สำหรับท่านทียังไม่สมัครเป็นสมาชิกกับทาง Infoforthai อย่าพลาดโอกาส มีสิ่งที่ดีมีอีกมากมายรอคุณอยู่
20 พฤษภาคม 2555, 01:43:36 am
หน้าแรก
เว็บบอร์ด
ช่วยเหลือ
ค้นหา
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
You are here:
INfo foR tHai--> คลังความรู้คู่คนไทย
หมวดรวมใจชาวไทย
มุมศาสนา
มงคลชีวิต
(ผู้ดูแล:
เทพสายลม
)มงคลที่ 12 เลี้ยงดูบุตร
← หน้าที่แล้ว
¦
มงคลชีวิต
¦
ต่อไป →
หน้า: [
1
]
ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: มงคลที่ 12 เลี้ยงดูบุตร (อ่าน 451 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เทพสายลม
ท่องเที่ยวไปทุกที่ตามที่ใจฝัน
คะแนนแทนกำลังใจ: 776
เหรียญรางวัล:
กระทู้: 755
ออฟไลน์
เมตตาธรรมค้ำจุนโลก
OS:
Windows XP
Browser:
Firefox 3.6.15
มงคลที่ 12 เลี้ยงดูบุตร
«
เมื่อ:
09 มีนาคม 2554, 08:02:26 pm »
มงคลที่ 12 เลี้ยงดูบุตร
ทำไมจึงต้องเลี้ยงดูบุตร
วันหนึ่งเราต้องแก่และตาย สิ่งที่อยากได้กับทุกคน คือความปิติ
ความปลื้มใจไว้หล่อเลี้ยงใจให้สดชื่น ความปลื้มปิติจะเกิดขึ้น
ก็ต่อเมื่อได้เห็นผลแห่งความดีหรือผลงานดีๆ ที่เราทำไว้
ยิ่งผลงานดีมากเท่าไร ยิ่งชื่นใจมากเท่านั้น
แล้วอายุจะยืน สุขภาพจะแข็งแรง ความหวังของพ่อแม่
1. บุตรที่เราเลี้ยงมาแล้วจักเลี้ยงตอบแทน
2. บุตรที่เราเลี้ยงมาแล้วจักทำกิจธุระแทนเรา
3. วงศ์สกุลของเราจักดำรงอยู่ได้นาน
4. ปฎิบัติตนเป็นคนดี เป็นผู้สมควรับมรดก
5. เมื่อเราละโลกไปแล้ว บุตรจักบำเพ็ญทักษิณาทานให้
เพราะปรารถนา 5 ประการนี้ บิดามารดาจึงอยากมีบุตร
บุตรแปลว่าอะไร
บุตรมาจากคำว่า
ปุตฺต
แปลว่า
ลูก
มีความหมาย 2 ประการคือ
- ผู้ทำสกุลให้บริสุทธิ์
- ผู้ยังหทัยของพ่อแม่ให้เต็มอิ่ม
ประเภทของบุตร
1. อภิชาตบุตร
คือบุตรที่ดีมีคุณธรรมสูงกว่าบิดามารดา
เป็นบุตรชั้นสูง สร้างความเจริญแก่วงศ์ตระกูล
2. อนุชาตบุตร
คือบุตรที่มีคุณธรรมเสมอบิดามารดา
เป็นบุตรชั้นกลาง พอรักษาวงศ์ตระกูลไว้ได้
3. อวชาตบุตร
คือบุตรที่เลว มีคุณธรรมต่ำกว่าพ่อแม่
เป็นบุตรชั้นต่ำนำความเสื่อมเสียมาสู่วงศ์ตระกูล
องค์ประกอบให้ได้ลูกดี
1. ตนเองต้องเป็นคนดี
2. การเลี้ยงดูอบรมดี
วิธีเลี้ยงดูลูก
วิธีเลี้ยงดูลูกทางโลก
1. กันลูกออกจากความชั่ว
2. ปลูกฝังลูกในทางดี
2.1. กระทำตนเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก
2.2. เลือกคนดีให้ลูกคบ
2.3. หาหนังสือดีๆ สื่อดีๆ ให้ลูก
2.4. พาลูกไปหาบัณฑิต
3. ให้ลูกได้รับการศึกษา
4. จัดแจงให้ลูกได้แต่งงานกับคนดี
4.1. พ่อแม่ต้องเป็นธุระในการแต่งงานของลูกให้คำแนะนำและช่วยเหลือ
4.2. พ่อแม่ต้องพยายามให้ลูกได้คู่ครองที่ดี ปัญหาสำคัญมี่ดังนี้
4.2.1. พ่อแม่แทรกแซงความรักของลูก มีผลดีหรือผลเสียอย่างไร
ถ้าคิดโดยละเอียดถี่ถ้วนแล้ว จะเห็นผลดีมากกว่าผลเสีย
จะมีผลเสียอยู่เฉพาะในรายที่พ่อแม่ขาดจิตวิทยาและชอบทำอะไรเกินกว่าเหตุเท่านั้น
แต่การร่วมมือเป็นของดีแน่ ความจำเป็นอยู่ที่ว่า ลูกยังอยู่ในวัยเยาว์ รู้จักโลกน้อย
มองโลกในแง่ดีเกินไป อาจตัดสินใจผิดพลาดได้
และความผิดพลาดในด้านคู่ครองนั้นมีผลมาก แก้ได้ยาก
4.2.2. ใครควรเป็นผู้ตัดสินการแต่งงานของลูก
ทางที่ดีที่สุด
คือปรึกษาหารือและตกลงกัน
พ่อแม่ควรเป็นเพียงที่ปรึกษา ไม่เจ้ากี้เจ้าการจนเกินงาม
ต้องให้ลูกได้แต่งงานกับคนที่เขารัก
"คนที่เราไม่ชอบแต่ลูกรัก ดีกว่าคนที่เรารักแต่ลูกไม่ชอบ"
5. มอบทรัพย์มรดกให้เมื่อถึงกาลอันควร
วิธีเลี้ยงดูลูกในทางธรรม
1. พาลูกเข้าวัดเพื่อศึกษาหาความรู้ทางพระพุทธศาสนา
2. ชักนำลูกให้สวดมนต์ก่อนนอนทุกคืน
3. ชักนำให้ลูกทำบุญ
4. ชักนำให้ลูกทำสมาธิภาวนาร่วมกันเป็นประจำทุกวัน
5. ถ้าลูกเป็นชายให้บวชเป็นสามเณร หรือบวชเป็นพระภิกษุ
แล้วเข้าปฏิบัติกรรมฐาน รวมทั้งศึกษาปริยัติธรรม
ข้อเตือนใจ
1. รักลูกแต่อย่าโอ๋ อย่าตามใจจนเกินไป เพราะจะทำให้เด็ก เสียนิสัย
2. อย่าเคร่งระเบียบจนเกินไป
3. เมื่อเห็นลูกทำผิด ควรบอกกล่าวสั่งสอนเพื่อจะได้แก้ไขได้ทันท่วงที
และเห็นลูกทำดีก็ชมเพื่อให้เกิดกำลังใจ
4. ต้องฝึกให้ลูกทำงานตั้งแต่ยังเด็ก
5. การเลี้ยงลูกให้แต่ปัจจัย 4 ยังไม่พอ จะต้องให้ธรรมะแก้ลูกด้วย
อานิสงส์การเลี้ยงดูบุตร
1. พ่อแม่จะได้ความปิติภาคภูมิใจเป็นเครื่องตอบแทน
2. ครอบครัวจะสงบร่มเย็นเป็นสุข
3.ประเทศชาติจะมีคนดีไว้ใช้
4.เป็นต้นแบบที่ดีงามของสังคมสืบไปตลอดกาลนาน
ฯลฯ
จากหนังสือมงคลชีวิต ฉบับ "ทางก้าวหน้า"
บันทึกการเข้า
ในพระพุทธศาสนาไม่มีคำว่าบังเอิญ
ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามกฏแห่งกรรม
เทพสายลม
ท่องเที่ยวไปทุกที่ตามที่ใจฝัน
คะแนนแทนกำลังใจ: 776
เหรียญรางวัล:
กระทู้: 755
ออฟไลน์
เมตตาธรรมค้ำจุนโลก
OS:
Windows XP
Browser:
Firefox 3.6.15
Re: มงคลที่ 12 เลี้ยงดูบุตร
«
ตอบ #1 เมื่อ:
09 มีนาคม 2554, 08:48:36 pm »
นิทานชาดก : พญานกแขกเต้ายอดกตัญญู
ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี
ทรงปรารภภิกษุผู้เลี้ยงโยมหญิงอุปัฏฐากรูปหนึ่ง ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า…
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ หมู่บ้านพราหมณ์ชื่อสาลินทิยะ ในเมืองราชคฤห์
โกลิยพราหมณ์มีไร่ข้าวสาลีประมาณ ๑,๐๐๐ ไร่ มอบให้ลูกจ้างกั้นรั้วดูแลรักษาอยู่
ทั้งกลางวันกลางคืน ในที่ไม่ไกลจากไร่นั้น ภูเขาลูกหนึ่งไป มีป่างิ้วใหญ่อยู่แห่งหนึ่ง
พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพญานกแขกเต้า
มีบริวารหลายร้อยตัวอาศัยอยู่ในป่างิ้วนั้น
พญานกแขกเต้ามีพ่อแม่ที่แก่เฒ่าอยู่คู่หนึ่งเมื่อพาบริวารออกหากินอิ่มแล้ว
ก็จะคาบอาหารกลับมาให้พ่อแม่กินด้วยเป็นประจำ
อยู่มาวันหนึ่ง พวกนกแขกเต้าบอกว่า
“ปีก่อนฤดูนี้ชาวบ้านจะปลูกข้าวสาลีไว้ที่ไร่ฝั่งโน้น ปีนี้จะยังทำอยู่หรือไม่หนอ”
พญานกแขกเต้าจึงใช้ให้นกแขกเต้า ๒ ตัวไปสืบดูก่อน
ไม่นานนักนก ๒ ตัวนั้นกลับมา พร้อมกับรวงข้าวสาลีพร้อมกับรายงานว่ามีข้าวสาลีอยู่เต็มไร่
วันรุ่งขึ้น พญานกแขกเต้าจึงพาบริวารบินไปลงกินข้าวสาลีในไร่นั้น
คนเฝ้าไร่พยายามวิ่งไล่นกให้หนีไปก็ทำไม่สำเร็จ
พญานกแขกเต้ากินอิ่มแล้ว ก็คาบรวงข้าวสาลีไปด้วย
ตั้งแต่วันนั้นมานกแขกเต้าก็พากันลงกินข้าวสาลีในไร่นั้นเป็นประจำ
จนข้าวสาลีถูกทำลายไปเป็นไร่
คนเฝ้าไร่จึงนำเรื่องไปบอกโกลิยพราหมณ์ให้ทราบว่า
“เจ้านาย..ผมไล่มันไม่ไหวแล้วละ ขอคืนไร่ให้ท่านจ้างคนอื่นไปดูแลแทน
นกแขกเต้านับร้อยตัว มีนกแขกเต้าคอแดงเท้าแดงตัวหนึ่งนำมา
เมื่อขากลับมันยังคาบข้าวสาลีไปอีกด้วย”
“เจ้าสามารถจับมันเป็นๆ ได้ไหมล่ะ”
เมื่อเขารับคำว่า
“ได้ขอรับ”
จึงบอกว่า
“ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ไม่ต้องออกละ ความเสียหายของข้าวสาลีข้าไม่ว่า
ขอเพียงเจ้าจับมันมาให้ได้ก็แล้วกัน”
คนเฝ้าไร่รับคำแล้วสบายใจที่เจ้านายไม่ด่าว่า
จึงทำบ่วงดักไว้แต่เช้าตรู่แล้วเข้ากระท่อมแอบดูอยู่
ไม่นานพญานกแขกเต้าก็พาบริวารมาลงกินข้าวสาลีเช่นเคยและได้ติดบ่วงที่เขาดัก
ไว้ตั้งแต่แรกลงแต่ก็ต้องอดทนไว้ไม่ร้องอะไรออกมาด้วยเกรงว่าบริวารจะแตก
ตื่นไม่ได้กินข้าว พอรู้ว่านกทุกตัวกินอิ่มแล้วจึงร้องขึ้น ๓ ครั้ง
ฝูงนกได้แตกตื่นบินหนีขึ้นไป ทิ้งไว้แต่พญานกแขกเต้าตัวเดียว
คนเฝ้าสวนพอได้ยินเสียงนกแขกแตกตื่นขึ้น ออกจากกระท่อมมาดู
เห็นพญานกแขกเต้าติดบ่วงของตน ก็ดีใจจับมัดขาแล้วนำไปให้พราหมณ์ผู้เป็นเจ้าของไร่
โกลิยพราหมณ์จับพญานกแขกเต้าด้วยสองมือวางไว้บนตักด้วยความเอ็นดูถามมันว่า
“เจ้านกแขกเต้า ท้องของเจ้าคงจะใหญ่กว่านกตัวอื่นกระมัง
เจ้าจึงคาบข้าวสาลีข้าไปมากมาย เจ้าทำฉางข้าวไว้ที่ป่างิ้ว
หรือว่าเจ้ากับเรามีเวรแก่กัน”
พญานกแขกเต้าพูดเป็นภาษามนุษย์ที่ไพเราะว่า
“ข้าพเจ้ากับท่านไม่ได้มีเวรแก่กัน ฉางของข้าพเจ้าก็ไม่มี
ข้าพเจ้านำข้าวสาลีไปเพื่อเปลื้องหนี้ีเก่า ให้เขากู้หนี้ใหม่ แล้วฝังขุมทรัพย์ไว้”
พราหมณ์
“การเปลื้องหนี้เก่า กู้หนี้และวิธีฝังขุมทรัพย์ของท่านเป็นอย่างไร?”
พญานกแขกเต้า
“ข้าพเจ้านำข้าวสาลีไปมอบให้บิดามารดาผู้แก่เฒ่า
เพื่อเปลื้องหนี้เก่า ที่ท่านเลี้ยงข้าพเจ้ามา
มอบข้าวสาลีให้ลูกน้อยเพื่อกู้หนี้
เมื่อเขาเติบโตแล้วจะได้เลี้ยงข้าพเจ้า ตอบ
และให้แก่นกผู้พิการทุพพลภาพออกไปหากินไม่ได้
บุญที่ให้ข้าวสาลีแก่นกเหล่านั้น เป็นการฝังขุนทรัพย์ไว้”
พราหมณ์พอฟังจบแล้วมีจิตเลื่อมใสยิ่งนักจึงพูดว่า
“เจ้าดีจริง ๆ เป็นนกมีคุณธรรม ยอดกตัญญู
มนุษย์บางคนยังไม่มีคุณธรรมเหมือนกับเจ้าเลย
ข้าขอยกข้าวสาลีทั้งหมดให้เจ้าและพวกญาติได้กินเป็นอาหารอย่างเพียงพอเลยนะ”
ว่าแล้วก็แก้เชือกที่ขาพญานกแขกเต้าทาน้ำมันให้แล้วนำข้าวคลุกน้ำผึ้งมา เลี้ยงพญานกนั้น
พญานกแขกเต้าให้โอวาทพราหมณ์ว่า
“พราหมณ์ ขอท่านจงเป็นผู้ไม่ประมาทเถิด ให้ทานเลี้ยงดูมารดาบิดาผู้แก่เฒ่าเถิด”
กล่าวจบก็คืนไร่ข้าสาลีแก่พราหมณ์ ขอรับไว้เพียง ๘ ไร่เท่านั้นแล้วบินกลับคืนป่างิ้วไป
เมื่อกลับถึงป่างิ้วพญานกแขกเต้ารับวางรวงข้าวสาลีไว้ต่อหน้าบิดามารดาผู้ลุกขึ้น
หัวเราะยินดีได้ทั้งน้ำตานองหน้า ฝูงนกแขกเต้าต่างเข้ามาแสดงความยินดีได้
ทั้งน้ำตานองหน้า ฝูงนกแขกเต้าต่างเข้ามาแสดงความยินดีด้วยและถามเป็นเสียงเดียวกันว่า
“ท่านรอดมาได้อย่างไร ? ขอรับนาย”
พญานกแขกเต้าจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฝูงนกฟัง
ฝ่ายโกลิยพราหมณ์ก็ตั้งอยู่ในโอวาทของพญานกแขกเต้าตั้งโรงบริจากทาน
แก่สมณพราหมณ์ผู้ทรงธรรมและผู้ยากจนทั่วไปประพฤติธรรมจนตราบสิ้นชีวิต
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : บุตรธิดาควรเลี้ยงดูบิดามารดายามแก่ชรา
เพื่อปลดเปลื้องหนี้ที่ตนเคยได้รับการเลี้ยงดูจากท่านในวัยเด็ก
นิทานชาดก
บันทึกการเข้า
ในพระพุทธศาสนาไม่มีคำว่าบังเอิญ
ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามกฏแห่งกรรม
หน้า: [
1
]
ขึ้นบน
พิมพ์
← หน้าที่แล้ว
¦
มงคลชีวิต
¦
ต่อไป →
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
หมวดรวมใจชาวไทย
-----------------------------
=> มุมศาสนา
===> พุทธประวัติ
===> พุทธสาวก
===> มงคลชีวิต
===> นิทานธรรมะ
=> เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
===> ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณกรมหลวงชุมพรฯ
=> มุมภาษาไทย
=> มุมประวัติศาสตร์
===> ชีวะประวัติบุคคลสำคัญและผลงาน
===> ศิลปะและวัฒนธรรม
===> ดนตรีไทย
-----------------------------
หมวดคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี
-----------------------------
=> มุมถาม-ตอบปัญหาคอมฯ
=> มุมTip-เทคนิคคอมฯ
=> มุมบทความไอที-เทคโนโลยี
=> กราฟฟิก Graphics
=> ฟรีแวร์ Freeware
===> หนังสือ E-book
-----------------------------
หมวดสารพันบันเทิง
-----------------------------
=> มุมกาพย์ กลอน โคลง ฉันท์
===> บทกลอนธรรมภาษิต
===> เคล็ดลับการแต่งกลอน
=> มุมคนรักการท่องเที่ยว
=> มุมเฮฮา - สาระน่ารู้
===> มุมคนรักกีฬา
===> สุขภาพที่ดี
===> มุมพยากรณ์โดยหมอจุ๋ม
===> มุมต้อนรับสมาชิก
===> แม่และเด็ก Breastfeeding
-----------------------------
หมวดแนะนำเส้นทางทำมาหากิน
-----------------------------
=> มุมซื้อขาย-ประชาสัมพันธ์
=> มุมภูมิปัญญาไทยอาชีพเสริม
=> มุมการเกษตร
=> มุมอาหารการกิน
=> มุมบ้านและสวน
-----------------------------
หมวดการใช้งานเวบไซค์
-----------------------------
=> มุมแจ้งปัญหาและการใช้งานบอร์ด
===> INfo foR tHai Music
SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal