สำหรับท่านทียังไม่สมัครเป็นสมาชิกกับทาง Infoforthai อย่าพลาดโอกาส มีสิ่งที่ดีมีอีกมากมายรอคุณอยู่
20 พฤษภาคม 2555, 01:26:40 am
หน้าแรก
เว็บบอร์ด
ช่วยเหลือ
ค้นหา
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
You are here:
INfo foR tHai--> คลังความรู้คู่คนไทย
หมวดรวมใจชาวไทย
มุมศาสนา
มงคลชีวิต
(ผู้ดูแล:
เทพสายลม
)มงคลที่ 13 ภรรยา(สามี)
← หน้าที่แล้ว
¦
มงคลชีวิต
¦
ต่อไป →
หน้า: [
1
]
ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: มงคลที่ 13 ภรรยา(สามี) (อ่าน 806 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เทพสายลม
ท่องเที่ยวไปทุกที่ตามที่ใจฝัน
คะแนนแทนกำลังใจ: 776
เหรียญรางวัล:
กระทู้: 755
ออฟไลน์
เมตตาธรรมค้ำจุนโลก
OS:
Windows XP
Browser:
Firefox 3.6.13
มงคลที่ 13 ภรรยา(สามี)
«
เมื่อ:
23 มกราคม 2554, 04:44:19 pm »
มงคลที่ 13 ภรรยา(สามี)
ความหมายของสามี-ภรรยา
1. สามี
แปลว่า ผู้เลี้ยง; ผัว
2. ภรรยา
แปลว่า ผู้ควรเลี้ยง; เมีย
ประเภทของภรรยา
1. วธกาภริยา
ภรรยาเสมอด้วยเพชฆาต คือภรรยาที่มีใจคิดล้างผลาญสามี
พยายามฆ่าสามี ยินดีในชายอื่น ตบตี แช่งด่าสามี
2. โจรีภริยา
ภรรยาเสมอด้วยโจร คือภรรยาที่ชอบล้างผลาญทรัพย์สามี
ใช้ไม่เป็นบ้าง ยักยอกทรัพย์เพื่อความสุขส่วนตัวบ้าง สร้างหนี้สินให้ตามใช้บ้าง
3. อัยยาภริยา
ภรรยาเสมอด้วยนาย คือภรรยาที่ชอบล้างผลาญศักดิ์ศรีสามี
ไม่สนใจช่วยการงาน เกียจคร้าน กินมาก ปากร้าย กล่าวคำหยาบ ชอบขมขี่สามีซึ่งขยันขันแข็ง
4. ภคินีภริยา
ภรรยาเสมอด้วยน้องสาว คือภรรยาที่เคารพสามี มีความรักยั่งยืน
แต่มีขัดใจกันบ้าง ทั้งซน ทั้งงอน ทั้งขี้ยั่ว ทั้งขี้แย ต้องทั้งขู่ทั้งปลอบ แต่ก็ซื่อสัตย์กับสามี
5. สขีภริยา
ภรรยาเสมอด้วยเพื่อน คือภรรยาที่มีรสนิยม
มีความชอบเหมือนสามี ถูกคอกัน เป็นคนมีศีลธรรม มีความประพฤติดี แต่อาจมีความทะนงตัว
โดยถือว่าเสมอกัน
6. ทาสีภริยา
ภรรยาเสมอด้วยคนใช้ คือภรรยาที่ทำตัวเหมือนคนใช้
อยู่ในอำนาจของสามี
จะดูว่าใครเป็นสามี-ภรรยาชนิดไหน
ต้องดูหลังจากแต่งงานแล้วสักระยะหนึ่งจึงจะชัด
การแต่งงานมีสองระยะ
- ระยะแต่ง
คือก่อนเป็นสามีภรรยากัน ต่างคนต่างแต่ง ทั้งแต่งตัว
แต่งท่าทางอวดคุณสมบัติให้อีกฝ่ายหนึ่งได้เห็น
- ระยะงาน
คือหลังจากเห็นสามีภรรยากันแล้ว ต่างคนต่างต้องทำงานตามหน้าที่
ใครมีข้อดีข้อเสีย มีความรู้ความสามารถ มีความประพฤติอย่างไรก็จะปรากฏชัดออกมา
คุณสมบัติของคู่สร้างคู่สม
พื้นฐานอันมั่นคงที่จะทำให้สามีภรรยาครองชีวิตกันยืนยาว มีความสุข
คือคู่สามีภรรยาต้องมีสมชีวิธรรม
1. สมสัทธา
มีศรัทธาเสมอกัน ได้แก่ มีหลักการ มีความเชื่อมั่นในพระพุทธศาสนา
มีเป้าหมายชีวิตเหมือนกัน
2. สมสีลา
มีศีลเสมอกัน ได้แก่ ความประพฤติศีลธรรมจรรยา กิริยา มารยาท
อบรมมาดีเสมอกัน
3. สมจาคา
มีจาคะเสมอกัน ได้แก่ มีนิสัยเสียสละชอบช่วยเหลือไม่เห็นแก่ตัว
ใจกว้างเสมอกัน
4. สมปัญญา
มีปัญญาเสมอกัน ได้แก่ มีเหตุผล มีความคิดสร้างสรรค์ ไม่ดื้อด้านดันทุรัง
เข้าใจกัน เห็นอกเห็นใจกัน พูดกันรู้เรื่อง
วิธีทำให้ความรักยั่งยื่น
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเรื่องมงคลสมรสไว้สั้นๆ ้เพียงคำเดียวว่า
สังคหะ แปลว่าสงเคราะห์กัน และให้ปฏิบัติตามสังคหวัตถุ 4
เพื่อเป็นการยึดเหนี่ยวน้ำใจกันดังนี้
1. ทาน
การให้ปันแก่กัน
2. ปิยวาจา
พูดกันด้วยวาจาไพเราะ
3. อัตถจริยา
ฝึกตนให้เป็นคนมีประโยชน์
4. สมานัตตตา
วางตัวให้เหมาะสมกับที่ตัวเป็น
โดยสรุป
คือปฏิบัติ
ตามหลักทาน
การให้ปันสิ่งของ
รักษาศีล
เพื่อให้มีคำพูดไพเราะ
และเพื่ออุดข้อบกพร่องของตน
จะได้เป็นคนมีประโยชน์
เจริญภาวนา
คือการฟังธรรมและการมีสมาธิ
เพื่อให้ใจผ่องใสเกิดปัญญา จะได้วางตัวเหมาะสมกับที่ตัวเป็น
หน้าที่ของสามีที่มีต่อภรรยา
1. ยกย่องให้เกียรติ
2. ไม่ดูหมิ่น
3. ไม่นอกใจ
4. มอบความเป็นใหญ่ให้
5. ให้เครื่องแต่งตัว
หน้าที่ของภรรยาต่อสามี
1. จัดการงานดี
2. สงเคราะห์ญาติข้างสามี
3. ไม่นอกใจ
4. รักษาทรัพย์ให้ดี
5. ขยันทำงาน
โอวาทวันแต่งงาน
เป็นโอวาทปริศนาที่ธนัญชัยเศรษฐี
ผู้เป็นบิดานางวิสาขาให้แก่นางในวันแต่งงาน มีดังนี้
1. ไฟในอย่านำออก
หมายถึง ไม่นำเรื่องราวปัญหา ความร้อนใจต่างๆ ในครอบครัว
ไปเปิดเผยแก่คนทั่วไปภายนอก
2. ไฟนอกอย่านำเข้า
หมายถึง ไม่นำเรื่องราวปัญหาต่างๆ ภายนอก
ที่ร้อนใจเข้ามาในครอบครัว
3. ให้แก่ผู้ให้
หมายถึงผู้ใดทีเราให้ความช่วยเหลือ ให้หยิบยืมสิ่งของแล้ว
เมื่อถึงกำหนดก็นำมาส่งคืนตามกำหนดเวลา เมื่อเรามีความจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือ
หากไม่เกินความสามารถของเขา เขาก็ยินดีช่วยเหลืออย่างเต็มใจ
บุคคลเช่นนี้ภายหลังถ้ามาขอความช่วยเหลือเราอีกก็ให้ช่วย
4. ให้แก่ผู้ไม่ให้
หมายถึงผู้ใดทีเราให้ความช่วยเหลือ ให้หยิบยืมสิ่งของแล้ว
ไม่ส่งคืนตามกำหนดเวลา เมื่อเรามีความจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือ
แม้ไม่เกินความสามารถของเขา และเป็นเรื่องถูกศีลธรรม เขาก็ไม่ยอมช่วย
คนเช่นนี้ภายหลังถ้ามาขอความช่วยเหลือเราอีก อย่าช่วย
5. ให้ไม่ให้ก็ให้
หมายถึง ถ้าญาติพี่น้องเราที่ตกระกำลำบากมาขอความช่วยเหลือ
แม้บางครั้งไม่ส่งของที่หยิบยืมตามเวลา ภายหลังเขามาขอความช่วยเหลืออีกก็ให้ช่วย
เพราะถึงอย่างไรก็เป็นญาติพี่น้องกัน
6. กินให้เป็นสุข
หมายถึง ให้จัดการเรื่องอาหารการกินให้ดี
ปรนนิบัติพ่อแม่ของสามีในเรื่องอาหารอย่าให้บกพร่อง
7. นั่งให้เป็นสุข
หมายถึง รู้จักที่ต่ำที่สูง เวลานั่งก็ไม่นั่งสูงกว่าพ่อแม่ของสามี
8. นอนให้เป็นสุข
หมายถึง ดูแลเรื่องที่หลับที่นอนให้ดี และยึดหลักตื่นก่อนนอนที่หลัง
ก่อนนอนก็จัดการธุระการงานให้เรียบร้อยเสียก่อน จะได้นอนอย่างมีความสุข
9. บูชาไฟ
หมายถึง เวลาที่พ่อแม่ของสามี
หรือตัวสามีเองกำลังโกรธเปรียบเสมือนไฟกำลังลุก ถ้าดุด่าอะไรเรา
ก้ให้นิ่งเสียอย่าไปต่อล้อต่อเถียงด้วย คอยหาโอกาสมื่อท่านหายโกรธ
แล้วจึงค่อยชี้แจงเหตุผลให้ฟังอย่างนุ่มนวลดีกว่า
10. บูชาเทวดา
หมายถึง เวลาที่พ่อแม่สามี หรือตัวสามีเองทำความดี
ก็พยายามส่งเสริมสนับสนุน พูดให้กำลังใจให้ความดียิ่งๆ ขึ้นไป
อานิสงส์การสงเคราะห์ภรรยา(สามี)
1. ทำให้ความรักยืนยง
2. ทำให้สมานสามัคคีกัน
3. ทำให้ครอบครัวมีความสงบสุข
4. ทำให้ได้รับการยกย่องสรรเสริญ
5. เป็นแบบอย่างที่ดีแก่อนุชนรุ่นหลัง
ฯลฯ
จากหนังสือมงคลชีวิต ฉบับ "ทางก้าวหน้า"
แดงคนดี
,
PJ.สาวเปิ้ล
บันทึกการเข้า
ในพระพุทธศาสนาไม่มีคำว่าบังเอิญ
ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามกฏแห่งกรรม
เทพสายลม
ท่องเที่ยวไปทุกที่ตามที่ใจฝัน
คะแนนแทนกำลังใจ: 776
เหรียญรางวัล:
กระทู้: 755
ออฟไลน์
เมตตาธรรมค้ำจุนโลก
OS:
Windows XP
Browser:
Firefox 3.6.13
Re: มงคลที่ 13 ภรรยา(สามี)
«
ตอบ #1 เมื่อ:
23 มกราคม 2554, 05:25:14 pm »
นิทานชาดก : สะใภ้เศรษฐี
ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี
ทรงปรารภนางสุชาดาน้องสาวของนางวิสาขาซึ่งเป็นลูกสะใภ้
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เรื่องมีอยู่ว่า…
นางสุชาดาสำคัญตนว่าเป็นลูกสาวของตระกูลใหญ่ จึงไม่ยอมก้มหัวให้กับใคร ๆ
ในครอบครัวสามีแม้กระทั่งปู่และย่า เที่ยวดุด่าเฆี่ยนตีทาสรับใช้ในเรือนของสามีอยู่เป็นประจำ
ต่อมาวันหนึ่ง พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์เข้าไปฉันที่บ้าน
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ขณะที่กำลังแสดงธรรมอยู่นั่นเอง
ได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย จึงตรัสถามท่านเศรษฐี
เมื่อเศรษฐีกราบทูลให้ทรงทราบแล้ว พระองค์จึงรับสั่งให้เรียกนางมาเข้าเฝ้า
และตรัสถามนางว่า
” สุชาดา ภรรยามี ๗ จำพวก เธอเป็นภรรยาจำพวกไหน ”
นางสุชาดาไม่ทราบจึงกราบทูลว่า
” ข้าพระองค์ไม่ทราบว่าพระองค์ตรัสหมายถึงอะไร โปรดอธิบายด้วยเถิดพระเจ้าข้า ”
พระพุทธเจ้าจึงตรัสแสดงภรรยา ๗ จำพวกว่า
” สุชาดา
ภรรยาจำพวกที่ ๑
มีจิตคิดประทุษร้ายสามี มิได้ประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่สามี รักใคร่ในชายอื่น ดูหมิ่นล่วงเกินสามี ขวนขวายเพื่อจะฆ่าสามี
นี่เรียกว่า
วธกาภริยา
ภรรยาเสมือนดังเพชฌฆาต
ภรรยาจำพวกที่ ๒
สามีได้ทรัพย์มามอบให้ภรรยาเก็บรักษาไว้ แต่ภรรยาไม่รู้จักเก็บรักษา ปรารถนาแต่จะใช้ทรัพย์นั้นให้หมดไป นี่เรียกว่า
โจรีภริยา
ภรรยาเสมือนดังโจร
ภรรยาจำพวกที่ ๓
เกียจคร้านทำงาน กินจุ มักโกรธ มักดุด่า กดขี่คนใช้
นี่เรียกว่า
อัยยาภริยา
ภรรยาเสมือนดังเจ้านาย
ภรรยาจำพวกที่ ๔
โอบอ้อมอารี ทำแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์เกื้อกูลทุกเมื่อ ตามรักษาสามีเหมือนแม่รักษาลูก รักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้ไว้ นี่เรียกว่า
มาตาภริยา
ภรรยาเสมือนดังมารดา
ภรรยาจำพวกที่ ๕
มีความเคารพสามี มีความละอายใจ ทำตามความพอใจสามี
คล้ายน้องสาวเคารพพี่ชาย นี่เรียกว่า
ภคินีภรรยา
ภรรยาเสมือนดังน้องสาว
ภรรยาจำพวกที่ ๖
เห็นหน้าสามีย่อมร่าเริงยินดี คล้ายกับเพื่อนรักมาเยี่ยมเยือนบ้าน
รักษาชื่อเสียงวงศ์ตระกูล มีศีลมีวัตรปฏิบัติต่อสามี นี่เรียกว่า
สขีภริยา
ภรรยาเสมือนดังเพื่อน
ภรรยาจำพวกที่ ๗
เป็นคนที่ไม่มีความขึงโกรธ ถึงจะถูกคุกคามก็ไม่มีจิตคิดประทุษร้าย
อดกลั้นต่อสามี เอาใจสามีเก่ง นี่เรียกว่า
ทาสีภริยา
ภรรยาเสมือนดังทาส
สุชาดา ภรรยา ๓ จำพวกแรกต้องตกนรก
ส่วนภรรยา ๔ จำพวกหลังไปเกิดในเทวโลกชั้นนิมมานรดี
ภรรยา ๗ จำพวกนี้ เธอจะเป็นจำพวกไหน ”
เมื่อพระพุทธองค์เทศนาเรื่องภรรยา ๗ จำพวกจบเท่านั้น
นางสุชาดาได้เป็นพระโสดาปัตติผลทันที จึงกราบทูลว่า
” ข้าพระองค์ขอเป็นทาสีภริยา ภรรยาเสมือนดังทาส พระเจ้าข้า”
ถวายบังคมขอขมาพระพุทธเจ้าแล้วก็ไป
เมื่อกลับถึงวัดเชตวันพวกภิกษุพากันสนทนาถึงนางสุชาดาที่เป็นหญิงสะใภ้ผู้ดุร้าย
พอได้ฟังธรรมของพระพุทธองค์แล้วกลับเป็นหญิงเรียบร้อยไปได้
พระพุทธเจ้าเพื่อคลายความสงสัยของพวกภิกษุได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า…
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าพรหมทัต เมืองพาราณสี
พอเจริญวัยได้ไปศึกษาศิลปะที่เมืองตักกสิลา
เมื่อพระราชบิดาสวรรคตแล้วก็ได้ขึ้นครองราชย์สืบมา
พระองค์ทรงปกครองบ้านเมืองโดยธรรม
แต่พระมารดาเป็นผู้มักโกรธดุร้าย ชอบด่าข้าทาสบริวารอยู่เสมอ
พระองค์คิดหาวิธีจะตักเตือนพระมารดาแต่ก็ยังหาไม่ได้
วันหนึ่ง พระองค์เสด็จไปสวนหลวงพร้อมด้วยพระมารดา
มีบริวารแวดล้อมไปด้วยคณะใหญ่
พวกข้าทาสบริวารพอได้ยินเสียงนกต้อยตีวิดร้องก็พากันปิดหูพร้อมกับบ่นว่า
” เจ้านกบ้า เสียงไม่ไพเราะก็ยังร้องอยู่ได้ ไม่อยากฟัง”
ลำดับนั้นได้ยินเสียงนกดุเหว่าร้องสำเนียงไพเราะก็พากันชื่นชมว่า
” เสียงเจ้าช่างไพเราะจริงๆ ร้องต่อไปเรื่อยๆ อย่าได้หยุดนะ”
พระองค์คิดว่าได้โอกาสตักเตือนพระมารดาแล้ว จึงตรัสเป็นพระคาถาว่า
” ธรรมดาสัตว์ทั้งหลายที่สมบูรณ์วรรณะ มีเสียงอันไพเราะ น่ารักน่าชม
แต่พูดจาหยาบกระด้าง ย่อมไม่เป็นที่รักของใครๆ ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
พระองค์ก็ได้เห็นมิใช่หรือว่า นกดุเหว่าสีดำตัวนี้มีสีไม่สวย ลายพร้อยไปทั้งตัว
แต่เป็นที่รักของสัตว์ทั้งหลายจำนวนมาก เพราะร้องด้วยเสียงอันไพเราะ
เพราะฉะนั้น
บุคคลควรพูดคำอันสละสลวย คิดก่อนพูด พูดพอประมาณไม่ฟุ้งซ่าน
ถ้อยคำของผู้ที่แสดงเป็นอรรถเป็นธรรม
เป็นถ้อยคำอันไพเราะ เป็นถ้อยคำที่เป็นภาษิต
”
พระมารดาได้สดับแล้วก็กลับได้สติ จำเดิมแต่วันนั้นมาก็กลายเป็นคนเพรียบพร้อม
ด้วยมารยาทอันดีงามไม่ดุด่าว่าร้ายใครๆ ครองชีวิตโดยธรรม เสด็จไปตามยถากรรม
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
สะใภ้ที่ดีควรเลือกทำตามภรรยา ๔ จำพวกหลัง
และควรเป็นคนเจรจาด้วยคำไพเราะอ่อนหวาน
เหมือนกับเสียงนกดุเหว่าที่ใครๆ ก็ลุ่มหลงอยากฟัง
นิทานชาดก
แดงคนดี
บันทึกการเข้า
ในพระพุทธศาสนาไม่มีคำว่าบังเอิญ
ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามกฏแห่งกรรม
หน้า: [
1
]
ขึ้นบน
พิมพ์
← หน้าที่แล้ว
¦
มงคลชีวิต
¦
ต่อไป →
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
หมวดรวมใจชาวไทย
-----------------------------
=> มุมศาสนา
===> พุทธประวัติ
===> พุทธสาวก
===> มงคลชีวิต
===> นิทานธรรมะ
=> เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
===> ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณกรมหลวงชุมพรฯ
=> มุมภาษาไทย
=> มุมประวัติศาสตร์
===> ชีวะประวัติบุคคลสำคัญและผลงาน
===> ศิลปะและวัฒนธรรม
===> ดนตรีไทย
-----------------------------
หมวดคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี
-----------------------------
=> มุมถาม-ตอบปัญหาคอมฯ
=> มุมTip-เทคนิคคอมฯ
=> มุมบทความไอที-เทคโนโลยี
=> กราฟฟิก Graphics
=> ฟรีแวร์ Freeware
===> หนังสือ E-book
-----------------------------
หมวดสารพันบันเทิง
-----------------------------
=> มุมกาพย์ กลอน โคลง ฉันท์
===> บทกลอนธรรมภาษิต
===> เคล็ดลับการแต่งกลอน
=> มุมคนรักการท่องเที่ยว
=> มุมเฮฮา - สาระน่ารู้
===> มุมคนรักกีฬา
===> สุขภาพที่ดี
===> มุมพยากรณ์โดยหมอจุ๋ม
===> มุมต้อนรับสมาชิก
===> แม่และเด็ก Breastfeeding
-----------------------------
หมวดแนะนำเส้นทางทำมาหากิน
-----------------------------
=> มุมซื้อขาย-ประชาสัมพันธ์
=> มุมภูมิปัญญาไทยอาชีพเสริม
=> มุมการเกษตร
=> มุมอาหารการกิน
=> มุมบ้านและสวน
-----------------------------
หมวดการใช้งานเวบไซค์
-----------------------------
=> มุมแจ้งปัญหาและการใช้งานบอร์ด
===> INfo foR tHai Music
SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal