะเกิดประโยชน์หรือไม่เพียงใด ไม่ได้คำนึงถึง
ทำดี
หมาย ถึง การเป็นผู้คิดให้รอบคอบถึงผลได้ผลเสียทุกแง่มุม แล้วจึงเลือกทำเฉพาะแต่ที่เป็นประโยชน์จริงๆ พูดสั้นๆ คือ ถ้าทำต้องให้ดี ถ้าไม่ดีต้องไม่ทำ
วิธีพิจารณางานว่าไม่มีโทษหรือไม่
ในการพิจารณางานที่ทำว่าเป็นงานมีโทษหรือไม่ ต้องไม่ถือเอาคำติชมของคนพาลมาเป็นอารมณ์ ส่วนบัณฑิตนั้น เราควรรับฟังคำติชมด้วยความเคารพ
หลักการที่บัณฑิตใช้พิจารณาว่างานมีโทษหรือไม่นั้น มีอยู่ 4 ประการ
1. ไม่ผิดกฏหมาย
2. ไม่ผิดประเพณี
3. ไม่ผิดศีล
4. ไม่ผิดธรรม
วิธีรู้ก่อนทำ
ทางพระพุทธศาสนาสอนเรื่องการทำงานไว้ว่า
"นิสมฺมกรณํ เสยุโย"
คือ
"ใคร่ครวญดูก่อน แล้วจึงลงมือทำดีกว่า"
นักทำงานสัมยนี้มีคติว่า
"อย่าดมก่อนเห็น อย่าเซ็นก่อนอ่าน"
ซึ่งก็เป็นการปฏิบัติตามหลักธรรมนั่นเอง
ข้อ สำคัญคือ ต้องทำใจเราให้คลายความอวดดื้อถือทิฐิมานะ ต้องยอมรับว่เราไม่ใช่คนเก่งที่สุด เราไม่ใช่คนฉลาดที่สุด ยังมีผู้ที่เกิดก่อนเรารู้เห็นมามากกว่าเรา
ประเภทของงานไม่มีโทษ
1. งานที่ทำเพื่อประโยชน์ตนเอง
คือทำมาหาเลี้ยงชีพต่างๆ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า อาชีพต้องห้ามต่อไปนี้ พุทธศาสนิกชนไม่ควรทำ ได้แก่
- การค้าอาวุธ
- การค้ามนุษย์
- การค้ายาพิษ
- การค้ายาเสพย์ติด
- การค้าสัตว์เพื่อนำไปฆ่า
2. งานที่ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
คือการทำงานสังคมสงเคราะห์ช่วยเหลือคนข้างเคียง และช่วยเหลืองานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม
ตัวอย่างการทำงานไม่มีโทษ
1. การรักษาอุโบสถศีล
2. การทำงานช่วยเหลือกันในทางที่ชอบ
3. การสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรม
4. การปลูกต้นไม้เพื่อให้ร่มเงาแก่คนเดินทาง
5. การสร้างสะพาน เพื่อให้คนสัญจรไปมาได้สะดวก
6. การสร้างประปา สร้างแหล่งน้ำ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้น้ำสะดวก
7. การตั้งน้ำดื่มใช้ไว้ เพื่อให้คนได้สะดวกสะบาย
8. การให้ที่อยู่อาศัยแก่บุคคล
9. การตั้งอยู่ในบุญกุศล หรือตั้งอยู่ในบุญกิริยาวัตถุ 10 ประการ
10. การถึงพร้อมด้วยศีล และการเจริญสมาธิภาวนา
ฯลฯ
อานิสงส์การทำงานไม่มีโทษ
คนทำงานมีโทษนั้น ได้กับเสียเป็นเงาตามตัว ยิ่งได้งานมากก็ทุกข์ใจมาก เข้าทำนอง
"อิ่มท้องแต่พร่องทางใจ"
ยิ่งรวยได้ทรัพย์มากเท่าไรโอกาสมราจะเสียคนก็มากเท่านั้น ยิ่งทำก็ยิ่งทุกข์ คุณความดีในตัวลดลงทุกที ส่วนคนที่ทำงานไม่มีโทษนั้น จะก้าวหน้าไปสู่ความสุขแท้และความเจริญแท้ ถึงแม้จะไม่รวยทรัพย์ แต่ก้รวยความดี
จากหนังสือมงคลชีวิต ฉบับ "ทางก้าวหน้า"
แดงคนดี
บันทึกการเข้า
ในพระพุทธศาสนาไม่มีคำว่าบังเอิญ
ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามกฏแห่งกรรม
เทพสายลม
ท่องเที่ยวไปทุกที่ตามที่ใจฝัน
คะแนนแทนกำลังใจ: 776
เหรียญรางวัล:
กระทู้: 755
ออฟไลน์
เมตตาธรรมค้ำจุนโลก
OS:
Windows XP
Browser:
Firefox 3.6.12
Re: มงคลที่ 18 ทำงานไม่มีโทษ
«
ตอบ #1 เมื่อ:
22 พฤศจิกายน 2553, 07:26:51 pm »
สมบัติของพระเจ้าจัณฑปัชโชติ
ดังได้ยินมา พระราชาพระองค์นั้น ในสมัยที่พระพุทธเจ้ายังมิได้ทรงอุบัติขึ้น ได้เป็นคนรับใช้ของอิสรชนผู้หนึ่ง ต่อมาวันหนึ่งเมื่ออิสรชนผู้นั้นออกไปนอกพระนคร อาบน้ำแล้วมาอยู่ พระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่ง เข้าไปสู่พระนครเพื่อบิณฑบาต ไม่ได้ภิกษาเลยสักอย่างหนึ่ง เพราะชาวเมืองทั้งสิ้นถูกมารดลใจ มีบาตรตามที่ล้างไว้แล้ว (เปล่า) ออกไป ลำดับนั้น มารเข้าไปหาพระปัจเจกพุทธเจ้านั้นด้วยเพศที่ไม่มีใครรู้จัก แล้วถามท่านในขณะที่ท่านถึงประตูพระนครว่า “ท่านเจ้าข้า ท่านได้อะไร ๆ บ้างไหม ?”
พระปัจเจกพุทธเจ้าตอบว่า “ก็เจ้าทำอาการคืออันไม่ได้แก่เราแล้วมิใช่หรือ ?”
มาร ถ้ากระนั้น ขอท่านจงกลับเข้าไปอีก คราวนี้ ข้าพเจ้าจักไม่ทำ
พระปัจเจกพุทธเจ้า เราจักไม่กลับอีก
ก็ถ้าพระปัจเจกพุทธเจ้านั้นพึงกลับไปไซร้ มารนั้นจะพึงสิงร่างของชาวเมืองทั้งสิ้น แล้วปรบมือทำการหัวเราะเย้ยอีก เมื่อพระปัจเจกพุทธเจ้าไม่กลับ มารก็หายไปในที่นั้นเอง
ขณะนั้นอิสรชนผู้นั้น พอเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ผู้มาด้วยเปล่า จึงไหว้ แล้วถามว่า “ท่านเจ้าข้า ท่านได้อะไร ๆ บ้างไหม ?”
ท่านตอบว่า “ผู้มีอายุ ฉันเที่ยวไปแล้ว ออกมาแล้ว ”
เขาคิดว่า “พระผู้เป็นเจ้า ไม่ตอบคำที่เราถาม กลับกล่าวคำอื่นเสีย ท่านคงจักยังไม่ได้ อะไร ๆ ”
ในทันใดนั้น เขาแลดูบาตรของท่าน เห็นบาตรเปล่า ก็เป็น ผู้แกล้วกล้า แต่ไม่อาจรับบาตร เพราะยังไม่รู้ว่า ภัตในเรือนของตน เสร็จแล้วหรือยังไม่เสร็จ จึงกล่าวว่า “ท่านเจ้าข้า ขอท่านจงรอหน่อย” ดังนี้แล้ว ก็ไปสู่เรือนโดยเร็ว ถามว่า “ภัตสำหรับเราเสร็จแล้วหรือ ?”
เมื่อคนรับใช้ตอบว่า “เสร็จแล้ว”
เขาจึงกล่าวกะคนรับใช้นั้นว่า “พ่อ คนอื่นที่มีความเร็วอันสมบูรณ์กว่าเจ้าไม่มี ด้วยฝีเท้าอันเร็ว เจ้าจงไปถึงพระผู้เป็นเจ้านั้น กล่าวว่า ‘ท่านเจ้าข้า ขอท่านจงให้บาตร,’ แล้วรับบาตรมาโดยเร็ว ”
คนรับใช้นั้นวิ่งไปด้วยด้วยความเร็วอย่างยิ่ง กระทำการนิมนต์พระปัจเจกพุทธเจ้าตามที่นายสั่ง รับบาตร และนำมาแล้ว อิสรชนนั้นก็ทำบาตรให้เต็มด้วยโภชนะของตน แล้วกล่าวว่า “เจ้าจงรีบไป ถวายบาตรนี้แก่พระผู้เป็นเจ้า เราจะให้ส่วนบุญในทานนี้ แก่เจ้า ”
เขารับบาตรนั้นแล้วไปด้วยฝีเท้า (เร็ว) ถวายบาตรแก่พระ ปัจเจกพุทธเจ้า ไหว้ด้วยเบญจางคประดิษฐ์ แล้วกล่าวว่า “ท่านเจ้าข้า เวลาจวนแจแล้ว ข้าพเจ้าไปและมา ด้วยฝีเท้าอันเร็วยิ่ง ด้วยผลแห่งฝีเท้าของข้าพเจ้านี้ ขอพาหนะทั้งหลาย ๕ ซึ่งสามารถจะไปได้ ๕๐ โยชน์ ๖๐ โยชน์ ๑๐๐ โยชน์ ๑๒๐ โยชน์ จงเกิดขึ้นแก่ข้าพเจ้า อนึ่ง ร่างกายของข้าพเจ้าผู้มาอยู่และไปอยู่ ถูกแสงแห่งดวงอาทิตย์แผดเผาแล้ว ด้วยผลแห่งความที่ร่างกายถูกแสงแห่งดวงอาทิตย์แผดเผานั้นของข้าพเจ้า ขออำนาจของข้าพเจ้าจงแผ่ไปเช่นกับแสงแห่งดวงอาทิตย์ ในที่ ๆ เกิดแล้วและเกิดแล้ว ส่วนบุญในเพราะบิณฑบาตนี้ อันนายให้แล้วแก่ข้าพเจ้า ด้วยผลแห่งส่วนบุญนั้น ขอข้าพเจ้าจงเป็นผู้มีส่วนแห่งธรรมอันท่านเห็นแล้ว ” พระปัจเจกพุทธเจ้ากล่าวว่า “ขอความปรารถนาที่ท่านตั้งไว้นี้ จงสำเร็จ” แล้วได้กระทำอนุโมทนาว่า:
“สิ่งที่ต้องการแล้ว ปรารถนาแล้ว
จงพลันสำเร็จแก่ท่าน ขอความดำริทั้งปวง
จงเต็มดังพระจันทร์ ซึ่งมีในดีถีที่ ๑๕
สิ่งที่ต้องการแล้ว ปรารถนาแล้ว จงพลันสำเร็จแก่ท่าน
ขอความดำริทั้งปวง จงเต็มดังแก้วมณี ชื่อว่าโชติรส ”
ได้ทราบว่า คาถา ๒ คาถานี้แล ชื่อว่า คาถาอนุโมทนาของพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย รัตนะคือแก้วมณี อันให้สิ่งที่มุ่งหมายทั้งปวง [แก้วสารพัดนึก] เรียกว่า “แก้วมณีโชติรส” ในคาถานั้น นี้เป็น บุรพจริตแห่งบุรุษรับใช้นั้น เขาได้เป็นพระเจ้าจัณฑปัชโชติในบัดนี้ และด้วยผลแห่งกรรมนั้น พาหนะ ๕ เหล่านี้จึงเกิดขึ้น
พระเจ้าจัณฑปัชโชตมีพาหนะทั้ง ๕ คือ:
นางช้างตัว ๑ ชื่อ ภัททวดี ไปได้วันละ ๕๐ โยชน์
ทาสชื่อว่า กากะ ไปได้ ๖๐ โยชน์
ม้า ๒ ตัว คือ ม้าเวลกังสิ และม้ามุญชเกสิ ไปได้ ๑๐๐ โยชน์
ช้างนาฬาคิรี ไปได้ ๑๒๐ โยชน์
http://www.dharma-gateway.com/buddha/chadok-07/chadok-070204.htm
แดงคนดี
บันทึกการเข้า
ในพระพุทธศาสนาไม่มีคำว่าบังเอิญ
ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามกฏแห่งกรรม
หน้า: [
1
]
ขึ้นบน
พิมพ์
← หน้าที่แล้ว
¦
มงคลชีวิต
¦
ต่อไป →
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
หมวดรวมใจชาวไทย
-----------------------------
=> มุมศาสนา
===> พุทธประวัติ
===> พุทธสาวก
===> มงคลชีวิต
===> นิทานธรรมะ
=> เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
===> ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณกรมหลวงชุมพรฯ
=> มุมภาษาไทย
=> มุมประวัติศาสตร์
===> ชีวะประวัติบุคคลสำคัญและผลงาน
===> ศิลปะและวัฒนธรรม
===> ดนตรีไทย
-----------------------------
หมวดคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี
-----------------------------
=> มุมถาม-ตอบปัญหาคอมฯ
=> มุมTip-เทคนิคคอมฯ
=> มุมบทความไอที-เทคโนโลยี
=> กราฟฟิก Graphics
=> ฟรีแวร์ Freeware
===> หนังสือ E-book
-----------------------------
หมวดสารพันบันเทิง
-----------------------------
=> มุมกาพย์ กลอน โคลง ฉันท์
===> บทกลอนธรรมภาษิต
===> เคล็ดลับการแต่งกลอน
=> มุมคนรักการท่องเที่ยว
=> มุมเฮฮา - สาระน่ารู้
===> มุมคนรักกีฬา
===> สุขภาพที่ดี
===> มุมพยากรณ์โดยหมอจุ๋ม
===> มุมต้อนรับสมาชิก
===> แม่และเด็ก Breastfeeding
-----------------------------
หมวดแนะนำเส้นทางทำมาหากิน
-----------------------------
=> มุมซื้อขาย-ประชาสัมพันธ์
=> มุมภูมิปัญญาไทยอาชีพเสริม
=> มุมการเกษตร
=> มุมอาหารการกิน
=> มุมบ้านและสวน
-----------------------------
หมวดการใช้งานเวบไซค์
-----------------------------
=> มุมแจ้งปัญหาและการใช้งานบอร์ด
===> INfo foR tHai Music
SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal