หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: "การกินดอง" พิธีแต่งงานแบบอีสาน  (อ่าน 677 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 26780
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 16,627
ออนไลน์ ออนไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 4.0.1 Firefox 4.0.1

trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: 15 พฤษภาคม 2554, 12:37:27 am »



          การกินดอง เป็นภาษาพื้นเมืองของชาวอีสาน ซึ่งก็คือ การแต่งงาน นั้นเอง โดยที่ฝ่ายชายจะต้องขึ้นไปสู่ของฝ่ายหญิงถึงบนเรือนนั้นเอง วันนี้เราจึงได้หยิบยกความรู้และความเชื่อของคนอีสานมาฝากผู้ที่สนใจอยากทราบพิธีแต่งงานแบบอีสานค่ะ

พิธีแต่งงานแบบอีสาน คือ

        การสู่ขอภาษาพื้นเมืองเรียกกันว่า "การขอเมีย" คือ นับตั้งเเต่เมื่อฝ่ายชายและฝ่ายหญิงรักใคร่ตกลงปลงใจที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขเป็นสามีภรรยากัน ฝ่ายชายก็จะบอกกล่าวพ่อแม่ให้จัดญาติผู้ใหญ่เป็นเถ้าแก่และพ่อล่ามอีกคนหนึ่งถือดอกไม้ธูปเทียนไปร้องขอต่อพ่อแม่ของฝ่ายหญิงที่บ้านเพื่อไปตกลงกัน แต่ในกรณีที่กำหนดงานวันแต่งงานเนิ่นนานออกไปก็อาจจะทำพิธีหมั้นกันไว้ก่อนก็ได้ ทั้งนี้เพื่อความมั่นใจในตัวกันและกันทั้งสองฝ่าย โดยฝ่ายชายจะต้องหาทองหมั้นมาวางประกันไว้ คือ จะเป็นทองรูปพรรณหรือเงินตามจำนวนที่ตกลงกันก็ได้ การเลี้ยงดูแขกจะแยกกันเลี้ยงคนละฝ่ายหรือจะเลี้ยงรวมกันก็ได้หรือให้ฝ่ายใดเลี้ยงแต่เพียงฝ่ายเดียวก็ได้ วันแต่งงานตามที่นิยมกันก็คือวันใดวันหนึ่งในเดือนคู่ข้างขึ้นคือ วันที่ ๒๔ และ ๖ เดือนยี่ ๔๖ และ ๑๒ เว้นแต่เดือนในระหว่างเข้าพรรษา คือ เดือน ๘-๑๑ ไม่มีธรรมเนียมแต่งงานกัน

         เมื่อได้ฤกษ์กำหนดนัดตามที่ตกลงในเรื่องสินสอดทองหมั้นซึ่งเรียกว่า "ค่าดอง" แล้ว ก็กำหนดวันแต่งงานกันเลยทีเดียว แต่ถ้าตกลงในเรื่องสินสอดกันไม่ได้ก็จะต้องเพียรต่อรองกันอีก ในรายที่ตกลงกันเรียบร้อยแล้วก็จะมีการหมั้นหรือไม่ต้องหมั้นก็ได้ นั่นคือในระหว่างที่รอพิธีการแต่งงานฝ่ายหญิงก็จะเตรียมเครื่องที่นอนหมอนมุ้งและเครื่องไหว้ผู้ใหญ่ให้พร้อมเพรียง ส่วนฝ่ายชายก็จะต้องเตรียมเงินทองเอาไว้ระยะนี้ชายจะไปมาหาสู่หญิงบ่อย ๆ ได้


บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 26780
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 16,627
ออนไลน์ ออนไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 4.0.1 Firefox 4.0.1

trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: 15 พฤษภาคม 2554, 12:40:38 am »




         พิธีแต่งงานแบบอีสาน นั้นจะต้องเริ่มก่อนวันกำหนดแต่งจริงที่บ้านหญิง โดยกำหนด "วันมื้อเต้า" เป็นวันเตรียมสิ่งของถัดไปอีกวันหนึ่งเป็น "วันมื้อโฮม" บางแห่งเรียก "มื้อสุกดิบ" วันนี้ญาติพี่น้องจะมาพร้อมกันและช่วยกันเตรียมงาน โดยในตอนเย็นมีพระสงฆ์มาทำพิธีสวดมนต์มีการฟังเทศน์ร่วมกันทั้งเจ้าบ่าวและจ้าสาวเพื่อนำหลักธรรมไปปฏิบัติในการครองเรือนกันเช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันแต่งงาน

          อนึ่งในกรณีที่มีอุปสรรคในการแต่งงานจะเกิดขึ้น เช่น ไม่มีเงินค่าสินสอดก็ดีพ่อแม่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยินยอมก็ดี หากฝ่ายหญิงรักและเป็นใจกับฝ่ายชายแล้วชายก็จะนัดแนะเข้าหาหญิงการกระทำเช่นนี้เรียกว่า "ภารซู" ตกกลางคืนเมื่อชายเข้าหาหญิงแล้วฝ่ายหญิงก็จะต้องระมัดระวังไม่ให้ฝ่ายชายหนีได้จนจวนสว่างฝ่ายหญิงก็จะต้องรีบไปบอกพ่อแม่ของตน

       เมื่อบิดามารดาของฝ่ายหญิงทราบก็จะต้องรีบไปปิดประตูขังฝ่ายชายไว้แล้วให้หาเถ้าแก่ฝ่ายชายไปตกลงพูดจากัน ถ้าฝ่ายชายตกลงมั่นเหมาะยอมรับเลี้ยงดูฝ่ายหญิงเป็นภรรยาแล้วฝ่ายหญิงก็จึงจะปล่อยให้ฝ่ายชายกลับบ้าน แล้วการสู่ขวัญวันแต่งงานจึงจะเกิดขึ้นในภายหลังพิธีแต่งงาน ถ้าเจ้าบ่าวไปอยู่บ้านเจ้าสาวเขาเรียกว่า "ดองสู้" ตรงกับภาคกลางที่เรียกว่า "วิวาห์มงคล" โดยทำพิธีแต่งงานที่บ้านหญิง ถ้าเป็น "ดองต้าน" ก็เรียกว่า "อาวหมงคล" คือฝ่ายหญิงไปอยู่กับฝ่ายชาย คือทำพิธีที่บ้านของหญิงก่อนแล้วไปทำพิธีที่บ้านของฝ่ายชายอีกครั้งหนึ่ง

       เมื่อถึงวันงานพวกญาติพี่น้องบ้านใกล้เรือนเคียงก็จะมาช่วยเหลือกันตั้งแต่เช้า พร้อมกับนำข้าวปลาอาหาร สุราสิ่งของหรือเงินทองติดไม้ติดมือไปช่วยตามแต่ฐานะของตน นอกจากจะช่วยด้วยสิ่งของแล้วพวกเขาอาจจะช่วยด้วยแรงอีกด้วย เช่น ช่วยกันตักน้ำ ทำอาหาร ทำพาขวัญจีบหมาก และมวนบุหรี่ ฯลฯ ตามถนัด

        เมื่อได้ฤกษ์พิธีแห่ตามที่อาจารย์ได้กำหนดไว้แล้วก็จัดเป็นขบวนแห่ไปยังบ้านเจ้าสาวทันที ขบวนแห่เจ้าบ่าวซึ่งเพรียบพร้อมไปด้วยพาขวัญ โดยการนำขันหมากและสินสอดไปด้วยอนึ่งพิธีแห่ของเจ้าบ่าวได้จัดเป็นขบวนแบ่งออกไว้เป็นอย่าง ๆ ดังนี้

        กลุ่มหน้าเป็นพวกดนดรีพื้นเมืองพวกร้องพวกรำสนุกสนานรื่นเริงกันเต็มที่ต่อมาเป็นเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าบ่าว ถัดไปเป็นพาขวัญ ขันหมาก เครื่องบริวารและติดตามด้วยญาติพี่น้อง เถ้าแก่ พ่อล่าม ฯลฯ ครั้นในเมื่อถึงประตูบ้านเจ้าสาว ญาติฝ่ายหญิงจะปิดประตูบ้านไม่ยอมให้เข้าไปได้ง่ายจะมีการซักถามเพื่อเอาเคล็ดเอาฤกษ์ตามธรรมเนียมพร้อมกับมีการถามว่า

- มาทำไม

       มาขอลูกสาวบ้านนี้ เขาว่าเป็นคนดีคนร่ำรวยและคนขยันทำมาหากิน ฯลฯ พวกญาติฝ่ายชายตอบไป เออช่างสมกันเหลือเกินเน้อ ญาติทางฝ่ายเจ้าสาวรีบตอบเพื่อให้สิริมงคลแก่งานด้วย และพูดต่อไปอีกว่า ขอให้รวยทั้งคู่ เงินทองไหลมาเทมา เชิญเชิญ ข้างในบ้าน ฤกษ์งามยามดีเหลือเกิน


บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 26780
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 16,627
ออนไลน์ ออนไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 4.0.1 Firefox 4.0.1

trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: 15 พฤษภาคม 2554, 12:44:44 am »




           ครั้นแล้วฝ่ายหญิงก็จะรีบเปิดประตูยอมให้ฝ่ายชายเข้าไป ในการนี้ฝ่ายชายจะต้องให้รางวัลแก่ฝ่ายหญิงด้วยมีธรรมเนียมอยู่ว่า "เจ้าบ่าวก่อนจะขึ้นเรือนต้องล้างเท้าของตนบนใบตองกล้วยตีบและบนแผ่นหินซึ่งถือเคล็ดว่าให้ฝ่ายชายมีใจหนักแน่นเหมือนแผ่นหินและให้มีความสนิทเสน่หากันเหมือนผลกล้วยตีบซึ่งชิดกันมาก" จากนั้นญาติผู้หญิงที่มีการครองเรือนดีก็จะมารับพร้อมกับจูงมือเขยขึ้นบ้านนำไปนั่งรอที่พาขวัญของตน ซึ่งตั้งเคียงคู่กับของหญิงท่ามกลางญาติมิตรสหายระหว่างนี้เถ้าแก่และพ่อแม่ก็จะนำขันหมากไปมอบให้แก่เถ้าแก่ฝ่ายหญิง เมื่อตรวจดูสินสอดว่าครบถูกต้องแล้วก็จะรีบนำเจ้าสาวมาเข้าพาขวัญเจ้าสาวจะต้องนั่งทางซ้ายของเจ้าบ่าวเสมอ

           ต่อจากนี้ก็ทำพิธีสู่ขวัญแต่งงานโดยใช้วิธีแบบ "ประเพณีสู่ขวัญ" ซึ่งได้กล่าวมาแล้วเป็นหลัก แต่ไม่มีการพายเหล้า โดยหมอสูตรหรือพราหมณ์ชาวบ้านจะกล่าวคำสวดคำขวัญอวยพรเสร็จแล้วหมอสูตรได้ป้อนไข่ คือนำไข่ต้มจากพาขวัญมาปอกแบ่งครึ่งให้เจ้าบ่าวและเจ้าสาวกินคนละครึ่งใบ โดยใช้มือขวาป้อนไข่ท้าวมือซ้ายป้อนไข่นางเสร็จแล้วก็ใช้ฝ้ายผูกข้อมือของคู่บ่าวสาวพร้อมกับอวยพร

         ด้วยพวกญาติ ๆ และแขกที่มาร่วมในงานทุกคนจะต้องผูกข้อมืออวยพรให้ทุกคน ต่อจากนี้ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวก็นำขันดอกไม้ ธูปเทียน ไปกราบไหว้พ่อแม่ญาติผู้ใหญ่ทุก ๆ ฝ่ายและพร้อมกันนี้ท่านก็จะอวยพรให้คู่สมรส จงมีความสุขความเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป

         เสร็จพิธีตอนนี้แล้วญาติฝ่ายหญิงก็จะจูงมือเจ้าบ่าวไปยังห้องที่เตรียมไว้ให้สำหรับคู่บ่าวสาวเป็นการบอกว่านับแต่คืนนี้เป็นต้นไปเจ้าบ่าวจะต้องมานอนกับเจ้าสาวที่ห้องนี้ ส่วนญาติฝ่ายชายที่เป็นผู้หญิงก็จะจูงมือเจ้าสาวไปยังอีกห้องหนึ่งเพื่อเป็นการสู่พิธีรับขวัญต่อไป

           ต่อมาอีก ๒-๓ วัน คู่สมรสจะต้องนำดอกไม้ ธูป เทียนไปไหว้ญาติพี่น้องวงศาคณาญาติชั้นผู้ใหญ่ที่เคารพนับหน้าถือตาทั้งสองฝ่าย พิธีไหว้ระยะนี้ชาวพื้นเมืองเรียกว่า "ไหว้สมา" ซึ่งพวกญาติผู้ใหญ่ก็จะให้ทรัพย์สินเงินทองและอวยพรคู่สมรสให้มีความสุขความเจริญและยั่งยืนตลอดไป

            อนึ่งคู่สมรสเมื่ออยู่นานวันเข้าถ้าเกิดทะเลาะวิวาทกันก็จะมีประเพณีอย่างหนึ่งซึ่งชาวบ้านเรียกว่า "เขิง-ขอบ" แปลว่า "ร่อนและมัด" หมายถึงการพิจารณาตัดสินโดยจะเชิญญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาพิจารณาและปรึกษากันว่า การบกพร่องในรื่องนั้น ๆ เป็นความผิดของผู้ใดเมื่อพิจารณาได้ความเป็นประการใดแล้วก็ให้ผู้อาวุโสที่สุดเป็นผู้ว่ากล่าวให้ประนีประนอมคืนดีกันตลอดจนแนะนำอุบายที่จะประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้องเข้าใจกันต่อไป เช่น ถ้าภรรยาผิดต่อสามี ผู้น้อยผิดต่อผู้ใหญ่ ก็ให้นำดอกไม้ธูปเทียนมากราบไหว้ขอโทษขอโพยและรับรองที่จะไม่ประพฤติเช่นนั้นอีกต่อไป

          ในกรณีถ้าพ่อแม่ทำผิดก็จะต้องรับที่จะแก้ไขไม่ให้ผิดซ้ำอีกบางทีก็จะมีการสู่ขวัญเลี้ยงดูเถ้าแก่พ่อแม่ก็ได้เพื่อผูกน้ำใจซึ่งกันและ กัน และถ้าปรากฏว่ายังมีการแตกร้าวกันอยู่อีกก็จะมีการพิจารณาดังนี้ทุก ๆ คราวไป ถ้าไม่อาจที่จะระงับได้ก็ให้ออกเหย้าออกเรือนหย่าขาดกันไปแล้วแต่กรณี ดังนี้ การหย่าร้างจึงเกิดขึ้นน้อยมากเว้นแต่ว่าจำเป็นจริง ๆ เพราะ "เขิง-ขอบ" กันหลายครั้งหลายหนแล้วไม่ได้ผลหรือคู่สมรสบกพร่องมีปมด้อยต่าง ๆ เช่นไม่มีลูกด้วยกันและเกียจคร้านต่อการงานเช่นนี้เป็นต้น

          อนึ่งทุกคราวที่ให้ผู้ใหญ่ทำการ เขิง-ขอบ นี้จะต้องมีดอกไม้ธูปเทียนไปขอขมาท่าน ถ้ามีการปรับไหมสู่ขวัญเลี้ยงดูก็จะฟ้องให้ท่านรู้เห็นเป็นพยานด้วยทุกครั้งไป

ขอขอบคุณข้อมูลจาก oursiam.net ขอขอบคุณรูปภาพจากอินเตอร์เน็ต


บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal