สำหรับท่านทียังไม่สมัครเป็นสมาชิกกับทาง Infoforthai อย่าพลาดโอกาส มีสิ่งที่ดีมีอีกมากมายรอคุณอยู่
20 พฤษภาคม 2555, 01:20:49 am
หน้าแรก
เว็บบอร์ด
ช่วยเหลือ
ค้นหา
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
You are here:
INfo foR tHai--> คลังความรู้คู่คนไทย
หมวดรวมใจชาวไทย
มุมศาสนา
มงคลชีวิต
(ผู้ดูแล:
เทพสายลม
)มงคลที่ 17 สงเคราะห์ญาติ
← หน้าที่แล้ว
¦
มงคลชีวิต
¦
ต่อไป →
หน้า: [
1
]
ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: มงคลที่ 17 สงเคราะห์ญาติ (อ่าน 772 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เทพสายลม
ท่องเที่ยวไปทุกที่ตามที่ใจฝัน
คะแนนแทนกำลังใจ: 776
เหรียญรางวัล:
กระทู้: 755
ออฟไลน์
เมตตาธรรมค้ำจุนโลก
OS:
Windows XP
Browser:
Firefox 3.6.13
มงคลที่ 17 สงเคราะห์ญาติ
«
เมื่อ:
17 มกราคม 2554, 07:39:09 pm »
มงคลที่ 17 สงเคราะห์ญาติ
ญาติคือใคร
ญาติ
แปลว่า คนคุ้นเคย คนใกล้ชิด
หมายถึง บุคคลที่คุ้นเคยและวางใจกันได้ มี 2 ประเภท ได้แก่
1. ญาติทางโลก
แบ่งได้เป็น 2 พวก คือ
- ญาติโดยสายโลหิต เช่น ทวด ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา พี่ น้อง หลาย เหลน ฯลฯ
(สำหรับพ่อแม่ ลูก ภรรยา สามี ถือว่าเป็นใกล้ชิดเรามากที่สุด ขอให้ยกไว้ต่างหาก)
- ญาติโดยความใกล้ชิดคุ้นเคย เช่น เพื่นอสนิทสนมกับเราโดยตรง
2. ญาติทางธรรม
หมายถึง ผู้เป็นญาติเพราะเหตุ 4 ประการ
- เป็นญาติเพราะบวชให้พระภิกษุ
- เป็นญาติเพราะบวชให้เป็นสามเณร
- เป็นญาติเพราะให้นิสสัย (พิธีกรรมของสงฆ์ที่พระอุปัชฌาย์ให้แก่ศิษย์)
- เป็นญาติเพราะสอนธรรมะให้
ลักษณะญาติที่ควรสงเคราะห์
1. เป็นคนที่พยายามช่วยเหลือตนเองก่อนแล้วอย่างเต็มที่
ไม่ใช่เอะอะมีอะไรก็วิ่งมาหาท่าเดียว งอมืองอเท้า ไม่ยอมช่วยตนเอง
2. รู้จักทำตัวให้น่าช่วย มีความประพฤติดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข
มีสัมมาคารวะ มีความอ่อนน้อมถ่อมตน มีน้ำใจโอบอ้อมอารีย
เวลาที่ควรสงเคราะห์ญาติ
1. เมื่อยากจนหาที่พึ่งไม่ได้
2. เมื่อขาดทุนทรัพย์ค้าขาย
3. เมื่อขาดยานพาหนะ
4. เมื่อขาดอุปกรณ์ทำกิน
5. เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย
6. เมื่อคราวมีธุระการงาน
7. เมื่อคราวถูกใส่ความมีคดี
วิธีสงเคราะห์ญาติทางโลก
1. ทาน
หมายถึง การเอื้อเฟื้อแบ่งกันกินกันใช้ ให้ของฝากยามเยี่ยมเยียน
ให้ของขวัญยามมงคล ให้ของกินของใช้ยามตรุษยามสารท
ตลอดจนให้ทุนรอนทำมาหากินโดยควรจะตั้งงบกลางไว้สำหรับสงเคราะห์ญาติโดยเฉพาะ
และเมื่อแบ่งปันให้ญาติไปแล้ว ก็ไม่คิดจะทวงคืน แต่ถ้าเขานำมาคืนเองก็ควรเก็บสำรอง
ไว้ในงบกลางนี้อีก สำหรับสงเคราะห์ญาติคนอื่นๆ ที่เดือดร้อนต่อไป
2. ปิยวาจา
พูดจาต่อกันด้วยคำสุภาพอ่อนโยน เรียกสรรพนามตามศัพท์
3. อัตถจริยา
ทำตัวให้เป็นประโยชน์แก่ญาติ คือช่วยเหลือเมื่อมีธุระการงาน
4. สมานัตตตา
วางตัวกับญาติให้เหมาะสมกับฐานะ ตำแหน่ง เหตุการณ์ สิ่งแวดล้อม
เคารพผู้ใหญ่ เอ็นดูญาติผู้น้อย เสมอต้นเสมอปลาย ร่วมทุกข์ร่วมสุข ไม่ทอดทิ้งกัน
วิธีสงเคราะห์ญาติทางธรรม
คือ ชักชวนญาติให้รู้จักประกอบการบุญการกุศล ชักนำให้ได้ทำทาน รักษาศีล
เ้จริญภาวนา ให้ตั้งอยู่ในศรัทธา สอนธรรมะให้ ชักนำให้บวช ชักนำให้ปฏิบัติธรรม
ข้อเตือนใจ
การสงเคราะห์ญาติเป็นความดี เป็นมงคลแก่ผู้ทำ แต่ทั้งนี้ต้องทำตามวิถีทางที่ถูกต้อง
คือ ต้องไม่เอาการช่วยเหลือญาติพี่น้องมาทำให้เสียความเป็นธรรมในหน้าที่
อานิสงส์การสงเคราะห์ญาติ
1. เป็นฐานป้องกันภัย ศัตรูหมู่พาลทำอันตรายได้ยาก
2. เป็นฐานอำนาจ ให้ขยายกิจการงานได้ใหญ่โตขึ้น
3. เป็นบุญกุศล
4. เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจกัน
5. ทำให้สนิทสนมคุ้นเคยกัน
6. ทำให้เกิดความสามัคคีกัน
7. ทำให้เกิดความจงรักภักดีต่อกัน
8. ทำให้ตระกูลใหญ่โตมั่นคง
9. ทำให้มีญาติมากมายทุกภพทุกชาติ
10. เป็นแบบอย่างที่ดีแก่อนุชนรุ่นหลัง
11. เป็นการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้เกิดขึ้น
12. เป็นเหตุให้เกิดสันติสุขไปทั่วโลก
จากหนังสือมงคลชีวิต ฉบับ "ทางก้าวหน้า"
แดงคนดี
บันทึกการเข้า
ในพระพุทธศาสนาไม่มีคำว่าบังเอิญ
ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามกฏแห่งกรรม
เทพสายลม
ท่องเที่ยวไปทุกที่ตามที่ใจฝัน
คะแนนแทนกำลังใจ: 776
เหรียญรางวัล:
กระทู้: 755
ออฟไลน์
เมตตาธรรมค้ำจุนโลก
OS:
Windows XP
Browser:
Firefox 3.6.13
Re: มงคลที่ 17 สงเคราะห์ญาติ
«
ตอบ #1 เมื่อ:
17 มกราคม 2554, 08:08:09 pm »
ตินทุกชาดก : ว่าด้วย อุบายสงเคราะห์ญาติ
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภพระปัญญาบารมี
ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า ธนุหตฺถกลาเปหิ ดังนี้.
ความพิสดารมีอยู่ว่า พระศาสดา ครั้นทรงสดับวาจาพรรณา
พระคุณแห่งปัญญาของพระองค์ เหมือนในมหาโพธิชาดก
และอุมมังคชาดกแล้ว จึงตรัสว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตถาคตมีปัญญา มิใช่ในบัดนี้เท่านั้น
แม้เมื่อก่อน ก็มีปัญญาและฉลาดในอุบายเหมือนกัน
แล้วทรงนำเรื่องในอดีต มาตรัสเล่า
ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี
พระโพธิสัตว์อุบัติในกำเนิดวานร มีวานรแปดหมื่นเป็นบริวาร อาศัยอยู่ในหิมวันตประเทศ
ใกล้หิมวันตประเทศนั้น มีบ้านชายแดนแห่งหนึ่ง บางครั้งก็มีคนอยู่ บางครั้งก็ไม่มีคนอยู่
ในท่ามกลางหมู่บ้านนั้น มีต้นมะพลับต้นหนึ่ง กิ่งก้านและค่าคบบริบูรณ์มีผลอร่อย.
ฝูงลิงพากันมากินผลมะพลับนั้นในเวลาที่ไม่มีคนอยู่.
ครั้นต่อมาถึงคราวมีผลอีก บ้านนั้นได้กลับเป็นที่อยู่ของมนุษย์ เรียงรายไปด้วยต้นอ้อ
ประกอบไปด้วยประตู แม้ต้นไม้นั้นก็ออกผลกิ่งลู่น้อมลง.
ฝูงลิงคิดว่า เมื่อก่อนเรากินผลมะพลับที่บ้านโน้น
บัดนี้มะพลับต้นนั้นมีผลหรือยังหนอ บ้านมีคนอยู่หรือไม่หนอ ครั้นคิดดังนั้นแล้ว
จึงส่งลิงไปตัวหนึ่งโดยกล่าวว่า เจ้าจงไปสืบดูที.
ลิงนั้นไปสืบดู ก็รู้ว่าไม้นั้นออกผลและบ้านมีผู้คนจับจองอยู่ จึงกลับมาบอกแก่พวกลิง.
พวกลิงได้ฟังว่าต้นไม้นั้นออกผล เกิดความอุตสาหะว่า จักกินผลมะพลับอันโอชา
จึงบอกความนั้นแก่พญาวานร. พญาวานรถามว่า บ้านมีคนอยู่หรือไม่
มันบอกว่า มีจ้ะนาย. พญาวานรบอกว่า
ถ้าเช่นนั้นไม่ควรไป เพราะพวกมนุษย์มีเล่ห์กะเท่มาก.
พวกลิงกล่าวว่า เราจักกินตอนเที่ยงคืนในเวลาที่พวกมนุษย์หลับสนิท
ครั้นพญาวานรรับรู้แล้ว จึงลงจากป่าหิมพานต์
คอยเวลาที่พวกมนุษย์หลับสนิท นอนอยู่บนหลังแผ่นหินใหญ่ไม่ไกลหมู่บ้านนั้น
ครั้นมัชฌิมยามพวกมนุษย์หลับ จึงพากันขึ้นต้นไม้กินผลไม้.
ทีนั้นชายคนหนึ่งออกจากเรือนโดยจะไปถ่ายอุจจาระ
ถึงท่ามกลางบ้านเห็นฝูงลิง จึงตะโกนบอกพวกมนุษย์.
พวกมนุษย์มากมายสอดธนูและลูกศร ถืออาวุธต่างๆ ทั้งก้อนดินและท่อนไม้เป็นต้น
พอรุ่งสว่าง พากันยืนล้อมต้นไม้ด้วยหวังว่า จักจับฝูงลิง.
ฝูงลิงแปดหมื่นตัวเห็นพวกมนุษย์ ตกใจกลัวตาย พากันไปหาพญาวานร
ด้วยคิดว่า นอกจากพญาวานรแล้ว ไม่มีผู้อื่นจะเป็นที่พึ่งของพวกเราได้
แล้วกล่าวคาถาแรกว่า :-
พวกมนุษย์มีมือถือธนูและแล่งธนู ถือดาบอันคมกริบ พากันมาแวดล้อม
พวกเราไว้โดยรอบ พวกเราจะพ้นไปได้ด้วยอุบายอย่างไร.
ในบทเหล่านั้น บทว่า ธนุหตฺถกลาเปหิ คือมีมือถือธนูและแล่งธนู
อธิบายว่า ถือธนูแลแล่งศรยืนล้อมอยู่. บทว่า ปริกิณฺณมฺหา คือแวดล้อม.
บทว่า กถํ ได้แก่ พวกเราจักพ้นได้ด้วยอุบายไรหนอ.
พญาวานรได้ฟังคำของพวกลิงเหล่านั้นแล้ว ปลอบพวกลิงว่า
พวกเจ้าอย่ากลัวเลย ขึ้นชื่อว่าเหล่ามนุษย์มีการงานมาก
แม้วันนี้ก็เพิ่งมัชฌิมยาม บางทีเมื่อพวกมนุษย์ยืนล้อมเราด้วย
คิดว่าจักฆ่าพวกเรา กิจอื่นอันทำอันตรายแก่กิจนี้พึงเกิดขึ้น.
แล้วกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-
ประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งจะพึงเกิดแก่มนุษย์ผู้มีกิจมากเป็นแน่
ยังมีเวลาพอที่จะเก็บผลไม้เอามากินได้ พวกท่านจงพากันกินผลมะพลับเถิด.
บทว่า นํ เป็นเพียงนิบาต. ในบทนี้มีอธิบายว่า บางที.
ความต้องการอะไรๆ อย่างอื่นพึงเกิดขึ้นแก่พวกมนุษย์ผู้มีกิจมาก.
บทว่า อตฺถิ รุกฺขสฺส อุจฺฉินฺนํ ความว่า
ยังมีทางที่จะแย่งเอามากินได้ด้วยการฉุดกระชากผลของต้นไม้นี้.
บทว่า ขชฺช ตญฺเญว ตินฺทุกํ ความว่า พวกเจ้าจงกินผลมะพลับกันเถิด
คือพวกเจ้ามีความต้องการเท่าใด จงกินเท่านั้น เราจักรู้ในเวลาที่เขาประหารพวกเรา.
พระมหาสัตว์ปลอบฝูงลิงไว้ เพราะว่า เมื่อพวกมันเมื่อไม่ได้การปลอบใจเช่นนี้
ทั้งหมดจะหัวใจแตกถึงแก่ความตาย พระมหาสัตว์ปลอบฝูงวานรอย่างนี้ แล้วกล่าวว่า
พวกเจ้าจับนับลิงทั้งหมดดูที.
เมื่อพวกมันนับก็ไม่เห็นวานรชื่อ เสนกะ ซึ่งเป็นหลานของพญาวานร
จึงแจ้งว่า เสนกะไม่มา พญาวานรกล่าวว่า หากเสนกะไม่มา พวกเจ้าไม่ต้องกลัว
เสนกะนั้นจักทำความปลอดภัยให้แก่พวกเจ้าในบัดนี้.
เสนกะหลับในเวลาที่ฝูงลิงมา ภายหลังตื่นขึ้นไม่เห็นใครๆ
จึงเดินตามรอยเท้ามา ครั้นเห็นพวกมนุษย์จึงรู้ว่า ภัยเกิดขึ้นแก่ฝูงลิงเสียแล้ว
จึงไปหาหญิงแก่ซึ่งตามไฟกรอด้ายอยู่ ณ ท้ายเรือนหลังหนึ่ง
แล้วทำเป็นเด็กชาวบ้านเดินไปนา คว้าคบไฟดุ้นหนึ่ง วิ่งไปจุดบ้านซึ่งตั้งอยู่เหนือลม.
พวกมนุษย์พากันผละพวกลิงไปดับไฟ. ลิงทั้งหลายก็พากันหนี
เก็บผลไม้ได้ตัวละผลเพื่อนำไปให้เสนกะ แล้วพากันหนีไป.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก
เสนกะหลานพญาวานรในครั้งนั้น ได้เป็น
มหานามศากยะ
ในครั้งนี้
ฝูงลิงได้เป็นพุทธบริษัท ส่วนพญาวานร คือ
เราตถาคต
นี้แล.
http://www.84000.org/tipitaka/attha/jataka.php?i=270203
แดงคนดี
บันทึกการเข้า
ในพระพุทธศาสนาไม่มีคำว่าบังเอิญ
ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามกฏแห่งกรรม
หน้า: [
1
]
ขึ้นบน
พิมพ์
← หน้าที่แล้ว
¦
มงคลชีวิต
¦
ต่อไป →
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
หมวดรวมใจชาวไทย
-----------------------------
=> มุมศาสนา
===> พุทธประวัติ
===> พุทธสาวก
===> มงคลชีวิต
===> นิทานธรรมะ
=> เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
===> ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณกรมหลวงชุมพรฯ
=> มุมภาษาไทย
=> มุมประวัติศาสตร์
===> ชีวะประวัติบุคคลสำคัญและผลงาน
===> ศิลปะและวัฒนธรรม
===> ดนตรีไทย
-----------------------------
หมวดคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี
-----------------------------
=> มุมถาม-ตอบปัญหาคอมฯ
=> มุมTip-เทคนิคคอมฯ
=> มุมบทความไอที-เทคโนโลยี
=> กราฟฟิก Graphics
=> ฟรีแวร์ Freeware
===> หนังสือ E-book
-----------------------------
หมวดสารพันบันเทิง
-----------------------------
=> มุมกาพย์ กลอน โคลง ฉันท์
===> บทกลอนธรรมภาษิต
===> เคล็ดลับการแต่งกลอน
=> มุมคนรักการท่องเที่ยว
=> มุมเฮฮา - สาระน่ารู้
===> มุมคนรักกีฬา
===> สุขภาพที่ดี
===> มุมพยากรณ์โดยหมอจุ๋ม
===> มุมต้อนรับสมาชิก
===> แม่และเด็ก Breastfeeding
-----------------------------
หมวดแนะนำเส้นทางทำมาหากิน
-----------------------------
=> มุมซื้อขาย-ประชาสัมพันธ์
=> มุมภูมิปัญญาไทยอาชีพเสริม
=> มุมการเกษตร
=> มุมอาหารการกิน
=> มุมบ้านและสวน
-----------------------------
หมวดการใช้งานเวบไซค์
-----------------------------
=> มุมแจ้งปัญหาและการใช้งานบอร์ด
===> INfo foR tHai Music
SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal