หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติละครชาตรีในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  (อ่าน 1352 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 26780
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 16,627
ออนไลน์ ออนไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 4.0.1 Firefox 4.0.1

trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: 14 พฤษภาคม 2554, 06:49:39 pm »



          ละครชาตรีที่แสดงอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันนี้ประวัติยังค่อนข้างคลุมเคลือ เพราะขาดเอกสารหลักฐานที่ชัดเจน ทั้งนี้คงเป็นเพราะศิลปินไม่ใช่บุคคลที่นิยมบันทึกและนักวิชาการในอดีตคงเห็นว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ อีกทั้งคนทั่วไปก็ดูหมิ่นเหยียดหยามว่าเป็นอาชีพเต้นกินรำกิน ดังนั้นการสืบสาวเรื่องราวทางทางประวัติความเป็นมาของละครชาตรี ในที่นี้จึงทำโดยอาศัยการสัมภาษณ์ศิลปินอาวุโส และผู้ทรงคุณวุฒิเป็นหลัก

           ละครชาตรี มีแสดงอยู่ในอยุธยาตลอดมาประมาณ 80 ปีที่ผ่านมามีคณะละครแสดงกันอยู่หลายคณะ มีทั้งคณะที่แสดงละครนอก และคณะที่แสดงละครชาตรีพวกที่แสดงละครชาตรี ส่วนใหญ่เป็นพวกชาวนอก คือ พวกละครที่มาจากภาคใต้ จากนครศรีธรรมราชและ เป็นต้นตระกูลสืบทอดเชื้อสายละครชาตรี ที่แสดงอยู่ในอยุธยามาจนถึงปัจจุบัน

            คณะละครดังกล่าว อาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่มริมน้ำบริเวณคลองทรายหน้า วัดสามวิหาร และตลาดท่านบรอ (คือหัวรอในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นย่านใจกลางเมือง เป็นที่ชุมชนในขณะนั้นพวกละครเหล่านั้นส่วนใหญ่มีเรือเป็นที่อยู่อาศัยและเป็นพาหนะไปแสดงในที่ต่างๆ เรือที่อาศัย ได้แก่ เรือสำปั้นสวน เรือเป็ด เรือข้างกระดาน นอกจากนี้จะมีบางพวกอาศัยอยู่บนบกริมน้ำบริเวณนั้นเอง บ้านและเรือของพวกละครชาตรีมี ซองคลีปักธงแดงแขวนอยู่ ในที่เห็นได้ชัดเจนเป็นสัญลักษณ์

            ประชาชนในท้องถิ่นนิยมใช้ละครชาตรี เป็นละครแก้บนและใช้ละครชาตรีเป็นมหรสพฉลองกันทั่วไปในสมัยก่อนจนกลายเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของท้องถิ่น จึง ทำให้ผู้แสดงละครชาตรี มีโอกาสแสดงถวายหน้าพระที่นั่งในสมัยรัชกาลที่ 6 พ.ศ. 2454-2468 เล่ากันว่าทุกครั้งที่พระองค์เสด็จประพาสจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะเสด็จไปประทับที่ตำหนักสะพานเกลือ และทรงมีรับสั่งให้หาละครชาตรีเข้าไปแสดงถวาย

            นอกจากละครชาตรีจะได้รับเกียรติแสดงถวายหน้าที่นั่งในสมัยรัชกาลที่ 6 และในรัชกาลที่ 7 ละครชาตรีหลายคณะยังได้ไปแสดงสมโภชช้างเผือกที่พระราชวังบางปะอิน (พ.ศ. 2470) อีกด้วย การแสดงในครั้งนั้นทางราชการได้กำหนดให้คณะละครชาตรี แต่ละคณะใช้ฉากละคร เนื่องจากคณะละครเหล่านั้นไม่เคยใช้ฉากมาก่อน ทางราชการจึงได้ทำฉากละครไปแจกให้ทุกคณะทำให้การแสดงละครชาตรีในอยุธยามีการใช้ฉากในเวลาแสดงแต่นั้นมา

            ในช่วงรัชกาลที่ 6 - รัชกาลที่ 7 ที่กล่าวมานั้น มีคณะละครของอยุธยาที่มีชื่อเสียงเรียกชื่อตามหัวหน้าคณะอยู่หลายรายได้แก่ คณะแม่เจียม คณะแม่สังวาล คณะแม่สารภี คณะแม่จันทร์ คณะแม่ธูปบ้านม้า คณะแม่ปรางบ้านคลองทราย

           ต่อมาในปี พ . ศ . 2486 จอมพล ป . พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ต้องการให้มีการยกระดับศิลปินในท้องถิ่น จึงบัญชาให้กรมศิลปากร ซึ่งมีพระยาอนุมานราชธนเป็นอธิบดีในขณะนั้นให้จัดอบรมหัวหน้าคณะละคร และหัวหน้าวงพาทย์ มีความรู้ทางนาฏศิลป์ และดนตรีไทย ผู้ที่ผ่านการอบรมจะได้บัตรเทียบเท่าศิลปินกรมศิลปากร ปัจจุบันมีผู้ที่เคยเข้าอบรมในครั้งนั้น ซึ่งยังมีชีวิตและยังคงจัดการแสดงละครชาตรีอยู่เพียง 2 คน คือ นางสร้อยทอง มีชูโภชน์ และนางอุดม กระจ่างโชติ และทั้งสองรายนี้เป็นบุคคลสำคัญในการถ่ายทอดศิลปะละครชาตรีมาสู่ปัจจุบัน

            การสืบทอดการแสดงละครชาตรี ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นการ สืบทอดการแสดงทางเชื้อสายที่เป็นละคร เป็นปี่พาทย์ หรือเป็นเครือญาติพี่น้อง บ้านใกล้เรือนเคียงที่มีใจรักการแสดง คณะละครที่แสดงอยู่ในปัจจุบัน บางคณะสืบทอด การแสดงมาจากคณะละครดั้งเดิม เช่น คณะสร้อยทองหิรัญ คณะอุดมศิลป์กระจ่างโชติ

บางคณะแยกจากคณะดั้งเดิม เปลี่ยนมาใช้ชื่อคณะใหม่ มีการปรับรูปแบบการแสดงให้

            ทันสมัย เป็นที่นิยมแก่ผู้หาละคร เช่น คณะธิดา ณ บางไทร คณะจะเด็ดดาวเด่น คณะศรีจันทรา บางคณะขาดผู้สืบทอดทำให้ต้องเลิกราการแสดงไป เช่น คณะแม่ธูปบ้านม้า คณะแม่จันทร์วัดสามประดู่ สำหรับประวัติความเป็นมาของแต่ละคณะ จะได้กล่าวในลำดับต่อไป


บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 26780
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 16,627
ออนไลน์ ออนไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 4.0.1 Firefox 4.0.1

trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: 14 พฤษภาคม 2554, 06:52:01 pm »


    คณะละครชาตรี ที่มีชื่อปรากฎข้างต้นต่างฝึกหัดลูกหลานและลูกศิษย์ของตน

    ภายในบ้านเป็นการฝึกหัดแบบโบราณ กล่าวคือแม่ครูประจำคณะจะเริ่มหัดเด็กที่เป็นลูกหลาน หรือพวกที่สนใจ ตั้งแต่อายุ 5-10 ขวบ เพลงที่ใช้เป็นหลักในการฝึกรำ คือ เพลงช้า เพลงเร็ว ซึ่งเป็นเพลงสำหรับรำถวายมือ ต่อจากนั้นก็จะฝึกท่องบทละคร แล้วจึงหัดร้องเป็นทำนอง และหัดเป็นลูกคู่ในการร้องรับ เมื่อฝึกฝนจนชำนาญในเบื้องต้นแล้วจึงหัดแสดง เข้าเรื่องเริ่มตั้งแต่การแสดง เป็นตัวประกอบสำหรับลูกหลาน หรือลูกศิษย์คนใดมีฝีมือดี มีปัญญาไวก็จะฝึกให้เป็นตัวสำคัญๆ ในขั้นนี้จะฝึกเด็กเหล่านั้นให้สังเกตบทบาทคนที่แสดงเก่าๆ และให้คอยจดจำหัวหน้าคณะจะพิจารณารูปร่างและใบหน้าด้วย เพื่อวางบทว่าเหมาะที่จะหัดเป็นตัวพระหรือตัวนาง และหาก ตัวละครใดมีฝีมือเป็นเลิศ พอที่จะเป็นนายโรงได้ ครูหรือตั้วโผจะพิจารณาฝึกหรือถ่ายทอดการร้องเชิญครูและการรำซัดเบิกโรงชาตรีให้ ซึ่งถือว่าเป็นขั้นสูงสุดของการฝึกหัด

    การฝึกหัดละครมักเป็นการสอนตัวต่อตัว ในบางครั้งก็สอนกันระหว่างแสดงหากคนไหนเล่นไม่ถูก ก็จะมีนักแสดงที่อาวุโสกว่าคอยแนะนำ

    การหัดและการแสดงละครชาตรีจะกระทำไปพร้อมกัน เพราะถือเป็นการหัดโดยประสบการณ์ไปพร้อมๆ กับการสร้างความชำนาญในการแสดง

    สำหรับการแสดงละครชาตรีแต่เดิม อาจแบ่งออกเป็นส่วน เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจได้ 9 ส่วน ตามลำดับเหตุการณ์ คือ การปลูกโรง การบูชาครู การโหมโรง การร้องประกาศหน้าบท การรำถวายมือ การร้องเชิญครู การรำซัดเบิกโรง การจับเรื่องแสดงและการลาโรง

    1. ปลูกโรง เป็นพิธีกรรมที่กระทำหลังจากสร้างโรงแสดงแล้ว นายโรงทำพิธีผูกกิ่งมะยมด้วยตอกไม้ไผ่ 3 เส้น กับเสากลางของโรงละคร เป็นสัญลักษณ์ว่า ได้ปลูกโรงสำหรับการแสดงละครสำเร็จเรียบร้อยแล้ว

    2. การบูชาครู เสริมโดยตั้วโผหรือหัวหน้าคณะ จุดธูปเทียนบูชาครู และ ตั้งกำนน 24 บาท แบ่งออกเป็นค่ากำนนทางการแสดง 12 บาท วงปี่พาทย์ 12 บาท เงินค่ากำนนนี้แต่ละคณะจะเรียกไม่เท่ากัน บางคณะจะเรียกอย่างละ 6 บาท โดย เจ้าภาพที่หาละครจะเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายค่ากำนนดังกล่าว

    3. การโหมโรง เป็นการบรรเลงดนตรีก่อนที่จะมีการแสดงเป็นการไหว้ครูทางด้านดนตรี ด้วยวงปี่พาทย์ชาตรี ได้แก่ ปี่ใน โทนชาตรี ฆ้องคู่ กรับคู่ และฉิ่ง การโหมโรงในการแสดงละคร จะโหมโรง 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 โหมโรงในช่วงเช้าต่อจากพิธีบูชาครู และในช่วงตอนบ่าย เวลาประมาณ 13.30 น .

    4. การร้องประกาศหน้าบท กระทำโดยหัวหน้าคณะเป็นการร้องอัญเชิญครู เทพเจ้าหรือพระผู้ศักดิ์สิทธิ์ให้มารับเครื่องสังเวยและดูการแสดงตามที่เจ้าภาพได้ บนบานศาลกล่าวไว้

    5. การรำถวายมือ คือ การรำเพื่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อแสดงความขอบคุณที่ได้ประทานความสำเร็จและความสมปรารถนามาให้ เพลงที่ใช้ในการรำ ใช้เพลงช้าและเพลงเร็ว ผู้รำแต่งกายยืนเครื่องพระนาง อย่างละเท่าๆ กัน ตั้งแต่ 2 คู่ 3 คู่ 4 คู่ หรือบางครั้งรำ 9 คน ซึ่งเรียกว่าชุดใหญ่

    6. การร้องเชิญครู เป็นการร้องไหว้ครูก่อนการแสดง ร้องโดยตัวนายโรงและมีลูกคู่ร้องรับ เพื่อระลึกถึงครูบาอาจารย์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์และขอพรคุ้มครองให้ประสพผลสำเร็จในการแสดง

    7. การรำซัดเบิกโรงชาตรี หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่ารำซัดโทน รำโดยตัวนายโรงต่อจากการร้องเชิญครู เพื่อบูชาครูและสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นการรำ เพื่อป้องกันขจัดปัดเป่าเสนียดจัญไรในบริเวณพื้นที่ของการแสดง

    8. การจับเรื่องแสดง เป็นละคร ละครที่แสดงนิยมเล่นเป็นตอนๆ เรื่องที่นิยมแสดง ได้แก่ เรื่องรถเสน ซึ่งมักนิยม เรียกว่านางสิบสอง หรือเรื่องละครนอกได้ทุกเรื่อง เช่น สังข์ทอง โม่งป่า กายเพชร์ ไชยเชษฐ์ แก้วหน้าม้า โกมินทร์ เป็นต้น เรื่องที่ไม่นิยมแสดง ได้แก่ เรื่องพระสุธน นางแตงอ่อน เพราะเป็นเรื่องสูง

    9. การลาโรง เป็นพิธีกรรมที่นายโรงทำหลังจาก เลิกแสดงละครชาตรี คือ การแก้ตอกที่มัดกิ่งมะยมออกจากเสากลาง ผู้ทำพิธีต้องเป็นคนเดียวกับผู้ที่ปลูกโรง

     

    การแสดงละครชาตรีแต่เดิม มักแสดงในโรงซึ่งปลูกอยู่กับพื้นดิน โดยปักเสา สี่เสา เพื่อรับผ้าที่เป็นหลังคาและมีเสากลางสำหรับค้ำหลังคาผ้า เสากลางนี้ใช้ผูก ซองคลี คือ ซองใส่อาวุธ เวทีด้านหลังมีเตียงให้นั่งแสดงตรงข้ามเตียงเป็นที่วงปี่พาทย์สองข้างเป็นที่นั่งพักของผู้แสดงที่ยังไม่ถึงบทแสดง

    ในการแสดงนั้นตัวละครจะออกด้านขวาของเวทีและเข้าด้านซ้ายของเวที เมื่อเดินพ้นเตียง ถือว่าเข้าโรงแล้ว การเดินทางไปมาตัวละครจะเดินวนรอบเสากลาง หนึ่งหรือสองรอบก็จะมาหยุดที่หน้าเตียง โดยสมมติว่าเป็นสถานที่แห่งใหม่

    การแสดงละครชาตรีดังกล่าว ต่อมามีการปรับเปลี่ยนไปตามสภาพสังคม เช่น มีการยกเลิกเสากลาง เพราะเกะกะ ประกอบกับได้ความคิดจากการได้แสดงบนโรงงิ้วตามศาลเจ้า ที่ไม่มีเสากลางและเห็นว่าดีจึงทำตาม การแสดงแบบเดิมจึงค่อย ๆ หมดไป แต่บรรดาศิลปินก็ยึดถือประกอบอาชีพนี้อยู่หลายคณะ

    คณะละคร แสดงแก้บน ที่พบในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาปัจจุบัน (พ.ศ. 2535-2537) มี 9 คณะ อยู่ในเขตอำเภอพระนครศรีอยุธยา 7 คณะได้แก่ คณะสร้อยทองหิรัญ คณะสุเทพบรรเทิง คณะบังเอิญหลานสร้อยทอง คณะอุดมศิลป์ กระจ่างโชติ คณะราตรีศิลป์ คณะศรีประภาพร และคณะศรีจันทรา และอำเภอบางไทร อีก 2 คณะ ได้แก่ คณะธิดา ณ บางไทร และคณะจะเด็ดดาวเด่น

    ประวัติและการแสดงของคณะละครทั้ง 9 คณะ จะกล่าวตามลำดับการจัดตั้งคณะ ดังนี้

    1. คณะสร้อยทองหิรัญ

    2. คณะอุดมศิลป์กระจ่างโชติ

    3. คณะธิดา ณ บางไทร

    4. คณะจะเด็จดาวเด่น

    5. คณะราตรีศิลป์

    6. คณะศรีจันทรา

    7. คณะศรีประภาพร

    8. คณะสุเทพบรรเทิง

    9. คณะบังเอิญหลานสร้อยทอง

     

บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 26780
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 16,627
ออนไลน์ ออนไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 4.0.1 Firefox 4.0.1

trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: 14 พฤษภาคม 2554, 07:13:50 pm »

คณะสร้อยทองหิรัญ

            คณะสร้อยทองหิรัญ และมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ละครบ้านคลองทราย เป็นละครที่เก่าแก่ยาวนานกว่า 60 ปี หัวหน้าคณะหรือที่เรียกว่า ตั้วโผ คือ นางสร้อยทอง มีชูโภชน์ อายุ 85 ปี คณะนี้ได้รับการถ่ายทอดละครมาจากบรรพบุรุษทางละครโดยตรง คือ ละครชาตรีที่สืบทอดจากคณะละครแม่สังวาลย์ จากคณะละครแม่ปราง ที่เป็นละครนอกตัวนางสร้อยทองได้รับการถ่ายทอดการละครมาตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ฝึกหัดละครนอกกับมารดา คีอ นางข่า จรัญญา เป็นตัวละครอยู่ในคณะของแม่ปราง เมื่อนางสร้อยทองอายุ 20 ปี ได้แต่งงานกับนายจรัส มีชูโภชน์ ทางฝ่ายบิดาและมารดาของสามี คือ นายทอง และนางปราง (ภรรยาคนที่ 2) มีชูโภชน์ เป็นเจ้าของวงปี่พาทย์ และละครชาตรี นางสร้อยทอง จึงได้รับการถ่ายทอดการแสดงละครชาตรีจากนางสังวาลย์ มีชูโภชน์ ซึ่งมีฐานะเป็นพี่สะใภ้ในชั้นแรกรับแสดงละครในลักษณะของ “งานหา” คือ ใครมาจ้าง มาหาก็ไปแสดงร่วมกับคณะอื่น ๆ มิได้มีคณะเป็นของตนเอง ต่อมามีคณะเป็นของตนเองเมื่ออายุ 35 ปี ตั้งชื่อคณะว่า ”สร้อยทองหิรัญ” โดยใช้ชื่อของตนเองกับชื่อลูกชายคนที่ 4 มารวมกันด้วยเห็นว่า มีความหมายที่ดีนางสร้อยทอง มีความสามารถในการแสดงละคร แสดงได้หลายบทบาทเป็นทั้งตัวนายโรง ตัวนาง เป็นได้ทั้งบทนางกษัตริย์ นางตลาด และทั้งตัวตลก สามีของนางสร้อยทอง เป็นเจ้าของวงปี่พาทย์ ทำให้คณะสร้อยทองหิรัญ มีลูกหลานสืบทอดมา ทั้งทางด้านการแสดงละคร และทางดนตรีไทย ปัจจุบันคณะสร้อยทองหิรัญ ยังขึ้นป้ายรับจ้างแสดงละครและวงปี่พาทย์ในงานต่างๆ อยู่ ณ บ้านเลขที่ 61/1 บ้านคลองทราย ตำบลหัวรอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ขั้นตอนในการจัดการแสดง

               การแสดงของคณะสร้อยทองหิรัญ จะเริ่มแสดง เวลา 10.30 น . ถึงเวลา 12.00 น . ลาเครื่องสังเวย พักการแสดง และจะเ ริ่มแสดงอีกครั้งในช่วงเวลา 13. 00 น . ไปจนถึงเวลา 15.30 น . โดยประมาณ จะมีขั้นตอนในการจัดการแสดงตามลำดับ ดังนี้

               ลำดับที่ 1. เวลา 10. 30 น . นางสร้อยทอง จะบูชาครูด้วยดอกไม้ ธูปเทียน และตั้งกำนน ต่อด้วยโหมโรงด้วยปี่พาทย์ชาตรี ได้แก่ ปี่ ทับโทน ฆ้องคู่ ฉิ่ง กรับ

              ลำดับที่ 2. เมื่อจบจากการโหมโรง จะเป็นการร้องประกาศหน้าบท ตัวนายโรงจะเป็นผู้นำร้อง มีลูกคู่ร้องรับ จะร้องอยู่ในฉากหรือหลังเวที

               ลำดับที่ 3. จะต่อด้วยการรำถวายมือ ด้วยการรำเพลงช้า เพลงเร็ว ในช่วงการรำถวายมือนี้ เจ้าภาพจะจุดธูปเทียนบอกกล่าวการแก้บน

               ลำดับที่ 4. เมื่อจบจากการรำถวายมือ ตัวนาย โรง จะออกมานั่งบนเตียง ร้องเชิญครู และมีลูกคู่ร้องรับ

               ลำดับที่ 5. ตัวนายโรงจะรำซัดเบิกโรง ตามหน้าพาทย์ชาตรีและเมื่อปี่พาทย์รัวตัวนายโรง จะลุกขึ้นซอยเท้าออกตามจังหวะกลอง ลงมารำตรงหน้าเตียง ท่ารำในการรำซัดเบิกโรง มี 4-5 ท่า เมื่อจบรำซัด เบิกโรง ปี่พาทย์จะบรรเลงเพลงวา เริ่มจับเรื่องแสดง

               ลำดับที่ 6. การจับเรื่องแสดง นิยมแสดง เป็นตอนๆ เรื่องที่นิยมแสดงได้แก่ เรื่องนางสิบสอง หรือเรียกว่า พระรถเมรี แต่ เรื่องพระสุธนมโนห์รา เรื่องนางแตงอ่อน ทางคณะของนางสร้อยทองถือว่าเป็นเ รื่องสูงจะไม่แสดง นอกนั้นแสดงได้ทุกเรื่อง ตามเจ้าภาพต้องการ การแสดงจะมีการบอกบท ตัวแสดงจะต้องร้องและเจรจาเอง มีลูกคู่ร้องรับ

             ในช่วงเวลา 12.00 น . จะหยุดการแสดงในช่วงเวลาเช้า ถ้ามีการตั้งเครื่องสังเวยก็จะต้องมีพิธีลาเครื่องสังเวยโดยใช้ตัวพระ 2 ตัว ตัวนาง 2 ตัวและตัวตลกอีก 1 ตัว มาเป็นผู้กระทำพิธี ต่อจากนั้น จึงพักการแสดง เวลา 13.00 น . จะจับเรื่องแสดงต่ออีกครั้งไปจนถึงเวลา 15.30 น .

                คณะสร้อยทองหิรัญจะรับจ้างการแสดงละครเป็นเรื่อง และเฉพาะการรำ ถวายมือค่าจ้างการแสดงละครทั้งเรื่องราคาไม่ต่ำสุด 2,500 บาท ไม่เกิน 4,000 บาท ต่อวัน หรืออาจจะแพงกว่านี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานที่ที่จะไปแสดงใกล้หรือไกล เพราะเกี่ยวกับค่าพาหนะ ถ้าหาเฉพาะการรำถวายมือราคา 1,000-1,500 บาท ถ้าอยู่ระหว่างการแสดงมีผู้มาว่าจ้างหารำถวายมือแก้บนในขณะนั้น ราคาจะถูกลงจะอยู่ในราคา 500-600 บาท แล้วแต่จะตกลงกัน เพราะถือว่าแสดงอยู่ตรงที่นั้นและมีตัวละครพร้อมอยู่แล้ว

จำนวนผู้แสดงในคณะสร้อยทองหิรัญ มีจำนวนมากกว่าคณะละครอื่นๆ ตาม


บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 26780
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 16,627
ออนไลน์ ออนไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 4.0.1 Firefox 4.0.1

trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: 14 พฤษภาคม 2554, 07:17:35 pm »

        ที่ได้กล่าวชื่อมาแล้ว ผู้แสดงและนักดนตรีเป็นลูกหลานเป็นญาติที่เกี่ยวดองกัน เฉพาะที่สามารถแสดงและนักดนตรี มีจำนวน 23 คน และหลานเหลนที่กำลังเ ริ่มฝึกหัดอีก ไม่น้อยกว่า 15 คน ดังรายชื่อที่แสดงอยู่ในปัจจุบัน ดังนี้

ผู้แสดง

ลูก

1. นางจินตนา รัตนอุทัย (มีชูโภชน์) อายุ 52 ปี เป็นนายโรง มี

ความสามารถแสดงได้หลายบทบาท คือ ตัวเอก ตัวพ่อ และตัวเบ็ดเตล็ด (ตัวเบ็ดเตล็ด ภาษาละครชาวบ้าน เรียกว่า “ ตัววิ่ง ”)

2. นางทองหยิบ มีชูโภชน์ (ลูกสะใภ้) อายุ 65 ปี เป็นตัวพระ ตัวเบ็ดเตล็ด

3. นางบุญชู มีชูโภชน์ (ลูกสะใภ้) อายุ 52 ปี เป็นตัวพระ ตัวพ่อ

หลาน

1. นางบังอร ปั้นอบเนียม (รัตนอุทัย) อายุ 36 ปี การศึกษา ป .4 แสดงเป็นตัวนางได้หลายบทบาท โดยเฉพาะตัวนางที่มีลักษณะพิเศษ เช่น นางยักษ์ นางแก้วหน้าม้า เป็นต้น

2. นางบังเอิญ วงศ์กฤษณ์ (รัตนอุทัย) อายุ 30 ปี การศึกษา ป.4 แสดง เป็นตัวพระ ส่วนมากแล้วจะเป็นพระเอกเกือบทุกเรื่องที่แสดง หากมีความจำเป็นในบางโอกาส เช่น ตัวไม่พอ หรือมีงานซ้อนกันเป็น 2 โรง แสดงในวัน และเวลาเดียวกันเป็นตัวนางได้ ปัจจุบันขึ้นป้ายคณะละคร “บังเอิญหลานสร้อยทอง”

3. เด็กหญิงปัทมา รัตนอุทัย อายุ 13 ปี กำลังศึกษา ม.2 เด็กรุ่นใหม่เป็น ตัวพระ ปฎิภาณดี รำสวย แสดงบทพระเอกวัยเด็กมีหลายเรื่อง เช่น เรื่องโกมินทร์ พระสังข์ทอง เป็นตัวเบ็ดเตล็ด และเป็นตัวรำนำในการรำถวายมือ

เหลน

1. เด็กหญิงตุ๊กตา ปั้นอบเนียม อายุ 13 ปี กำลังศึกษา ม.2 เป็นตัวนางในชุดรำถวายมือ เพิ่งเริ่มฝึกหัดแสดงละคร รับบทเป็นตัวเบ็ดเตล็ด

2. เด็กหญิงอมรา วงศ์กฤษณ์ อายุ 11 ปี กำลังศึกษา ป.5 เป็นตัวนางและ ตัวรำในชุดรำถวายมือ เพิ่งเริ่มหัดแสดงละคร รับบทเป็นตัวเบ็ดเตล็ด

3. เด็กหญิงสุมณฑา ปั้นอบเนียม อายุ 8 ปี กำลังศึกษา ป.2 เริ่มฝัดหัด รำถวายมือ

4. เด็กหญิงประภาพร รัตนอุทัย อายุ 8 ปี กำลังศึกษา ป.2 เริ่มฝักหัด รำถวายมือ

5. เด็กหญิงทิพมล รัตนอุทัย อายุ 6 ปี เริ่มฝึกหัดรำถวายมือ

ญาติ

1. นางสมศรี มีชูโภชน์ อายุ 51 ปี การศึกษา ป.4 เป็นตัวพระ ตัวพ่อ และตัวเบ็ดเตล็ด

2. เด็กหญิงสมใจ โดดจรูญ อายุ 12 ปี กำลังศึกษา ป.6 เป็นตัวพระ และตัวรำในชุดรำถวายมือ เริ่มหัดแสดงละครรับบทเป็นตัวเบ็ดเตล็ด

เพื่อนบ้าน ที่มาแสดงร่วม

•  นางประทิน ราษีกฤษณ์ อายุ 50 ปี การศึกษา ป.4 แสดงบทของ

ตัวพ่อ เช่น ท้าวสามล ในเรื่องสังข์ทอง เป็นต้น

•  นางประวิง มีชูยศ อายุ 40 ปี การศึกษา ป.4 ส่วนมากจะแสดง

บทบาทที่เป็นของตัวนาง ตัวแม่ เช่น นางมณฑา ในเรื่องสังข์ทอง และในบางครั้งยังรับบทเบ็ดเตล็ดอีกด้วย

•  นายชวลิต สุวรรณจินดา อายุ 38 ปี การศึกษา ม.3 แสดงบทเป็น

พระเอก หรือตัวเอก ในเรื่องที่จัดแสดง และมีฝีมือในการปักเครื่องละครไทย

วงปี่พาทย์ ที่บรรเลงประกอบการแสดงละครคณะสร้อยทองหิรัญ

ลูก

1. นายประทิน มีชูโภชน์ อายุ 53 ปี การศึกษา ป .2 นักระนาดเอก ปัจจุบันนี้ตั้งคณะวงปี่พาทย์ของตัวเอง ใช้ชื่อคณะว่า ”สุเทพบันเทิง” (ใช้ชื่อบุตรชาย) รับงานทั้งการแสดงปี่พาทย์ ลิเกและละคร แต่บางครั้งก็มาร่วมบรรเลงกับคณะสร้อยทองหิรัญ

2. นายอนันต์ รัตนอุทัย (บุตรเขย) อายุ 53 ปี การศึกษา ป.4 มีความสามารถในการเล่นเครื่องดนตรี่ และตะโพน มีวงปี่พาทย์เป็นของตนเองร่วมกับลูกชาย (นายอเนก รัตนอุทัย อีก 1 คณะ)

หลาน

1. นายเอนก รัตนอุทัย อายุ 26 ปี การศึกษา ป.6 มีความสามารถในการ เล่นระนาดเอก ฆ้องวงใหญ่

2. นายลือชัย วงศ์กฤษณ์ (หลายเขย) อายุ 36 ปี การศึกษา ป.4 มีความสามารถในการเล่นระนาดเอก และมีวงปี่พาทย์ของตนเอง ใช้ชื่อคณะว่า ”คุณแดงโชว์” และคณะละครว่า “บังเอิญหลานสร้อยทอง”

3. เด็กชายสมทรง ปั้นอบเนียม อายุ 12 ปี กำลังศึกษา ป.6 ฝึกหัดเครื่องกำกับจังหวะกลองทัด

4. เด็กชายอาคม วงศ์กฤษณ์ อายุ 9 ปี กำลังศึกษา ป.3 ฝึกหัดเครื่องกำกับจังหวะฉิ่ง

ญาติ

1. นายสมนึก โดดจรูญ อายุ 30 ปี เครื่องกำกับจังหวะตะโพน กลองแขก ทับและโทน

          ในการแสดงแต่ละครั้ง ตัวแสดงจะใช้ตัวแสดงไม่เกิน 15 คน บางครั้งก็มีแสดง เพียง 6-7 คน เพราะฉะนั้น เรื่องที่แสดงในแต่ละครั้งจะต้องคำนึงถึงตัวแสดงที่หาได้ในวันนั้นด้วย นักดนตรีที่บรรเลงแต่ละครั้ง จะไม่เกิน 5 คน บางครั้งมีเพียง 3 คน เล่น เครื่องดนตรีที่เป็นหลัก คือ ระนาดเอก ตะโพน ทับหรือโทน นอกนั้นจะใช้ผู้แสดงที่ยังไม่มีบทแสดง ช่วยกันตีเครื่องช่วยจังหวะคือ กรับ และฉิ่ง

          ค่าตัวในการแสดง นางสร้อยทองให้ข้อมูลว่าถ้าแสดงละครจะจ่ายในราคาเท่ากัน คือ 150 บาทต่อคน นอกจากที่มารำถวายมืออย่างเดียวก็ให้ 100 บาท เด็กเล็กถ้านั่งเป็นตัวประกอบเฉย ๆ จะให้ 50 บาท ในกรณีที่มีผู้มาหารำเฉพาะถวายมือจะ จ่ายค่าตัวให้คนละ 50 บาท เท่ากัน ถ้าตัวละครมาเองก็จะเพิ่มค่ารถให้ตามระยะทาง

           คณะสร้อยทองหิรัญเป็นคณะละครชาตรีที่เก่าแก่ เป็นที่รู้จักและยอมรับในเรื่องฝีมือการแสดง การติดต่อการแสดงจะติดต่อได้โดยตรงกับนางสร้อยทอง มีชูโภชน์

เจ้าของคณะและนายหน้าหาละคร ซึ่งนายหน้านี้จะได้เงินประมาณ 10-20 % ของราคาที่ตกลงกัน

          ในกลุ่มการแสดงที่เป็นลูกหลานของนางสร้อยทอง มีชูโภชน์ ในปัจจุบันขึ้นป้ายคณะรับงานแสดงละครและวงปี่พาทย์เพิ่มอีก 2 คณะ คือ คณะสุเทพบรรเทิง ซึ่งควบคุมโดยนายประทิน มีชูโภชน์ แต่เวลารับงานแสดงละคร ยังใช้ฉากและป้ายชื่อในนามคณะของสร้อยทองหิรัญ และอีกคณะหนึ่งคือ คณะบังเอิญหลานสร้อยทอง ควบคุมโดย นางบังเอิญ วงศ์กฤษณ์ ขึ้นป้ายคณะเป็นของตนเอง แต่ยังคงใช้ ตัวละครในกลุ่มของคณะสร้อยทองหิรัญ และยังมีแนวโน้มว่าอาจจะมีเพิ่มขึ้นอีกหลายคณะ เพราะมีลูกหลานมาก เมื่อแต่งงานเป็นครอบครัวก็จะเริ่มแยกตัวตั้งคณะเป็นของตนเอง


บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 26780
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 16,627
ออนไลน์ ออนไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 4.0.1 Firefox 4.0.1

trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: 14 พฤษภาคม 2554, 07:24:55 pm »


คณะอุดมศิลป์กระจ่างโชติ

              คณะอุดมศิลป์กระจ่างโชติ เป็นคณะละครเก่าสืบทอดการแสดงมาจากคณะแม่สารภี มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ละครหัวรอ” หัวหน้าคณะคือนาง อุดม กระจ่างโชติ

อายุ 75 ปี นางอุดมได้สืบทอดความรู้ในเรื่องละครจากคณะแม่สารภี ซึ่งเป็นมารดา

              นางอุดม แต่งงานกับนายจงกล กระจ่างโชติ นักระนาดเอกของวงปี่พาทย์อีกคณะหนึ่ง ซึ่งเป็นบุตรชายของนายทอง และนางคร้าม (ภรรยาคนที่ 1) มีชูโภชน์ ซึ่งมาเปลี่ยนนามสกุลภายหลังจาก มีชูโภชน์ เป็น กระจ่างโชติ แยกครอบครัวออกมาตั้งเป็นคณะละครของตนเอง ชื่อ “คณะกระจ่างโชติ” นับอายุการตั้งคณะละครได้ประมาณ 50 ปี

             ละครคณะกระจ่างโชติ มีชื่อเสียงในการแสดงละครแนวละครใน และละคร พันทาง ส่วนนายจงกล ผู้เป็นสามีนั้น มีความสามารถได้รับการยกย่องนับถือในวงการละครและดนตรี เป็นประธานในการไหว้ครูละคร และดนตรีไทยตลอดมา ด้วย เป็นผู้ที่มีความรู้ในละครชาตรีทั้งบทและเพลงร้อง นายจงกลจึงได้พยายามรื้อฟื้นละครชาตรีให้กับทายาท แต่เนื่องจากถึงแก่กรรมเสียก่อนจึงขาดการสืบทอดการแสดงละครชาตรีจากคณะนี้ไปอย่างน่าเสียดาย

             เมื่อ พ.ศ. 2486 นางอุดม และนายจงกล ได้เข้ารับการอบรมสอบเทียบ ได้รับบัตรสำคัญเปรียบเทียบเท่าศิลปินกรมศิลปากร ทางละครและดนตรีไทย จึงได้เปลี่ยนชื่อคณะเป็น “คณะอุดมศิลป์กระจ่างโชติ”

            ปัจจุบันนางอุดม มีสุขภาพทรุดโทรมและไม่สบายมาก การบริหารงานและดูแลในเรื่องการรับงานและการจัดการแสดงจึงเป็นหน้าที่ของนางโกศี กระจ่างโชติ ซึ่ง บุตรีคนที่ 2 ได้รับมอบและถ่ายทอดพิธีกรรมในการปลูกโรงซึ่งเป็นเรื่องสำคัญของการแสดงละครชาตรีและละครนอกจากบิดาเป็นผู้ดูแล และรับผิดชอบในการรับงานและควบคุมเรื่องการแสดงละครของคณะนี้ ในฐานะหัวหน้าคณะแทนนางอุดม

            คณะอุดมศิลป์กระจ่างโชติ จะรับการแสดงละครทั้งเรื่อง ในราคาวันละ ไม่ต่ำกว่า 3,000 บาท ไม่เกิน 5,000 บาท ทั้งนี้แล้วแต่ระยะใกล้ไกล เพราะต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายเรื่องค่าพาหนะ และรับงานเฉพาะการรำถวายมือ ในราคาครั้งละ 1,000-1,500 บาท แล้วแต่จะตกลงกันกับผู้หาการแสดง ปัจจุบัน คณะอุดมศิลป์กระจ่างโชติ อยู่ที่บ้านเลขที่ หมู่ 5 ตำบลหัวรอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ขั้นตอนในการจัดการแสดง

           ลำดับที่ 1. เวลา 10.00 น. นางโกศีจะเป็นประธานในการจุดธูปเทียน บูชาครู และตั้งกำนนถวายครู ต่อด้วยโหมโรงปี่พาทย์เครื่องห้า ประกอบด้วย ระนาดเอก ปี่ใน ฆ้องวง ตะโพน กลองทัด ฉิ่ง

            ลำดับที่ 2. เวลา 10.30 น. เริ่มรำถวายมือด้วยการรำเพลงช้าเพลงเร็ว เจ้าภาพ หรือผู้แก้บนจุดธูปเทียนบอกกล่าวถวายเครื่องเซ่นสังเวย ในช่วง เวลาที่ รำถวายมือจะยกเครื่องดนตรี และพาตัวรำที่รำถวายมือ ไปบรรเลง และรำต่อหน้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ รำเสร็จแล้วยกเครื่องดนตรีกลับมาที่เวทีแสดงเพื่อแสดงเป็นเรื่องต่อไป

            ลำดับที่ 3. จับเรื่องแสดง เรื่องที่นิยมแสดง ได้แก่ เรื่องกายเพชร์ ขุนช้างขุนแผน ราชาธิราช ผู้ชนะสิบทิศ โดยเฉพาะเรื่องราชาธิราช และผู้ชนะสิบทิศ ซึ่ง นายจงกล ได้แต่งบทร้องและวางเพลงใหม่ เรื่องที่ไม่แสดงเลย คือ เรื่อง พระสุธนมโนห์รา โดยเฉพาะที่จะออกในเชิงละครชาตรี

            ลำดับที่ 4 เวลา 12.00 น. ก่อนพักการแสดง จะมีพิธีลาเครื่องสังเวยต้องใช้ตัวละครได้แก่ ตัวพระ 2 ตัว ตัวนาง 2 ตัว ตัวตลกอีก 1 ตัว ไปลาเครื่องสังเวย ดนตรีทำเพลงเชิด ตัวพระยกหัวหมู เป็ด ไก่ ตัวนางยกบายศรี ผลไม้ ตัวตลกยกเหล้าและน้ำ รำลาถวายเครื่องเซ่นบวงสรวงแล้วจึงจะพักกลางวัน

               เวลา 13.30 น. เริ่มแสดงภาคบ่าย เรื่องที่แสดงบางครั้งก็ต่อเนื่องจากเรื่องที่แสดงตอนเช้า บางครั้งก็เล่นเรื่องใหม่ (ตามใจเจ้าภาพ ซึ่งถ้าเจ้าภาพพอใจจะมีการให้รางวัลพิเศษ นอกเหนือจากค่าการแสดงที่ตกลงกันไว้) จะแสดงไปจนถึง เวลา 15.00–15.30 น. (แล้วแต่บางครั้งเรื่องติดพันอยู่หรือการแสดงยังสนุกอยู่) ตัวนายโรงก็จะบอกเลิกแสดง คณะนี้ชอบแสดงสิ่งละอันพันละน้อย (เท่าที่สังเกตการแสดง 3-4 ครั้ง) ร้องเพลงละครบ้าง ออกเพลงลูกทุ่งบ้าง ขอบคุณเจ้าภาพตอนท้ายดนตรีไทยจะบรรเลงเพลงกราวรำแสดงว่า จบการแสดงสำหรับวันนั้น

                 จากการสัมภาษณ์และติดตามการแสดงของคณะอุดมศิลป์กระจ่างโชติ จะไม่มีการร้องเพลงเชื้อประกาศหน้าบทเพื่อเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์มารับของแก้บน จะรำถวายมือบูชาก่อนการแสดงเป็นเรื่องเท่านั้น


บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 26780
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 16,627
ออนไลน์ ออนไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 4.0.1 Firefox 4.0.1

trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: 14 พฤษภาคม 2554, 07:32:14 pm »

จำนวนนักแสดงและผู้บรรเลงวงปี่พาทย์คณะอุดมศิลป์กระจ่างโชติ มีทั้งหมด 14 คน จัดลำดับ ดังนี้

ผู้แสดง

ลูก

•  นางสาวโกสุม กระจ่างโชติ อายุ 53 ปี การศึกษา ป.4 แสดงเป็น

ตัวพระเอกของทุกเรื่องที่เรียกว่า ตัวนายโรง

•  นางโกศี กระจ่างโชติ อายุ 47 ปี การศึกษา ป.4 แสดงเป็นตัวนางเอก

ของทุกเรื่อง

•  นางสาวโกษา กระจ่างโชติ อายุ 40 ปี การศึกษา ป.4 แสดงเป็น

ตัวพระเอก (สลับกับนางสาวโกสุม) เป็นตัวพระรอง เช่น เป็นตัวพระศรีสุวรรณ ใน เรื่องพระอภัยมณี เป็นต้น

•  นางฉวีวรรณ กระจ่างโชติ (ลูกสะใภ้) อายุ 28 ปี การศึกษา ป.4

แสดงเป็นตัวนางรอง ตัวแม่ และตัวเบ็ดเตล็ดที่เป็นตัวนาง

หลาน

•  นางกัลยา กระจ่างโชติ อายุ 38 ปี การศึกษา ป.4 แสดงบทที่เป็น

ตัวนาง และตัวเบ็ดเตล็ด

ลูกศิษย์ (สอนโดยนางสาวโกสุมและนางโกศี)

1. นางนิภา โดดจรูญ อายุ 29 ปี การศึกษา ป.4 ฝึกหัดแสดงบทเป็น

ตัวพระ

2. นางสาวขนิษฐา บัวทิพย์ อายุ 17 ปี การศึกษา ป.4 ฝึกหัดแสดงบท

เป็นตัวพระ

3. นางสาวอุษา ยัญจรูญ อายุ 15 ปี กำลังศึกษาอยู่ระดับชั้น มศ. 5

ฝึกหัดแสดงบทเป็นตัวพระ

4. นางสาววันดี เข็มปัญญา อายุ 17 ปี การศึกษา ป.4 ฝึกหักแสดงบท

เป็นตัวนาง

•  นางสาวทิพย์วรรณ เสถียรนาม อายุ 15 ปี กำลังศึกษาระดับ ปวช.

ฝึกหักแสดงบทเป็นตัวนาง

ตัวละครรุ่นลูกศิษย์นี้ จะเล่นบททั่วๆ ไป รำพอใช้ได้ร้องไม่เก่งเวลาแสดง

นางสาวโกสุม และนางโกศี จะช่วยกันร้องเพลงในบทแทน

ผู้บรรเลงวงปี่พาทย์

ลูก

•  นายโกสิทธิ์ กระจ่างโชติ อายุ 46 ปี การศึกษา ป.4 ระนาดเอก

•  นายโกศัย กระจ่างโชติ อายุ 44 ปี การศึกษา ป.4 ตะโพน กลองแขก

หลาน

•  นายศักดิ์อำนาจ ผลเกิด อายุ 22 ปี การศึกษา ปริญญาตรีครุศาสตร์

บัณฑิต (สาขาดนตรีไทย) ระนาด ฆ้องวงใหญ่

ลูกศิษย์

•  นายอ้วน โดดจรูญ อายุ 27 ปี การศึกษา ป.4 กลองทัด

            หมายเหตุ ปี่พาทย์วงนี้จะมีเป็นหลักอยู่ 4 คน ปี่จะไม่ค่อยได้ใช้เครื่องกำกับจังหวะอื่นๆ แล้วแต่จะหาใครมาช่วย ในแต่ละครั้ง หรือบางครั้งที่ตัวละครในโรงจะช่วยกันตี ฉิ่ง ฉาบ และกรับ

คณะธิดา ณ บางไทร

            คณะธิดา ณ บางไทร หัวหน้าคณะ คือ นางสาวธิดา สาสาร การใช้ ชื่อคณะครั้งแรก ชื่อคณะทองใบสามัคคี ใช้ชื่อของนางทองใบ มารดา ต่อมาเมื่อนางสาวธิดา โตขึ้นเป็นสาวรุ่น เป็นที่นิยมของคนดู เพราะเป็นนายโรงที่มีฝีมือในการแสดง ประกอบทั้งนางทองใบ มีอายุมากขึ้น ไม่ค่อยได้ออกแสดง นอกจากจะไปควบคุม จึงใช้ชื่อคณะใหม่ว่า ธิดา ณ บางไทร แสดงมีชื่อเสียงสืบต่อจากมารดามาไม่ต่ำกว่า 50 ปี

            ผู้แสดงในคณะเป็นพี่น้องทั้งหมดรับสืบทอดการแสดงและละครมาจาก นางทองใบผู้เป็นมารดา ซึ่งนางทองใบนั้นได้รับการถ่ายทอดการแสดงละครมาจาก นางทองย้อย บุตรสาวของนายชุ่มและนางเจียม สมหาร (คณะละครแม่เจียมดังกล่าวไว้ในประวัติที่มา) ปัจจุบัน คณะธิดา ณ บางไทร อยู่บ้านเลขที่ 19 หมู่ 8 ตำบลสนามไชย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ขั้นตอนในการจัดการแสดง

ลำดับที่ 1 เวลา 9.30 น. นายลำดวน สาสาร จะเป็นประธานในการจุดธูปเทียนบูชาครูและตั้งกำนน จะต่อด้วยโหมโรง

ลำดับที่ 2 เวลา 10.30 น. รำถวายมือ ถ้าเป็นเรื่องแก้บน จะไปรำหน้า พระประธานแล้วจะกลับมารำถวายมือที่หน้าโรงอีกครั้งหนึ่งไม่มีการร้องประกาศ หน้าบท

ลำดับที่ 3 ร้องเชิญครูและชัดเบิกโรงโดยนางสาวธิดา สาสาร

ลำดับที่ 4 จับเรื่องแสดงจนถึงเวลา 12.00 น. ลาเครื่องสังเวย พักการแสดง เพื่อให้ขาดสินบน 13.30 น. เริ่มโหมโรง ตอนกลางวันจับเรื่องแสดงต่อจนถึง 15.30 น.

            เรื่องที่นิยมแสดง ได้แก่ พระอภัยมณี ไชยเชษฐ์ สังข์ทอง แก้วหน้าม้า อิเหนา นางแตงอ่อน รถเสน และเรื่องที่เจ้าภาพต้องการจะให้แสดง

            บทละครของคณะที่ใช้อยู่ เป็นหนังสือสมุดข่อย และหนังสือวัดเกาะ แต่ส่วนมากจะไม่ค่อยนำไปแสดงด้วย เพราะตัวละครทุกตัวจำต้องจำบทได้ ดังนั้น คณะนี้จะไม่มีการบอกบท

ผู้แสดง

           การละครของคณะธิดา ณ บางไทร จะแสดงในกลุ่มพี่น้องทั้ง 9 คน เป็นส่วนใหญ่ ปัจจุบันมีนักแสดง ซึ่งเป็นทั้งรุ่นเก่าและหลานๆ ที่ฝึกขึ้นมาใหม่ในคณะรวม 16 คน ไม่รวมปี่พาทย์ ดังนี้

•  นางสาวระเบียบ สาสาร อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 หมู่ 8

ตำบลสนามไชย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การศึกษาจบ ป. 4 แสดงเป็นตัวนาง ตัวแม่

2. นางสาวธิดา สาสาร อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 หมู่ 8

ตำบลสนามไชย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การศึกษาจบ ป. 4 เป็นตัวนายโรง

3. นางสาวรำพึง พงษ์กะฉัตร อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 หมู่ 7

ตำบลสนามไชย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การศึกษาจบ ป.4 แสดงเป็นตัวนาง ตัวประกอบ รำถวายมือ

4. นางสาวพรรณิพา สาสาร อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 หมู่ 7

ตำบลสนามไชย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การศึกษาจบ ป.7 แสดงเป็นตัวนาง ตัวประกอบ

5. นางบุษบา ภู่สวัสดิ์ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35/1หมู่ 7

ตำบลสนามไชย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การศึกษาจบ ป.4 แสดงเป็นตัวพระ ตัวพ่อ ในบางครั้งก็เป็นตัวนางได้

6. นายวัชรพล ภู่สวัสดิ์ อายุ 25 ปี เป็นบุตรชายนางบุษบา ภู่สวัสดิ์ การศึกษาจบ ม. 6 แสดงเป็นตัวเอก ตัวโกง

7. นายกิติศักดิ์ ภู่สวัสดิ์ อายุ 24 ปี เป็นบุตรชายนางบุษบา ภู่สวัสดิ์การศึกษาจบ ปวช. แสดงเป็นตัวเอก ตัวประกอบ

8. นายเกรียงไกร ภู่สวัสดิ์ อายุ 23 ปี เป็นบุตรชายนางบุษบา ภู่สวัสดิ์ การศึกษาจบ ม.6 แสดงเป็นตัวเอก ตัวประกอบ

9. นางสาวอุดมรัตน์ ภู่สวัสดิ์ อายุ 22 ปี เป็นบุตรสาวนางบุษบา ภู่สวัสดิ์ การศึกษาจบปริญญาตรี แสดงเป็นตัวพระ ตัวลูก ตัวประกอบ

10. เด็กหญิงสุพัสศร จิตตรีนิตย์ เป็นบุตรสาวนางบุษบา ภู่สวัสดิ์ (ใช้นามสกุลบิดา) อายุ 13 ปี กำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นม. 1 แสดงเป็นตัวนาง ตัวประกอบ

11. นางพยูน สาสาร อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 7 ตำบลสนามไชย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การศึกษาจบ ป.7 แสดงเป็นตัวพระ ตัวโกง

12. นางสาวขวัญตา สาสาร อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 7

ตำบลสนามไชย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การศึกษาจบ ป.7 แสดงเป็นตัวนาง นางตลาด

13. นางสาวดวงเนตร จิตภาพ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 หมู่ 7

ตำบลสนามไชย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การศึกษาจบ ป.7 แสดงเป็นตัวนาง ตัวประกอบ

14. นายมนตรี จงรัก อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 8 ตำบลสนามไชย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การศึกษาจบ มศ.3 แสดงเป็นตัวตลก

ผู้บรรเลงวงปี่พาทย์

            คณะผู้บรรเลงไม่ได้เป็นญาติพี่น้องกับทางคณะ แต่อาศัยแสดงมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ พอมาถึงรุ่นลูกก็ยังไปแสดงด้วยกัน คือ คณะไพฑูรย์ มีวงปี่พาทย์มอญและรับบรรเลงทั่วไป เวลามาแสดงกับพวกละครจะมี 3 คน บรรเลงเครื่องห้า ได้แก่

1. นายไพฑูรย์ จันทร์แดง อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 1 ตำบลช้างน้อย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การศึกษา ป.6 ระนาดเอก

2. นายวิเชียร จิตประสบ อยู่บ้านเลขที่ 20/1 ตำบลช้างน้อย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การศึกษา ป.4 ฆ้องวงใหญ่

3. นายวันชัย จิตใน อยู่บ้านเลขที่ 31 ตำบลบ้านเกาะ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การศึกษา ป.4 ตะโพน กลองทัด

ส่วนเครื่องประกอบอื่นๆ เช่น ฉิ่ง ฉาบ กรับ ผู้แสดงที่ยังไม่มีบทจะช่วยกันเล่นประกอบไปด้วย

            การแสดงละครของคณะธิดา ณ บางไทร จะเล่นแบบละครนอก และละครพันทางเป็นส่วนมาก ตัวนางสาวธิดาเจ้าของคณะ มีความสามารถในการร้องเชิญครู รำซัดเบิกโรงได้ แต่มีปัญหาว่าหาคนเป่าปี่ละครไม่ได้ ที่เป่าได้ในวงคณะไพฑูรย์ เป่าได้ปี่มอญและเป่าในแบบบรรเลงทั่วๆ ไปจากการที่ไปสังเกตการณ์แสดงเวลา นางสาวธิดาจะร้องเชิญครู และรำซัดเบิกโรงจะใช้ปี่พาทย์บรรเลงรับ และบรรเลงประกอบเวลารำซัดเบิกโรงชาตรี

              จากการสัมภาษณ์ทางคณะในเรื่องการแสดง เพื่อแก้บนมากที่สุด ส่วนงานแสดงเพื่อเป็นการสมโภชฉลองเป็นมหรสพไม่ค่อยมี การติดต่อการแสดงนั้นถ้าหาเพื่อมารำแค่ถวายมือ จะไม่รับแสดง เพราะบ้านพักของคณะละครเดินทางออกมาไกล นอกจากจะแสดงละครอยู่แล้วตรงที่นั้นๆ แล้วมีผู้มาหารำถวายมือ จึงจะรับรำ ถวายมือให้ ซึ่งจะคิดราคา 500 บาท ต่อ 1 ยก (หรือ 1 เที่ยวเพลง) ค่าจ้างการแสดงแสดงละครแก้บนต่ำสุด 3,000 บาท ไม่เกิน 4,000 บาท ราคาที่เพิ่มขึ้นจากราคาเดิมอยู่ที่ระยะทางใกล้ไกล ซึ่งอัตราค่าจ้างที่เพิ่มจะเป็นค่าพาหนะมากกว่า

               การจ่ายค่าตัวในปัจจุบันจะให้เท่าๆ กัน คือไม่ต่ำกว่า 120 บาท รถรับส่ง ถึงที่ หากตัวแสดงต้องมาเอง ทางตั้วโผต้องจ่ายค่าพาหนะเพิ่มให้ ค่าดนตรี 3 คน ราคา 600 บาท ต่อวัน ถ้าได้พิเศษจากมีคนมาจ้างรำถวายมือเพิ่ม ก็จะได้ค่าตัวเพิ่มเป็นพิเศษไป

                คณะธิดา ณ บางไทร เป็นละครที่สืบเชื้อสายทางละครมาโดยตรงและมีความตั้งใจที่จะพยายามฝึกหัดตัวละครเด็กรุ่นใหม่ๆ ซึ่งส่วนมากเป็นลูกหลานเพื่อให้สืบทอดการละครพื้นบ้านนี้ต่อไป


บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 26780
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 16,627
ออนไลน์ ออนไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 4.0.1 Firefox 4.0.1

trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: 14 พฤษภาคม 2554, 07:37:46 pm »

    คณะจะเด็จดาวเด่น

    คณะจะเด็จดาวเด่น หัวหน้าคณะ คือ นายจะเด็จ สาสาร

    คณะจะเด็จดาวเด่นได้รับการสืบทอดในการแสดงละครมาจากนางประเสริฐ (มีชูโภชน์) สาสาร มารดา ซึ่งเป็นหลานของนางสร้อยทอง มีชูโภชน์

    คณะละครจะเด็จดาวเด่น ซึ่งจะตั้งขึ้นประมาณ 40 ปี ผ่านมานี้เอง โดย นางประเสริฐ มารดาเป็นตั้วโผขณะนั้นได้เป็นผู้หัดให้ลูกทั้งหมด 6 คน หลาน และ ผู้ที่มาสมัครฝึกหัดละครเป็นหลานของนางสร้อยทอง มีชูโภชน์ ได้รับการฝึกหัด การละครมาตั้งแต่ครั้งนางปราง นางสังวาล นางสร้อยทอง และเล่นละครอยู่ในกลุ่มนี้มาตลอด จนกระทั่งได้มาแต่งงานกับนายมณฑป สาสาร จึงย้ายมาอยู่ที่บางไทร จัดตั้งคณะละครของตนเองขึ้นมา ในชั้นแรกของการแสดง จะมีตัวนางประเสริฐ ซึ่งมีความสามารถในการแสดงในทางละครเป็นตัวหลัก มีน้องคือ นางสมศรี มีชูโภชน์ ซึ่งปัจจุบันยังแสดงกับคณะสร้อยทองหิรัญ มาช่วยในการแสดงตลอดเวลาฝึกหัดลูกหลานขึ้นมาแสดง จนเป็นคณะใหม่ และมีชื่อเสียงมากอีกคณะหนึ่งของอำเภอบางไทร ตั้งบ้านเรือนอยู่บ้านเลขที่ 47 หมู่ 7 ตำบลสนามไชย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

     

    ขั้นตอนในการจัดการแสดง

    ลำดับที่ 1 เวลา 9.30 น. นายจะเด็จ สาสาร จะเป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาครู และตั้งกำนน และต่อด้วยโหมโรง

    ลำดับที่ 2 รำถวายมือด้วยการเพลงช้าเพลงเร็ว ไม่มีการร้องประกาศหน้าบท

    ลำดับที่ 3 จับเรื่องแสดง เวลา 10.30 น. – 12.00 น. ลาเครื่องสังเวยและพักการแสดง ช่วงบ่ายโหมโรงแล้วจับเรื่องแสดง ตั้งแต่เวลา 13.30 - 16.00 น.

    เรื่องที่แสดง นิยมแสดงเรื่อง พระรถ–เมรี จำปาทอง นางแตงอ่อน ขันทอง หลวิชัยคาวี ราชาธิราช แก้วหน้าม้า โกมินทร์ ทินวงษ์ ไชยเชษฐ์ และจะแสดงเรื่องตามที่เจ้าภาพต้องการ

    โรงที่แสดง เป็นเรื่องที่เจ้าภาพเป็นผู้จัดหาในเรื่องการผูกโรงนั้นไม่ค่อยได้มีการผูกโรง เพราะในปัจจุบันเสากลางโรงนั้นไม่ค่อยได้พบ แต่ถ้าไปแสดงโรงที่มีเสากลางโรงก็ต้องทำพิธีผูกโรงตามแบบโบราณ

    เรื่องการแสดงแบบละครชาตรี ทางคณะแสดงไม่ได้ จะแสดงได้ต้องผสมทางละครนอก คือ ใช้ปี่พาทย์เข้าช่วยและเพลงร้องทางละครนอกซึ่งที่จริงถ้านับโดยทาง ตาทวด (คือนายชุ่ม สมหาร) มีความรู้ทางละครชาตรีแต่การสืบทอดขาดช่วงไป

    รูปแบบของการแสดงคณะจะเด็จดาวเด่น จึงแสดงแบบละครนอกและละครพันทาง เป็นส่วนใหญ่

    ผู้แสดง

    ผู้แสดงในคณะเป็นพี่น้องทั้งหมดเป็นหลักในการแสดง มีผู้แสดงเป็นชายและหญิงเกือบจะเท่ากันจะเป็นละครแสดงแก้บนคณะเดียวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่ให้ผู้ชายแสดงมากและแสดงแบบชายจริงหญิงแท้ ดังนี้

    •  นางองอร (สาสาร) อิ่มอก อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 5

    ตำบลประทุม อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี การศึกษา ป.4 แสดงเป็น นาง เจ้า นางเอก

    •  จ.ส.อ. สมชาย สาสาร อายุ 38 ปี อยู่บ้านพักและรับราชการกองพัน

    ทหารม้าที่ 17 จังหวัดสระบุรี การศึกษา ม.6 แสดงบทเจ้าและบทตลก (ส่วนมากจะช่วยแสดงในวันเสาร์–อาทิตย์)

    •  นางเรไร (สาสาร) น่วมศิริ อายุ 34 ปี อยู่บ้านพักศูนย์การบินทหารบก

    การศึกษา ม. 6 แสดงบทนางตลาด นางเอก และเป็นตัวพระได้

    •  จ.ส.อ. สมพร น่วมศิริ อายุ 34 ปี อยู่บ้านพักศูนย์การบินทหารบก

    การศึกษาจบ ปกศ. สูง แสดงเป็นตัวตลก

    •  นายระเด่น สาสาร อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 7 ตำบลสนามไชย

    อำเภอบางไทร การศึกษา ป.6 แสดงเป็นตัวพระ ตัวประกอบ

    •  นางสำอาง สาสาร การศึกษา ป.6 แสดงเป็นนางเอก

    •  นายอภิชาติ สาสาร อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42/1 หมู่ 7

    ตำบลสนามไชย อำเภอบางไทร การศึกษา ปวส. วิทยาลัยนาฏศิลป์ เอกโขน (ปักษ์) แสดงบทเป็นพระเอก ตัวเอกจะสลับกันเป็นตัวนายโรงกับนายจะเด็จ สาสาร พี่ชาย

    •  นายพรวิเศษ ไตรวิชา อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32 หมู่ 7 ตำบลสนามไชย

    อำเภอบางไทร การศึกษา ป.6 แสดงบทได้ทั้งพระเอก ตลกและตัวโกง

    •  นายมาโนช ประจำเชื้อ อายุ 26 ปี อยู่หลังอำเภอบางไทร การศึกษา

    ป.6 แสดงเป็นตัวพระ ตัวประกอบ

    •  นางสาวเกษณี สาสาร อายุ 14 ปี การศึกษา ป.6 แสดงเป็นตัวนาง

    รำถวายมือ และตัวประกอบ

    •  นางสาวนพภาพร โดดจรูญ อายุ 31 ปี การศึกษา ป.6 แสดงเป็น

    ตัวพระ รำถวายมือ และตัวประกอบ

    •  เด็กหญิงรจนา สาสาร (บุตรสาว ของนายจะเด็จ และนางสุนีย์ สาสาร)

    อายุ 5 ปี การศึกษา ระดับอนุบาล รำถวายมือ ตัวประกอบ

    ดนตรี

    จะใช้ปี่พาทย์เครื่องห้าเป็นหลัก ผู้บรรเลงจะมาจากอำเภอบางไทร คือ ไม่ใช่ในกลุ่มพี่น้อง และแสดงบรรเลงร่วมกันมานาน ได้แก่

    1. นายปรุง ขาวสุวรรณ ระนาดเอก

    2. นายชลอ สุขสมโภชน์ ฆ้องวงใหญ่

    3. นายเล็ก โดดจรูญ ระนาดทุ้ม

    4. นายไพวงษ์ ไตรวารี ตะโพน, กลองทัด

    งานที่รับแสดง ที่อำเภอบางไทร มีคณะละครอยู่เพียง 2 คณะ คือ ธิดา ณ บางไทร กับจะเด็จดาวเด่น ดังนั้น งานหาละครแก้บนจึงมีมากพอ ๆ กับหาไปแสดงเป็นงานฉลองมหรสพ ค่าจ้างการแสดงละครต่อวันราคาต่ำสุด 3,000 บาท ไม่เกิน 4,000 บาท แต่ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับระยะทาง คือ ค่าพาหนะที่บวกเพิ่มไป เรื่องการรำถวายมือนั้น ถ้าหากเฉพาะจะมีราคาพอๆ กับการหาละครคือ 3,000 บาท แต่ถ้าไปแสดงละครอยู่ที่นั้นแล้วมีผู้มาหารำถวายมือก็จะคิดเพียงครั้งละ 500–600 บาท ต่อการรำถวายมือ 1 ครั้ง

    ลักษณะการแสดงของคณะจะเด็จดาวเด่น ถึงแม้จะเป็นละครวัยรุ่น แต่ก็มีหลักในการแสดง มีการปรับและพัฒนาการแสดงในคณะให้ถูกใจคนหาและคนดูทั่ว ๆ ไปชอบใจ เช่น การแทรกสิ่งละอันพันละน้อยในการแสดง การใช้เครื่องขยาย แสง สี เสียง มีฉากละครออกแบบทันสมัย

    คณะราตรีศิลป์

    คณะราตรีศิลป์ สืบต่อการแสดงละครจากคณะจันทร์บรรเทิง หัวหน้าคณะคือนางราตรี กุลบท สืบเชื้อสายทางด้านการแสดงละคร มาตั้งแต่ครั้งบิดามารดา มารดาชื่อนางลำเจียก กระจ่างโชติ บิดาชื่อนายสังเวียน กระจ่างโชติ เป็นบุตรของนายทอง และนางคร้าม มีชูโภชน์

    ตัวของนางราตรีเอง ได้รับการถ่ายทอดการแสดงละครจากยาย คือนางจันทร์ ชาลีแดง สามารถออกแสดงกับคณะตั้งแต่อายุ 7-8 ปี แสดงละครกับมารดาและยายตลอดมาใช้ชื่อคณะว่า จันทร์บันเทิงศิลป์ เมื่อยายเสียชีวิตจึงเปลี่ยนชื่อมาเป็นคณะราตรีศิลป์ เป็นที่รู้จักและยอมรับสำหรับฝีมือแสดงมาประมาณ 35 ปี

    คณะราตรีศิลป์ รับแสดงละครทั้งละครชาตรี ละครนอก ละครพันทางและการรำเฉพาะการรำถวายมือ ราคาการแสดงละคร ราคาวันละไม่ต่ำกว่า 3,500 บาท และไม่เกิน 5,000 บาท แล้วแต่ละยะทางใกล้ไกล ส่วนการรำถวายมือนั้นถ้ามีการติดต่อแสดงเฉพาะราคาเท่ากับหาละครคือ 3,500 บาทต่อการรำถวาย 1 ครั้ง แต่ถ้าไปแสดงอยู่แล้ว และมีผู้มาหารำถวายมือในขณะนั้น ก็จะมีราคาเพียง 800 – 1,000 บาท คณะละครของนางราตรี มีนักแสดงหลายคน ผู้แสดงมีทั้งลูกและหลานรวมทั้งสิ้นในคณะ 18 คน ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ 67 หมู่ 3 บริเวณตลาดสมจิตร์ ตำบลไผ่ลิง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

    ขั้นตอนในการจัดการแสดง

    ลำดับที่ 1 ผู้ที่เป็นประธานในการทำพิธีคือ นายกฤษณะ กุลบท บูชาครู ด้วยดอกไม้ธูปเทียนและตั้งกำนนต่อด้วยปี่พาทย์โหมโรงเช้าเวลา 10.00 น.

    ลำดับที่ 2 จะมีการรำเบิกโรงด้วยเพลงช้าเพลงเร็ว

    ลำดับที่ 3 จับเรื่องแสดงนิยมแสดงเป็นตอนๆ เรื่องที่นิยมแสดง ได้แก่ เรื่องแก้วหน้าม้า รถเสน จำปาทอง พระอภัยมณี วงษ์สวรรค์-จันทวาท สังข์ทอง การะเกด สุวรรณหงส์ ยกเว้นไม่แสดงเรื่องที่เป็นชาดก จะแสดงไปจนถึงเวลา12.00 น. ลาเครื่องสังเวยพักการแสดง เพื่อให้ละครขาดสินบน ช่วงบ่าย เวลา 13.00 น. เริ่มการแสดงโหมโรง และจับเรื่องต่อจนถึงเวลา 15.00 น. จบการแสดง

    คณะราตรีศิลป์ ในปัจจุบันมีคณะละครของบุตรสาวสืบทอดละครต่ออีก 1 คณะ คือ คณะศรีประภาพร แต่ก็ยังใช้คณะแสดงกลุ่มเดียวกัน

    ผู้แสดง

    ลูก

    •  นางมณฑาทิพย์ บุญประเทือง อายุ 32 ปี การศึกษา ป.4 เป็นตัวนางมี

    ความสามารถแสดงได้หลายบทบาท บทนางกษัตริย์และนางตลาด

    •  นางรุ่งทิวา ทับพัน อายุ 25 ปี การศึกษา ป.6 เป็นตัวพระ ส่วนมากจะ

    แสดงเป็นพระเอก

    •  นางปราณี ลิ่มจง อายุ 22 ปี การศึกษา ป.6 เป็นตัวนาง

     

    •  นางสาวเฉิดฉาย อายุ 19 ปี กำลังศึกษาที่วิทยาลัยนาฏศิลป์อ่างทอง

    ชั้น ม. 6 เป็นตัวนาง รำซัดเบิกโรงได้ ส่วนมากจะแสดงเป็นนางเอก

    •  นางสาวนงลักษณ์ จิตต์กระจ่าง อายุ 13 ปี กำลังศึกษาที่วิทยาลัย

    นาฏศิลป์อ่างทอง ชั้น ม. 2 เป็นตัวพระมีความสามารถแสดงได้หลายบท เช่น แสดงเป็นมานพแปลง เป็นพระรอง

    •  เด็กชายณรงค์ จิตต์กระจ่าง จบชั้น ป.6 ไม่ได้เรียนต่อแสดงเป็นตัว

    ประกอบ

    หลาน

    1. เด็กชายวีรศักดิ์ บุญประเทือง อายุ 13 ปี กำลังศึกษาที่โรงเรียนวัด

    พระญาติ ชั้น ป.4 แสดงเป็นตัวตลก

    2. เด็กชายมาโนช บุญประเทือง อายุ 11 ปี กำลังศึกษาที่โรงเรียนวัด

    พระญาติ ชั้น ป.4 แสดงเป็นตัวตลก

    3. นายภู่เกียรติ กุลบท อายุ 10 ปี กำลังศึกษาระดับชั้น ป.3 แสดงเป็นตัวประกอบ ตัวตลก

    ญาติ

    •  นายสาคร ไม้แก้ว อายุ 56 ปี จบการศึกษา ป.4 เป็นตัวพระแสดงเป็น

    พ่อ

    •  นางประเทือง จันทร์ดารา อายุ 50 ปี จบการศึกษา ป.4 เป็นตัวนาง

    แสดงเป็นแม่

    •  เด็กหญิงรุ่งรัตน์ จันทร์ดารา อายุ 12 ปี กำลังศึกษา ม.2 เป็นตัวนาง

    เป็นตัวประกอบ

    •  นางเจียด ไหมทอง อายุ 71 ปี จบการศึกษา ป.4 เป็นตัวพระแสดงได้

    หลายบทบาท เช่น ฤาษี

    ผู้บรรเลงปี่พาทย์

    •  นายกฤษณะ กุลบท อายุ 58 ปี จบการศึกษา ป.4 ระนาดทุ้ม

    กลองทัด ตะโพน ฉิ่ง ฉาบ

    •  นายสอด คล้ายคลึง อายุ 60 ปี จบการศึกษา ป.4 ระนาดเอก

    •  นายสุชิน สุขประเสริฐ อายุ 70 ปี จบการศึกษา ป.4 สามารถเล่นดนตรี

    ได้ทุกชิ้น

    •  นายประธาน ชัยเรศ อายุ 21 ปี จบการศึกษา ม.3 สามารถเล่นได้

    ทุกชิ้น

    •  เด็กชายมาโนช จิตต์กระจ่าง อายุ 11 ปี กำลังศึกษาชั้น ป.5 ฉาบ

    ฉิ่ง



บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 26780
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 16,627
ออนไลน์ ออนไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 4.0.1 Firefox 4.0.1

trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: 14 พฤษภาคม 2554, 07:40:42 pm »

   คณะศรีจันทรานาฏศิลป์

    คณะศรีจันทรา ตั้งคณะอยู่ใกล้บริเวณวัดพนัญเชิงวรวิหาร ตั้งคณะแสดงละครมาประมาณ 20 ปี เจ้าของคณะคือ นางจินดา เสถียรอรรถ มารดาชื่อ นางผัน ใจอนันต์ บิดาชื่อนายใช้ สร้อยทอง อาชีพรับจ้าง ส่วนมารดานั้นมีอาชีพแสดงละครจำข้อมูลไม่ได้ว่า ละครทางสายมารดานั้นสืบต่อมาจากใคร

    คณะศรีจันทราได้รับการสืบทอดละครมาจากนางทองห่อ เสถียรอรรถ ซึ่งเป็นมารดาของสามี รับช่วงการสืบต่อทางละครของคณะแม่เจียม ดังกล่าวแล้วใน ประวัติความเป็นมา

    คณะศรีจันทรารับงานการแสดงละครทั้งวัน และการหาเฉพาะรำถวายมือราคาการแสดงหาละครต่ำสุดวันละ 2,000 บาท และจะไม่เกิน 3,500 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทางใกล้ไกล แต่ถ้าเป็นการหารำถวายมือ ราคาไม่เกิน 1,000 บาท การติดต่อละครคณะนี้จะติดต่อโดยตรงกับทางคณะเองไม่ผ่านคนกลางหรือนายหน้า ที่บ้านเลขที่ 73/5 หมู่ 12 ตำบลระฆัง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

    ขั้นตอนการจัดการแสดง

    ลำดับที่ 1 เริ่มเวลา 10.00 น. นางทองห่อ เสถียรอรรถ จะเป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาครูและตั้งกำนน และต่อด้วยโหมโรงปี่พาทย์เครื่องห้า

    ลำดับที่ 2 รำถวายมือด้วยการรำเพลงช้าเพลงเร็ว

    ลำดับที่ 3 จับเรื่องแสดง เรื่องที่แสดงมีหลายเรื่อง ได้แก่ พระรถ พระอภัยมณี วงศ์สวรรค์ – จันทรวาด จำปาทอง กายเพชรกายสุวรรณ สังข์ทอง บัวแก้วบัวทองไม่แสดงเรื่องที่เกี่ยวกับชาดก แสดงไปจนถึงเวลา 12.00 น. หากมีการบวงสรวงเครื่องสังเวย ก็จะลาเครื่องสังเวยแล้วพักการแสดง ไปจนถึงเวลา 13.30 น. โหมโรง และจับเรื่องแสดงต่อไปจนถึงเวลา15.30 น.

    คณะศรีจันทรา จะมีตัวแสดงในคณะของตนเองที่เป็นลูกหลานสืบทอดการแสดงน้อย เวลาแสดงจะไปหาตัวแสดงจากที่อื่นมาสมทบเพิ่มเติมดังมีรายชื่อในคณะแสดง ดังนี้

    ผู้แสดง

    ลูก

    •  นายธงชัย เสถียรอรรถ อายุ 22 ปี จบการศึกษา ป.6 แสดงเป็นตัวเอก

    เช่น ละครวงศ์สวรรค์-จันทราส แสดงเป็นบรรลัยกาฬ ตัวตลก และตัวเบ็ดเตล็ด แล้วแต่ตั้วโผจะจัดวางบทให้

    หลาน

    •  เด็กหญิงนิติภา ไร้ที่พึ่ง อายุ 13 ปี จบการศึกษา ป.6 แสดงเป็น

    นางเอก และกุมาร ถ้าเล่นละครก็จะเป็นนางเอก ปัจจุบันทำงานอยู่ที่ไทยพงษ์

    •  เด็กหญิงอุมาพร เลิศฤทธิ์ อายุ 11 ปี กำลังศึกษาอยู่โรงเรียนเทศบาล

    วัดรัตนชัย ป.5 แสดงเป็นนางยักษ์ นางตลาด

    ญาติ

    •  เด็กหญิงชลธิชา แก้วมุดา อายุ 11 ปี กำลังศึกษาอยู่โรงเรียน

    วัดพนัญเชิง ชั้นป. 4 แสดงเป็นนางยักษ์ สาวใช้ เสนา

    นอกนี้แล้วตัวแสดงจากที่อื่น ๆ มาร่วมแสดงในบางครั้งจำนวนผู้แสดงในคณะ

    มีประมาณ 7-10 คน ถ้าเป็นละครชาตรีหรือพันทาง จะมีผู้แสดง 7 คน เป็นอย่างน้อย

    ผู้บรรเลงวงปี่พาทย์

    นักดนตรีในคณะจะมี 4-5 คน คนหนึ่งจะต้องสามารถเล่นเครื่องดนตรีได้ 2

    ชิ้น เพราะบางครั้งจะมีเพียง 3 คน

    •  นายทองขาว เสถียรอรรถ อายุ 46 ปี จบการศึกษา ป.4 ควบคุมวงและ

    เล่นระนาดเอก

    •  นายวัชระ เสถียรอรรถ อายุ 20 ปี จบการศึกษา ป.6 ตะโพน

    •  นายสมชาย โดดจรูญ อายุ 35 ปี จบการศึกษา ป.4 กลองทัด

    •  นางทองห่อ เสถียรอรรถ อายุ 84 ปี จบการศึกษา ป.4 ฉิ่ง



บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 26780
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 16,627
ออนไลน์ ออนไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 4.0.1 Firefox 4.0.1

trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: 14 พฤษภาคม 2554, 07:42:59 pm »

    คณะศรีประภาพร

    คณะศรีประภาพร สืบทอดการแสดงจากคณะราตรีศิลป์ หัวหน้าคณะ คือ

    นางมณฑาทิพย์ (กุลบท) บุญประเทือง อายุ 32 ปี ได้รับการถ่ายทอดการแสดงละครจากมารดา คือ นางราตรี กุลบท

    คณะศรีประภาพร ตั้งเป็นคณะมาประมาณ 17 ปี นางราตรี กุลบท เป็น ผู้ตั้งให้ ใช้เป็นชื่อคณะ แสดงเมื่อมีผู้มาหา การแสดงแก้บน ในลักษณะของละครปนลิเกและใช้ชื่อนางมณฑาทิพย์ บุญประเทือง เป็นหัวหน้าคณะ แต่การดำเนินงานในการจัดแสดงจะอยู่ในความควบคุมของนางราตรี และนายกฤษณะ กุลบท ราคาการแสดงในการหาละครแก้บนประเภทนี้ ราคาครั้งละไม่ต่ำกว่า 3,500 บาท และไม่เกิน 5,000 บาท ต่อวัน ทั้งนี้ต้องอยู่กับระยะทาง สถานที่ ที่จะต้องแสดงและค่าพาหนะ

    คณะศรีประภาพร ผู้แสดง และนักดนตรีในคณะจะเป็นกลุ่มเดียวกับคณะราตรีศิลป์ และยังรวมอยู่เป็นครอบครัวเดียวกัน อยู่ที่บ้านเลขที่ 67 หมู่ 3 บริเวณตลาดสมจิตร์ ตำบลไผ่ลิง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

    ขั้นตอนในการจัดการแสดง

    ลำดับที่ 1 ประธานในการแสดงคือ นายกฤษณะ กุลบท จุดธูปเทียนบูชาครู และตั้งกำนนถวายครู และโหมโรงด้วยวงปี่พาทย์เครื่องห้า

    ลำดับที่ 2 รำถวายมือ

    ลำดับที่ 3 ออกตัวละคร รำช้าปี่ 2 ตัว เมื่อตัวละครเข้าโรง จะจับเรื่องแสดงแบบลิเก ไปจนถึงเวลา 12.00 น. ลาเครื่องสังเวย พักการแสดงเพื่อให้ขาดสินบน ช่วงบ่ายเวลา 13.00 น. เริ่มการแสดงโหมโรง มีตัวละครออกรำช้าอีกครั้ง เมื่อตัวละครเข้าโรง จะจับเรื่องแบบลิเกแสดงต่อไป จนถึงเวลา 15.00 น.

    ผู้แสดง และนักดนตรีในคณะศรีประภาพร ใช้บุคคลกลุ่มเดียวกับคณะ ราตรีศิลป์



บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 26780
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 16,627
ออนไลน์ ออนไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 4.0.1 Firefox 4.0.1

trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: 14 พฤษภาคม 2554, 07:44:19 pm »


    คณะสุเทพบรรเทิง

    คณะสุเทพบันเทิงเป็นคณะละครที่สืบทอดจากคณะสร้อยทองหิรัญ เป็นกลุ่มบ้านละครคลองทราย ตั้งเป็นคณะปี่พาทย์และรับงานแสดงละคร มาประมาณ 12 ปี หัวหน้าคณะคือ นายประทิน มีชูโภชน์ อายุ 53 ปี ใช้ชื่อของบุตรชายตั้งเป็นชื่อคณะ ผู้แสดงในคณะได้รับการถ่ายทอดการแสดงละครจากนางสร้อยทอง มีชูโภชน์ ทางด้านดนตรี นายประทิน มีชูโภชน์ ได้รับการถ่ายทอดจากบิดาคือนายจรัส มีชูโภชน์

    คณะสุเทพบันเทิง รับงานแสดงละครทั้งละครชาตรี ละครนอก พันทางและการรำถวายมือ เวลารับงานแสดง ยังขึ้นป้ายคณะสร้อยทองหิรัญ เพราะถือว่ามารดา คือ นางสร้อยทอง ยังมีชีวิตอยู่ ราคารับจ้างแสดงละครครั้งละไม่ต่ำกว่า 2,500 บาท และราคาไม่เกิน 4,000 บาท ต่อวัน และรำถวายมือ ราคายกละ 1,000–1,200 บาท ราคาการแสดงอาจจะสูงกว่านี้ขึ้นอยู่กับสถานที่ที่จะไปแสดงเพราะเกี่ยวกับค่าพาหนะ

    คณะสุเทพบันเทิง มีจำนวนผู้แสดง และนักดนตรีที่เป็นหลักในการแสดงและนักดนตรี 12 คน เป็นบุคคลในครอบครัวของนายประทิน มีชูโภชน์ ซึ่งแสดงอยู่ในคณะสร้อยทองหิรัญด้วย หากตัวแสดงไม่ครบจำนวนจะใช้ตัวเสริมซึ่งเป็นหลานและญาติจากคณะสร้อยทองหิรัญ ปัจจุบันตั้งคณะอยู่บ้านเลขที่ 61/3 หมู่ 1 ตำบล หัวรอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

    ขั้นตอนในการจัดแสดง

    การแสดงของคณะสุเทพบันเทิงจะเริ่มแสดงเวลา 10.30 น. ถึงเวลา 12.00 น. ลาเครื่องสังเวย พักเที่ยง และจะเริ่มแสดงอีกครั้งในเวลา 13.00 น. ไปจนถึงเวลา 15.30 น. ขั้นตอนในการจัดการแสดงตามลำดับ เหมือนกับคณะสร้อยทองหิรัญ เฉพาะในช่วงบูชาครูและตั้งกำนน นายประทิน มีชูโภชน์ จะเป็นผู้กระทำพิธี หากการแสดงในวันนั้น นางสร้อยทอง ผู้เป็นมารดาไปด้วย นางสร้อยทองจะเป็นผู้กระทำพิธีให้

    ผู้แสดงและนักดนตรีของคณะสุเทพบันเทิง มีดังนี้

    ผู้แสดง

    •  นางบุญชู มีชูโภชน์ อายุ 52 ปี การศึกษา ป.4 เป็นตัวพระตัวพ่อ

    •  นางประทุม มีชูโภชน์ อายุ 32 ปี การศึกษา ป.4 เป็นตัวพระ

    •  นางสาวประภา มีชูโภชน์ อายุ 29 ปี การศึกษา ป.4 เป็นตัวนาง

    นางกษัตริย์

    •  นางวิเชียร วงษ์กฤษณ์ อายุ 27 ปี การศึกษา ป.4 เป็นตัวนาง นางเอก

    •  นางสาวพิมพิภาลัย จันทร อายุ 22 ปี การศึกษา ป.4 เป็นตัวนาง

    นางตลาด

    •  นางสาวจิตจริน ใจหล่อ อายุ 17 ปี การศึกษา ป.6 เป็นตัวนาง

    นางตลาด

    •  นางสมศรี มีชูโภชน์ อายุ 51 ปี การศึกษา ป.4 เป็นตัวพระตัวพ่อ และ

    ตัวเบ็ดเตล็ด

    •  นางนพรัตน์ มีชูมิตร อายุ 22 ปี การศึกษา ป.6 เป็นตัวประกอบ

    ผู้บรรเลงวงปี่พาทย์

    1.  นายประทิน มีชูโภชน์ อายุ 53 ปี การศึกษา ป.2 ฆ้องวง

    2. นายสุเทพ มีชูโภชน์ อายุ 24 ปี การศึกษา ป.6 ระนาดเอก

    3. นายเอก มีชูมิตร อายุ 20 ปี การศึกษา ป.6 ตะโพน

    4. เด็กหญิงปิยะมาศ วงษ์กฤษณ์ อายุ 13 ปี การศึกษา ป.6 กลอง


บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 26780
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 16,627
ออนไลน์ ออนไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 4.0.1 Firefox 4.0.1

trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: 14 พฤษภาคม 2554, 07:45:50 pm »

    คณะบังเอิญหลานสร้อยทอง

    คณะบังเอิญหลานสร้อยทอง เป็นคณะละครที่สืบทอดการแสดง จากคณะสร้อยทองหิรัญ เป็นกลุ่มละครบ้านคลองทรายอีกคณะหนึ่ง หัวหน้าคณะคือ นางบังเอิญ (รัตนอุทัย) วงษ์กฤษณ์ อายุ 30 ปี นางบังเอิญ เป็นหลานและเป็น ผู้แสดงอยู่ในคณะของนางสร้อยทอง มีชูโภชน์ ตั้งคณะเป็นของตนเองมาประมาณ 7 ปี ผู้แสดงในคณะจะเป็นหลานและญาติพี่น้อง ซึ่งแสดงอยู่ในกลุ่มของคณะสร้อยทองหิรัญ

    คณะบังเอิญหลานสร้อยทอง รับแสดงละครทั้งละครชาตรี ละครนอก ละครพันทาง และการรำถวายมือ ราคาในการรับงานแสดง ถ้าเป็นละครครั้งละไม่ต่ำกว่า 2,500 บาท ไม่เกิน 4,000 บาท ต่อวัน รำถวายมือ จะคิดราคายกละ 1,000–1,200 บาท ราคาการแสดงอาจจะลดหรือเพิ่มมากกว่านี้ อยู่ที่การตกลงราคาและสถานที่ที่ไปแสดงอยู่ใกล้ไกล เพราะเกี่ยวกับค่าพาหนะ

    คณะบังเอิญหลานสร้อยทอง มีจำนวนผู้แสดงและนักดนตรีที่เป็นหลักในการแสดงของคณะทั้งหมด 14 คน จะเป็นบุคคลภายในครอบครัวและญาติ พี่น้อง อยู่ในกลุ่มการแสดงของคณะสร้อยทองหิรัญ คณะบังเอิญหลานสร้อยทอง ปัจจุบันตั้งคณะอยู่ที่บ้านเลขที่ 61/4 หมู่ 1 ตำบลหัวรอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

    ขั้นตอนในการจัดการแสดง

    การแสดงของคณะบังเอิญหลานสร้อยทอง จะเริ่มแสดงเวลา 10.30 น. ถึงเวลา 12.00 น. ลาเครื่องสังเวย พักเที่ยง และจะเริ่มการแสดงอีกครั้งหนึ่งในเวลา 13.30 น. ไปถึงเวลา 15.30 น. ขั้นตอนในการจัดการแสดงตามลำดับเหมือนกับ คณะสร้อยทองหิรัญ เฉพาะช่วงบูชาครูและตั้งกำนน นางบังเอิญหัวหน้าคณะจะเป็นผู้ทำพิธี

    ผู้แสดงและนักดนตรี คณะบังเอิญหลานสร้อยทอง มีดังนี้

    ผู้แสดง

    1.  นางบังเอิญ วงษ์กฤษณ์ อายุ 36 ปี การศึกษา ป.4 เป็นตัวนาง

    2. นางสาวปัทมา รัตนอุทัย อายุ 13 ปี กำลังศึกษา ป.2 เป็นตัวพระ

    3. นางสาวตุ๊กตา ปั้นอบเนียม อายุ 13 ปี กำลังศึกษา ม.2 เป็นตัวนางและตัวเบ็ดเตล็ด

    4. นางประวิง มีชูยศ อายุ 40 ปี การศึกษา ป.4 เป็นตัวพระ

    5. นายชวลิต สุวรรณจินดา อายุ 38 ปี การศึกษา ม.3 เป็นตัวพระ

    6. นางบุญเสริม พุ่มพวง

    7. นางสาวอมรา วงษ์กฤษณ์ อายุ 11 ปี กำลังศึกษา ป.5 เป็นตัวนางและตัวเบ็ดเตล็ด

    8. นายสมนึก โดดจรูญ อายุ 30 ปี การศึกษา ป.4 เป็นตัวประกอบ

    9. นางประทิน ราษีกฤษณ์ อายุ 50 ปี การศึกษา ป.4 เป็นตัวพระ

    ผู้บรรเลงวงปี่พาทย์

    1.  นายลือชัย วงกฤษณ์ อายุ 36 ปี การศึกษา ป.4 ระนาดเอก

    2. นายสันติ รัตนวิเชียร อายุ 27 ปี การศึกษา ป.4 ปี่

    3. นายจเร มีชูโภชน์ อายุ 22 ปี การศึกษา ป.4 ฆ้องวง

    4. นายสุทธิศักดิ์ ฉ่ำสูงเนิน อายุ 35 ปี การศึกษา ป.4 ตะโพน

    5. นายปรีชา วงษ์กฤษณ์ อายุ 25 ปี การศึกษา ป.4 กลอง

    ความเป็นมาของละครชาตรีที่แสดงในอยุธยาทั้ง 9 คณะ จากการศึกษาข้อมูล เชื้อสายจะมาจากบรรพบุรุษเดียวกัน และญาติเกี่ยวดองกัน ในทางละครและ ปี่พาทย์สืบเชื้อสายการแสดงละครและทางปี่พาทย์ต่อเนื่องกันมา 200 ปี โดยนับอายุของบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในวงการที่เริ่มมาตั้งรกรากภูมิลำเนา ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจนถึงปัจจุบัน ความสามารถของนายโรง ซึ่งส่วนมากคือ เจ้าของคณะจะมีฝีมือ และความสามารถในการจัดการแสดงและควบคุมกลุ่มในคณะของตนได้เป็นอย่างดีทุกคณะจะสร้างภาพพจน์ที่ดี และความไว้เนื้อเชื่อใจ ต่อผู้ที่มาติดต่อการละคร เพื่อการแก้สินบนหรือหาไปแสดงฉลองในงานต่างๆ ดำรงอาชีพของตนเองและของคณะมาได้จนถึงทุกวันนี้



บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 26780
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 16,627
ออนไลน์ ออนไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 4.0.1 Firefox 4.0.1

trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: 14 พฤษภาคม 2554, 07:47:51 pm »

ประวัติและผลงาน นางสร้อยทอง มีชูโภชน์ หัวหน้าคณะสร้อยทองหิรัญ
   
    นางสร้อยทอง มีชูโภชน์ เกิดวันอาทิตย์ขึ้น 9 ค่ำ เดือน สิงหาคม ปีจอ พ.ศ. 2453 อายุ 84 ปี มารดาชื่อ นางขำ จรัญญา บิดาชื่อ นายดำ จรัญญา เป็นกำนัน ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายดำ มีอาชีพรับจ้างและเป็นนายวงปี่พาทย์ด้วย บิดาและมารดาของนางสร้อยทอง แยกกันอยู่ ตั้งแต่นางสร้อยทองยังเล็ก นางสร้อยทองจึงอยู่กับมารดาตลอดมา

    นางสร้อยทอง ได้รับการถ่ายทอดการแสดงละครไทย “ละครนอก” จากมารดา และสามารถออกแสดงร่วมกับคณะที่มารดาแสดง ตั้งแต่อายุ 6 ปี โดยแสดงเป็นบทสาวใช้บ้าง รำถวายมือบ้าง และในช่วงนี้มารดาจะสอน “รำร่ายให้มือ” ให้คล่องแคล่ว (ได้รับคำอธิบายจากนางสร้อยทอง “รำร่ายให้มือ” คือ การใช้ท่ารำรับคำร้องในเพลงร่ายของละคร สังเกตจากการสาธิตท่ารำของท่าน ขณะให้การสัมภาษณ์) และเริ่มฝึกหัดการร้อง และท่ารำในแบบละครไปพร้อมๆ กัน นางสร้อยทอง สามารถแสดงละครได้ตั้งแต่เด็กๆ แต่ยังเป็นตัวสำคัญไม่ได้ เพราะขึ้นนั่งเตียงหน้าโรงไม่ถึง สาเหตุเพราะตัวเล็กมาก

    มารดาของครูและตัวนางสร้อยทอง รับแสดงละครในลักษณะของ “งานหา” คือ ใครมาจ้างมาหาก็ไปแสดงร่วมกับคณะอื่นๆ มิได้มีคณะเป็นของตัวเอง

    เมื่อนางสร้อยทอง มีอายุ 20 ปี ได้แต่งงานกับนายจรัส มีชูโภชน์ นักระนาดเอก บิดามารดาของสามี เป็นเจ้าของวงปี่พาทย์และละครชาตรี โดยเฉพาะพี่สาวของนายจรัส มีชูโภชน์ คือ ครูสังวาล มีชูโภชน์ มีความสามารถ ในการแสดงละครชาตรี ได้ถ่ายทอดวิธีการแสดงละครชาตรีให้กับนางสร้อยทอง (จากการสัมภาษณ์ประวัติครูสังวาลย์ เรื่องได้รับการถ่ายทอดละครชาตรีมาจากที่ใดนั้น ไม่มีบุคคลทางการละครทราบได้ นางสร้อยทอง ได้ให้ข้อสันนิษฐานว่า อาจได้รับการถ่ายทอดมาจาก “พวกชาวนอก” หมายถึง ชาวใต้สังเกตจากภาษาและสำเนียงการพูดของบิดามารดาสามี ตัวของสามีเอง และครูสังวาลย์)

    นางสร้อยทอง มีบุตรชายหญิงกับนายจรัส 6 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 3 คน คือ

    •  เด็กหญิงเกสร มีชูโภชน์ (เสียชีวิตเมื่ออายุ 1 ปี)

    •  เสียชีวิตตั้งแต่คลอด

    •  เด็กชายจุ่น มีชูโภชน์ (เสียชีวิตเมื่ออายุ 3 ปี)

    •  นายหิรัญ มีชูโภชน์ (แต่งงานกับนางสาวทองหยิบ อมรเวทยันตร์

    นายหิรัญ เสียชีวิตเมื่ออายุ 50 ปี)

    •  นางจินตนา รัตนอุทัย (แต่งงานกับนายอนันต์ รัตนอุทัย)

    •  นายประทิน มีชูโภชน์ (มีอายุ 26 ปี แต่งงานกับนางสาวบุญชู มีชูยศ)

    การศึกษาของนางสร้อยทอง

    นางสร้อยทอง ไม่เคยเรียนหนังสือในโรงเรียนสามัญ แต่ด้วยความอยากอ่านบทละครให้ได้ เพื่อจะได้นำไปใช้ในการบอกบทละคร นายจรัส ผู้เป็นสามีจึงสอนหลักในการประสมตัวอ่านออกเสียงให้กับนางสร้อยทอง จึงพอรู้หลักการอ่านพยายามหาบทละครที่คุ้นเคยในเนื้อเรื่องที่แสดงมาฝึกหัดอ่านจนเกิดความรู้ พออ่านหนังสือได้เร็วขึ้น

    นางสร้อยทอง อ่านหนังสือทั่วไปได้เฉพาะคำที่มีตัวสะกด ไม่ยากจนเกินไปนัก แต่ถ้าเป็นบทละครจะอ่านออกเพราะอาศัยข้อความที่ชินในคำร้อง คำเจรจาที่ใช้ในเวลาแสดงเข้ามาช่วยในการอ่านส่วนในเรื่องการเขียน ฝึกเขียน และเขียนได้เฉพาะชื่อของนางสร้อยทองเองเท่านั้น

    ผลงานด้านการแสดง

    ผลงานด้านการแสดงของนางสร้อยทอง มีชูโภชน์ ที่ปรากฏนั้น แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ เป็นนักแสดงและเป็นตั้วโผ

    นักแสดง นางสร้อยทอง เป็นนักแสดงละครพื้นบ้านที่มีชื่อเสียง รำสวยปฏิภาณดี ความจำดี นางสร้อยทอง แสดงละครรำได้ทั้งลักษณะของตัวพระ และ ตัวนาง บทแสดงที่ถนัดคือบทนางแก้วหน้าม้าในเรื่องแก้วหน้าม้า นางเฒ่าทัศประสาทในเรื่องหลวิชัยคาวี เจ้าเงาะในเรื่องสังข์ทอง นางพันธุรัตในเรื่องสังข์ทอง หรือนางผีเสื้อสมุทรในเรื่องพระอภัยมณี เป็นต้น นางสร้อยทองเป็นตัวนายโรง นำร้อง “เชิญครู” และรำซัดเบิกโรงละครชาตรีและร้องเพลงเชื้อหรือที่เรียกว่า “ประกาศหน้าบท” ไหว้ครูเชิญเจ้าที่มารับสินบนในการแสดงละครไทย (ละครนอก) นางสร้อยทอง อธิบายว่าการแสดงละครพื้นบ้านตัวละครต้องมีความสามารถที่จะร้องและรำได้ และพร้อมที่จะช่วยร้องรับเป็นลูกคู่ได้จึงจะดี

    เป็นตั้วโผ การเป็นตั้วโผหมายถึง การเป็นหัวหน้าหรือเจ้าของคณะละคร

    นางสร้อยทอง มีคณะของตนเอง เมื่อมีอายุ 35 ปี ตั้งชื่อคณะว่า “สร้อยทองหิรัญ” โดยใช้ชื่อของตนเองกับชื่อลูกชายคนที่ 4 มารวมกันด้วยเห็นว่า มีความหมายที่ดี คณะของครูสร้อยทอง มีนักแสดงหลายคน ผู้แสดงมีทั้งลูกหลาน ญาติที่เกี่ยวดองกัน และเพื่อนบ้านที่มีความสามารถและรักในศิลปะการละคร ลำดับได้ ดังนี้

    นางสร้อยทอง มีชูโภชน์ นอกจากจะเป็นนักแสดงละคร เป็นตั้วโผละครโดยอาชีพแล้วท่านยังเป็นผู้ที่มีเมตตามีจิตเป็น “ครู” ในการที่จะสั่งสอนและเผยแพร่ความรู้ ที่มีอยู่ในตัวของท่านให้กับผู้ที่สนใจโดยไม่หวงแหนและไม่ปิดบังวิชา เมื่อมีผู้มาขอถ่ายทอดความรู้ ท่านจะอุทิศเวลา แรงกาย และสติปัญญา อธิบาย พร้อมทั้งสาธิตให้ด้วยความตั้งใจ



บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 26780
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 16,627
ออนไลน์ ออนไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 4.0.1 Firefox 4.0.1

trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: 14 พฤษภาคม 2554, 07:48:57 pm »

    ประวัติและผลงานนางอุดม กระจ่างโชติ หัวหน้าคณะอุดมศิลป์กระจ่างโชติ

    นางอุดม กระจ่างโชติ เกิดเมื่อ วันพุธ เดือน 6 พ.ศ. 2460 (จำข้างขึ้นข้างแรมไม่ได้ เทียบจากปฏิทิน 150 ปี อาจตรงกับวันที่ 2 หรือ 9 หรือ 16 พฤษภาคม 2460) อายุ 75 ปี มารดาชื่อ นางสารภี เทพดนตรี บิดาชื่อ นายชื่น เทพดนตรี

    การศึกษาในวัยเยาว์ นางอุดม เรียนหนังสืออยู่กับบ้าน อ่านออก และพอเขียนได้ในขณะเดียวกัน นางอุดมได้รับการถ่ายทอดความรู้ในเรื่องละครจากมารดาและเรื่องดนตรีไทย จากบิดา นางอุดม ออกแสดงละครกับคณะของมารดา เรียกชื่อคณะว่า “คณะแม่สารภี” ตั้งแต่อายุ 4 ปี สามารถร้องเพลงไทยเดิมประกอบกับการบรรเลงปี่พาทย์ได้ เล่นฆ้องวงได้

    นางอุดม แต่งงานกับนายจงกล กระจ่างโชติ นักระนาดเอกของวงปี่พาทย์ อีกคณะหนึ่ง มีบุตรด้วยกัน 5 คน เป็นชาย 2 คน เป็นหญิง 3 คน คือ

    1. นางสาวโกสุม กระจ่างโชติ อายุ 53 ปี

    2. นางโกศี กระจ่างโชติ (ผลเกิด) อายุ 47 ปี

    3. นายโกสิทธิ์ กระจ่างโชติ อายุ 46 ปี

    4. นายโกศัย กระจ่างโชติ อายุ 44 ปี

    5. นางสาวโกษา กระจ่างโชติ อายุ 40 ปี

    ความรู้ทางละครที่นางอุดม ได้รับจากคุณแม่สารภีนั้นจะเป็นทางละครในเพราะคุณแม่สารภีหัดละครมาจากในวัง นางอุดมเองก็จำไม่ได้ ทางบิดา คือ นายจงกล เมื่อครั้งที่ท่านยังมีชีวิตอยู่เป็นประธานในการทำพิธีไหว้ครูละครและดนตรีไทยเป็นนักดนตรีประกอบการแสดงโนราขึ้นมาจากนครศรีธรรมราชพร้อมด้วยศีรษะพรานบุญ ซึ่งถือว่าเป็นศีรษะครูของการแสดงโนรา มีความรู้ในละครชาตรี (แต่ไม่ได้แสดงเองเพราะเป็นนักดนตรี) รู้บทและเพลงร้อง พอนายจงกลมาแต่งงานกับนางอุดมแยกคณะออกมาจะแสดงแต่ละครนอกบางครั้งก็แสดงเป็นแบบละครพันทาง

    คณะละครของนางอุดม เดิมชื่อ “คณะกระจ่างโชติ” ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2486 หลังจากได้เข้ารับการอบรมสอบเทียบ ได้รับบัตรสำคัญเปรียบเทียบเท่าศิลปิน กรมศิลปากร ทางละครและดนตรีไทย จึงได้เปลี่ยนชื่อคณะเป็น “คณะอุดมศิลป์ กระจ่างโชติ”


บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 26780
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 16,627
ออนไลน์ ออนไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 4.0.1 Firefox 4.0.1

trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: 14 พฤษภาคม 2554, 07:53:50 pm »

    ประวัติและผลงาน นางราตรี กุลบท หัวหน้าคณะราตรีศิลป์

    นางราตรี กุลบท เกิดวันที่ 5 สิงหาคม ปีขาล พ.ศ. 2481 ตรงกับวันศุกร์ ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 มารดาชื่อนางลำเจียก กระจ่างโชติ บิดาชื่อ นายสังเวียน กระจ่างโชติ มีอาชีพค้าขายและเป็นนักดนตรีและแสดงละคร

    นางราตรี ได้รับการถ่ายทอดการแสดงละครจากคุณยาย คือ นางจันทร์ ชาลีแดง และสามารถออกแสดงกับคณะตั้งแต่อายุ 7-8 ปี โดยแสดงเป็นสาวใช้ นางราตรีได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อเริ่มแรกที่จะหัดละครนั้นได้หัดรำเป็นตัวนาง โดยคุณยายจันทร์จะต่อเพลงให้โดยการรำให้ดูแล้วให้นางราตรีรำตาม หรือบางครั้งก็จะจับมือดัดตัว เพื่อจะได้รำให้ถูก เพลงแรกที่ได้รับการถ่ายทอด คือ การรำถวายมือ เริ่มเล่นละคร ครั้งแรกหัดเป็นนางรจนา

    เมื่อนางราตรีมีอายุ 22 ปี ได้แต่งงานกับนายกฤษณะ กุลบท เป็นนักดนตรีและแสดงลิเก

    นางราตรี มีบุตร 6 คน เป็นชาย 1 คน หญิง 5 คน สืบทอดทางการแสดงและดนตรีทั้งหมด

    •  นางมณฑาทิพย์ บุญประเทือง (แต่งงานกับนายวิรัตน์ บุญประเทือง)

    •  นางรุ่งทิวา ทับพัน (แต่งงานกับนายสำเริง ทับพัน)

    •  นางปราณี ลิ่มจง (แต่งงานกับนายสำฤทธิ์ ลิ่มจง)

    •  นางสาวเฉิดฉาย จิตต์กระจ่าง

    •  เด็กชายณรงค์ จิตต์กระจ่าง

    •  นางสาวนงลักษณ์ จิตต์กระจ่าง

    นางราตรี มีคณะละครเป็นของตนเอง เมื่ออายุ 18 ปี ตั้งชื่อคณะว่า “ราตรีศิลป์” โดยใช้ชื่อตนเองเป็นชื่อคณะ คณะละครของนางราตรีมีนักแสดงหลายคนผู้แสดงมีทั้งลูกและหลาน

    การศึกษา นางราตรี ได้ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนวัดประดู่ จนถึงชั้น ป.4 อ่านออกเขียนได้ อ่านบทละครได้ แต่เรื่องบทละครนั้นจดจำมามากกว่า

    ผลงานแสดงของนางราตรี จะเป็นนักแสดงและเป็นตั้วโผ

    นักแสดง นางราตรีเป็นนักแสดงละครชาตรีและยังสามารถแสดงละครนอกละครพันทาง และลิเกที่มีฝีมือมาก และเป็นตั้วโผควบคุมดำเนินมาได้มีชื่อเสียงมาจนถึงปัจจุบัน

    คณะราตรีศิลป์ ในปัจจุบันมีคณะละครของบุตรสาว สืบทอดละครต่ออีก 1 คณะ คือ คณะศรีประภาพร แต่ก็ยังใช้คณะแสดงกลุ่มเดียวกัน



บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 26780
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 16,627
ออนไลน์ ออนไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 4.0.1 Firefox 4.0.1

trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #14 เมื่อ: 14 พฤษภาคม 2554, 07:55:02 pm »


    ประวัติและผลงาน นางจินดา เสถียรอรรถ หัวหน้าคณะศรีจันทรา

    นางจินดา เสถียรอรรถ เกิดเดือน 12 พ.ศ. 2494 ปัจจุบันอายุ 44 ปี เกิดที่ตำบลหันตรา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มารดาชื่อนางผัน ใจอนันต์ บิดาชื่อ นายใช้ สร้อยทอง อาชีพรับจ้าง ส่วนมารดานั้นมีอาชีพแสดงละคร

    นางจินดาได้รับการสืบทอดละครมาจากนางทองห่อ ซึ่งเป็นมารดาของสามีและสามารถออกแสดงร่วมกับคณะตั้งแต่จบ ป.4 โดยแสดงเป็นตัวประกอบของเรื่องและรำถวายมือบ้างเป็นบางโอกาส

    การฝึกหัดท่ารำของนางจินดานั้นในสมัยก่อนจะต่อท่าโดยตรงจากนางทองห่อ แต่จะมีในบางเพลงเท่านั้นที่อาศัย “ครูพักลักจำ” เพราะนางจินดามีความจำและมีพรสวรรค์ดีมาก ในช่วงหัดละครใหม่ๆ นางจินดาจะไม่สนใจที่จะต่อท่ารำจาก นางทองห่อ ชอบนั่งดูมากกว่าและใช้ความสามารถในการจำของตัวเอง จำท่ารำเมื่อนางทองห่อ ให้รำให้ดูก็สามารถรำได้ถูกต้อง นางจินดาเป็นผู้สืบทอดละครจาก นางทองห่อมาจนถึงปัจจุบันนี้

    เมื่อนางจินดาได้แต่งงานกับนาย ทองขาว เสถียรอรรถ ลูกชายของนางทองห่อ ซึ่งมีความถนัดในด้านดนตรี ทั้ง 2 คน ก็ได้สร้างคณะของตัวเองขึ้นมาโดยชื่อว่า “ คณะศรีจันทรา ” ซึ่งชื่อนี้พระภิกษุเป็นผู้ตั้งให้

    มีบุตรสืบทอดทั้งทางการแสดงและทางวงปี่พาทย์

    บุตรชายคนแรกชื่อ นายธงชัย เสถียรอรรถ อายุ 22 ปี ประกอบอาชีพแสดงลิเก

    บุตรชายคนที่ 2 ชื่อ นายวัชระ เสถียรอรรถ อายุ 20 ปี ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย และมีอาชีพแสดงลิเกด้วย

    บุตรชายคนที่ 3 ชื่อ เด็กหญิงศรีประภา เสถียรอรรถ อายุ 5 ปี

    ครอบครัวของนางจินดา อยู่บ้านเลขที่ 73/5 หมู่ 12 ตำบลกระมัง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

    การศึกษา นางจินดา เรียนอยู่โรงเรียนวัดพระญาติการาม จนจบ ป.4 อ่านหนังสือออกเป็นบางตัว ส่วนจะใช้วิธีการฟังอย่างบทละครที่จะแสดง ในบางตอนจะให้ผู้อื่นเป็นผู้อ่าน และตนก็จะทำความเข้าใจ เมื่อเข้าใจก็จะกำหนดบทให้สมาชิกในคณะทราบ

    นางจินดาและสามี ได้ก่อสร้างคณะของตนเองขึ้นมา และให้พระที่นับถือตั้งชื่อคณะให้ว่า คณะศรีจันทรา


บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal