หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มงคลที่ 16 ประพฤติธรรม  (อ่าน 650 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ท่องเที่ยวไปทุกที่ตามที่ใจฝัน
คะแนนแทนกำลังใจ: 776
เหรียญรางวัล:
Real FanGood Perform Global Moderator
กระทู้: 755
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เมตตาธรรมค้ำจุนโลก
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 3.6.13 Firefox 3.6.13

« เมื่อ: 21 มกราคม 2554, 08:33:37 pm »
มงคลที่ 16 ประพฤติธรรม

การประพฤติธรรมคืออะไร

การประพฤติธรรม คือการประพฤติตนให้อยู่ในกรอบของความถูกต้องและความดี
ทั้งปรับปรุงพฤติกรรมของตนให้ดีสมกับที่เกิดเป็นคน และให้มีความเที่ยงธรรม ไม่ลำเอียง

การประพฤติปฎิบัติตนมี 2 ลักษณะ
1. ประพฤติเป็นธรรม คือมีความเที่ยงธรรม เป็นความถูกต้องและเป็นความดี
ความมั่นงคงและความสงบเรียบร้อยของสังคมนั่นขึ้นอยู่กับหลักธรรมอย่างหนึ่งคือ
"ความเป็นธรรม" สังคมใดก็ตามอม้จะมีข้าวปลาอาหารสมบูรณ์มั่งคั่งบริบูรณ์
แต่ถ้าขาด "ความเป็นธรรม" เสียอย่างเดียว สังคมนั้นก็จะมีแต่ความเดือดร้อนวุ่นวาย
เพราะขาดความเป็นธรรม ครอบครัวจึงแตกสลาย
เพราะขาดความเป็นธรรม บ้านเมืองจึงเกิดปฎิวัติรัฐประหาร
เพราะขาดความเป็นธรรม สงครามระหว่างประเทศจึงเกิดขึ้น

ความเป็นธรรม คือการกระทำที่ชอบด้วยเหตุผล เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกหนทุกแห่ง
มีบางคนเข้าใจว่า ความเป็นธรรมคือความยุติธรรมเป็นเรื่องมาจากผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่เป็นผู้ให้
ตนเป็นผู้รับ ความเข้าใจเช่นนี้ผิด

อันที่จริงความเป็นธรรมเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนจะต้องให้แก่กัน
เราจึงต้องฝึกตนเองให้เป็นคนที่ปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างชอบด้วยเหตุผล

มีความเป็นธรรมไม่ลำเอียงเพราะอคติ 4 ประการ
1. ไม่ลำเอียงเพราะรัก
2. ไม่ลำเอียงเพราะชัง
3. ไม่ลำเอียงเพราะหลง
4. ไม่ลำเอียงเพราะกลัวภัย

คุณสมบัติทั้ง 4 ประการนี้ คนทุกคนจำเป็นต้องมี มิฉะนั้นโลกนี้ก็จะวุ่นวาย
โดยเฉพาะผู้นำทุกท่านจะต้องปลูกฝังคุณสมบัติดังกล่าวนี้
ให้เกิดขึ้นในใจตนอย่างเต็มเปี่ยม เพื่อไม่ให้เป็นที่ติฉินนินทาในภายหลัง

2. ประพฤติตามธรรม คือการประพฤติประฎิบัติตนตามธรรมะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอน ฝึกฝนตนเองให้คุณธรรมในตัวสูงขึ้นประณีตขึ้นตามลำดับ ได้แก่

การปฎิบัติตามหลักกุศลกรรมบถ 10 ประการ
1. เว้นจากการฆ่าสัตว์ คือไม่ฆ่าสัตว์ นับตั้งแต่ฆ่าคนทั่วไป ฆ่าสัตว์ที่มีคุณ และฆ่าสัตว์อื่นๆ
เจตนารมณ์ของกุศลบทข้อนี้ ต้องการให้ทุกคนรู้จักแก้ปัญหาโดยสันติวิธี
2. เว้นจากการลักทรัพย์ คือไม่แสวงหาทัรพย์โดยทางทุจริต
เจตนารมณ์ของกุศลบทข้อนี้ ต้องการให้ทุกคนทำมาหาเลี้ยงชีพโดยสุจริต
3. เว้นจากการประพฤติผิดในกาม คือไม่กระทำผิดในทางเพศ ไม่ลุอำนาจแก่ความกำหนัด
เจตนารมณ์ของกุศลบทข้อนี้ ต้องการให้ทุกคนมีจิตใจสูง เคารพในสิทธิของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
4. เว้นจากการพูดเท็จ คือต้องไม่เจตนาพูดใหห้ผู้ฟังเข้าใจผิดไปจากความเป็นจริง
เจตนารมณ์ของกุศลบทข้อนี้ ต้องการให้ทุกคนมีความสัตย์จริง
5. เว้นจากการพูดส่อเสียด คือไม่เก็บความข้างนี้ไปบอกข้างโน้น
เก็บความข้างโน้นมาบอกข้างนี้
เจตนารมณ์ของกุศลบทข้อนี้ ต้องการไม่ให้คนเราหาความชอบด้วยการประจบสอพลอ
6. เว้นจากการพูดคำหยาบ คือไม่พูดคำซึ่งทำให้คนฟังเกิดความระคายใจ
และส่อว่าผู้พูดเป็นคนมีสถุลต่ำ
เจตนารมณ์ของกุศลบทข้อนี้ ต้องการให้ทุกคนเป็นสุภาพชน
7. เว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ คือไม่พูดเหลวไหลไม่พูดพล่อยๆ สักแต่ว่ามีปากอยากพูดก็พูดไปหาสาระมิได้ แต่พูดถ้อยคำที่มีสาระ มีหลักฐาน มีที่อ้างอิง ถูกกาลเวลา มีประโยชน์
เจตนารมณ์ของกุศลบทข้อนี้ ต้องการให้ทุกคนมีความรับผิดชอบต่อถ้อยคำของตน
8. ไม่โลภแยากได้ของเขา คือไม่เพ่งเล็งที่จะเอาทรัพย์ของคนอื่นในทางทุจริต
เจตนารมณ์ของกุศลบทข้อนี้ ต้องการให้คนเราเคารพในสิทธิข้าวของของผู้อื่น
9. ไม่พยายามบาทปองร้ายเขา คือไม่ผูกใจเจ็บ ไม่คิดอาฆาตล้างแค้น ไม่จองเวร
มีใจเบิกบาน แจ่มใสไม่ขุ่นมัว ไม่เกลือกกลั้วด้วยโทสะจริต
เจตนารมณ์ของกุศลบทข้อนี้ ต้องการให้คนเรารู้จักให้อภัยทาน
10. ไม่เห็นผิดจากคลองธรรม คือไม่คิดแย้งกับหลักธรรม
เจตนารมณ์ของกุศลบทข้อนี้ ต้องการให้คนเรามีพื้นจิตใจดี มีมาตรฐานความคิดที่ถูกต้อง

อานิสงส์การประพฤติธรรม
1. เป็นมหากุศล
2. เป็นผู้ไม่ประมาท
3. เป็นผู้รักษาสัทธรรม
4. เป็นผู้นำพระพุทธศาสนาให้เจริญ
5. เป็นสุขในโลกนี้ และโลกหน้า
6. ไม่ก่อเวรก่อภัยกับใคร ๆ
7. เป็นผู้ให้อภัยแก้สรรพสัตว์
8. เป็นผู้ดำเนินตามปฏิปทาของนักปราชญ์
9. สร้างความเจริญความสงบสุขแก่ตนเอง และส่วนรวม
10. เป็นผู้สร้างทางมนุษย์ สวรรค์ พรหม นิพพาน


จากหนังสือมงคลชีวิต ฉบับ "ทางก้าวหน้า"
บันทึกการเข้า
imza
ในพระพุทธศาสนาไม่มีคำว่าบังเอิญ  ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามกฏแห่งกรรม
ท่องเที่ยวไปทุกที่ตามที่ใจฝัน
คะแนนแทนกำลังใจ: 776
เหรียญรางวัล:
Real FanGood Perform Global Moderator
กระทู้: 755
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เมตตาธรรมค้ำจุนโลก
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 3.6.13 Firefox 3.6.13

« ตอบ #1 เมื่อ: 21 มกราคม 2554, 09:25:31 pm »

นิทานชาดก : ปลาขอฝน

ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี แคว้นโกศล ทรงปรารภการบันดาลให้ฝนตกทั่วเมือง เรื่องมีอยู่ว่า …

ในสมัยนั้น ทั่วทั้งแคว้นโกศลเกิดภัยแล้งฝนไม่ตกหลายเดือน ข้าวกล้าเหี่ยวแห้ง สระน้ำแห้งขอดเหลือแต่โคลนตม ปลาตายเกลื่อนกลาด ฝูงนก ฝูงกาบินว่อน ชาวเมืองสาวัตถีและฝูงสัตว์เกิดเดือดร้อนกันไปทั่ว แม้น้ำในสระวัดเชตวันก็เหือดแห้งเช่นกัน ปลากระเสือกระสนหนีตายเข้าไปในเปลือกตม

รุ่งเช้า พระพุทธองค์ ได้ทรงตรวจดูสรรพสัตว์ ทรงเห็นความเดือดร้อนนั้นแล้ว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อสรรพสัตว์ หลังจากเสด็จกลับมาจากบิณฑบาตแล้ว ได้ประทับยืนอยู่ที่บันไดสระในวัดเชตวัน ตรัสเรียกพระอานนท์ให้นำผ้าอาบน้ำมาถวายพระองค์ ด้วยมีพระประสงค์จะสรงน้ำในสระ แม้พระอานนท์จะทูลว่าน้ำในสระมีแต่ตม ไม่มีน้ำมิใช้หรือ ก็ทรงตรัสว่า ” อานนท์ ธรรมดากำลังของพระพุทธเจ้าใหญ่หลวงนัก เธอจงนำเอาผ้าอาบน้ำมาเถิด ” พระเถระได้นำผ้ามาถวายแล้ว พระพุทธองค์ทรงนุ่งผ้าด้วยชายข้างหนึ่ง ทรงคลุมพระสรีระด้วยชายข้างหนึ่ง ประทับยืนที่บันไดตั้งพระทัยว่า เราจักสรงน้ำในสระ

ทันใดนั้นเอง แท่นศิลาอาสน์ของท้าวสักกะก็แสดงอาการร้อน ท้าวเธอทราบเรื่องนั้นแล้วจึงบัญชาให้วลาหกเทวราชเจ้าแห่งฝน บันดาลฝนให้ตกทั่วแคว้นโกศลโดยไม่ขาดสายครู่เดียวเท่านั้น น้ำก็เต็มสระ ท้วมถึงบันไดสระ พระพุทธองค์ทรงลงสรงน้ำในสระแล้ว ทรงครองผ้าสองชั้นสีแดง คาดรัดประคต ทรงครองสุคตจีวร เฉวียงพระอังสะ เสด็จประทับในพระคันธกุฎี

ในเวลาเย็น พวกภิกษุประชุมกันในธรรมสภายกเรื่องพระพุทธองค์ทรงบันดาลให้ฝนตก ด้วยพระกรุณาในชาวเมืองและสรรพสัตว์ขึ้นมาสนทนากัน พระพุทธองค์จึงได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกดังนี้ว่า…

   กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ที่ห้วยแห่งหนึ่ง มีเถาวัลย์รกรุงรัง พระโพธิสัตว์เกิดเป็นปลาช่อนตัวหนึ่ง อาศัยอยู่ในห้วยนั้น สมัยนั้น เกิดภัยแล้งฝนไม่ตกเช่นเดียวกัน ฝูงปลาต่างดิ้นรนเอาชีวิตรอดด้วยเปลือกตม ฝูงนกการุมจิกกินหมู่ปลา ปลาช่อนนั้นเห็นความพินาศของหมู่ญาติ จึงทำสัจกิริยาให้ฝนตกด้วยการแหวกออกจากเปลือกตม มองดูอากาศแล้วบันลือเสียง
แก่เทวราชปัชชุนนะว่า


     ” หมู่ปลาเดือดร้อนมาก ข้าพเจ้ารักษาศีลไม่เคยกินปลาด้วยกันตลอดชีวิต ด้วยความสัตย์นี้ขอท่านจงให้ฝนตกลงมาเถิด ”

แล้วกล่าวคาถาว่า
     ” ปัชชุนนเทพ ท่านจงคำรณคำรามให้ฝนตกมา
       ทำลายขุมทรัพย์ของฝูงกา ทำฝูงกาให้ได้รับความเศร้าโศก
       และช่วยปลดเปลื้องข้าพเจ้าและหมู่ญาติ ให้พ้นจากความเศร้าโศกเถิด ”

ฝนห่าใหญ่จึงตกลงมาช่วยชีวิตสัตว์ให้รอดพ้นจากความตายได้

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
คุณของศีลสามารถช่วยเหลือชีวิตของผู้อื่นให้รอดพ้นจากความตายได้

http://นิทานชาดก.whitemedia.org/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%81-%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%9D%E0%B8%99/
บันทึกการเข้า
imza
ในพระพุทธศาสนาไม่มีคำว่าบังเอิญ  ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามกฏแห่งกรรม
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal