หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มงคลที่ 8 มีศิลปะ  (อ่าน 479 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ท่องเที่ยวไปทุกที่ตามที่ใจฝัน
คะแนนแทนกำลังใจ: 776
เหรียญรางวัล:
Real FanGood Perform Global Moderator
กระทู้: 755
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เมตตาธรรมค้ำจุนโลก
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 4.0.1 Firefox 4.0.1

« เมื่อ: 01 มิถุนายน 2554, 06:53:01 pm »
มงคลที่ 8 มีศิลปะ

ศิลปะคืออะไร
ศิลปะ แปลว่า การแสดงออกมาให้ปรากฏขึ้นได้อย่างดงามน่าพึงชม หมายถึง "ฉลาดทำ"
คือทำเป็นนั่นเอง พหูสูตรนั้นเป็นผู้ฉลาดรู้ เรียนรู้ในหลักวิชา รู้ว่าอะไรเป็นอะไร รู้ว่าทำอย่างไร
ส่วนศิลปะ เป็นความสามารถในทางปฏิบัติ คือสามารถนำความรู้นั้นมาใช้ให้บังเกิดผลได้

ประเภทของศิลปะ
ทางกาย คือฉลาดทำการช่างต่างๆ รวมทั้งฉลาดในการทำอาชีพอื่นๆ
ทางวาจา คือฉลาดในการพูด มีวาทศิลป์ รู้จักเลือกพูดแต่สิ่งที่ดีเป็นประโยชน์
สามารถยกใจของผู้พูดและผู้ฟังให้สูงขึ้นได้
ทางใจ คือฉลาดในการคิด มีสติสัมปชัญญะ สามารถควบความคิดให้คิด
ไปในทางที่ดี คิดในทางสร้างสรรค์ คิดในทางยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น
สรุป ศิลปะ หมายถึง คิดเป็น พูดเป็น ทำเป็น

องค์ประกอบของศิลปะ
1. ทำด้วยความประณีต
2. ทำให้สิ่งต่างๆ มีคุณค่าสูงขึ้น
3. ทำแล้วส่งเสริมให้เกิดความคิดสร้างสรรค์
4. ทำแล้วไม่ทำให้กามกำเริบ
5. ทำแล้วไม่ทำให้ความคิดพยาบาทกำเริบ
6. ทำแล้วไม่ทำให้ความคิดบิดเบียนกำเริบ

คุณสมบัติของผู้สามารถมีศิลปะ
1. ต้องมีศรัทธา
2. ต้องไม่เป็นคนขี้โรค
3. ต้องไม่เป็นคนขี้โม้ขี้คุย
4. ต้องไม่เป็นคนขี้เกียจ
5. ต้องเป็นคนมีปัญญา

วิธีฝึกตนให้มีศิลปะ
1. ฝึกตนเองให้เป็นคนช่างสังเกต รู้จักหาจุดเด่นของสิ่งรอบตัว
2. ตั้งใจทำงานทุกอย่างที่มาถึงตนให้ดีที่สุด อย่าดูถูก หรือไม่เกี่ยงงาน
3. ตั้งใจทำงานทุกอย่างด้วยความประณีต ละเอียดละออ
4. ตั้งใจปรับปรุงงานให้ดีขึ้นเสมอ
5. หมั่นใกล้ชิดกับผู้มีศิลปะอย่างแท้จริงในสายงานนั้นๆ
6. ฝึกสมาธิอยู่เสมอเพื่อให้ใจผ่องใสเกิดปัญญาที่จะฝึกและปรับปรุงตนเองให้มี
คุณสมบัติของผู้มีศิลปะได้

อานิสงส์ของการมีศิลปะ
1. ทำให้มีความสามารถเด่นกว่าคนอื่น
2. ทำให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้
3. ทำให้เป็นคนฉลาดช่างสังเกต มีไหวพริบปฏิภาณดี
4. ทำให้เป็นคนมั่งคั่งสมบูรณ์
5. ทำให้ได้รับความสุขทั้งโลกนี้และโลกหน้า
6. ทำให้โลกเจริญทางด้านวัตถุและจิตใจ
ฯลฯ


"ศิลปะแม้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็ยังประโยชน์ให้สำเร็จได้เสมอ"

จากหนังสือมงคลชีวิต ฉบับ "ทางก้าวหน้า"
บันทึกการเข้า
imza
ในพระพุทธศาสนาไม่มีคำว่าบังเอิญ  ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามกฏแห่งกรรม
ท่องเที่ยวไปทุกที่ตามที่ใจฝัน
คะแนนแทนกำลังใจ: 776
เหรียญรางวัล:
Real FanGood Perform Global Moderator
กระทู้: 755
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เมตตาธรรมค้ำจุนโลก
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 4.0.1 Firefox 4.0.1

« ตอบ #1 เมื่อ: 01 มิถุนายน 2554, 07:14:52 pm »

สาลิตตกชาดก : เรื่องของคนมีศิลปะ

ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุผู้ฆ่าหงส์รูปหนึ่ง
ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า...

   กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นอำมาตย์ในเมืองพาราณสี มีพราหมณ์ปุโรหิตผู้พูดมากคนหนึ่งประจำราชสำนัก ถ้าเขาได้พูดแล้วคนอื่นจะไม่มีโอกาสได้พูดเลย สร้างความรำคาญให้แก่ผู้คนเป็นอย่างมากแม้กระทั่งพระราชา พระองค์จึงคิดหาวิธีสกัดคำพูดของปุโรหิตนั้น

   วันหนึ่ง พระองค์เสด็จไปพระอุทยานด้วยพระราชรถ ถึงต้นไทรทอดพระเห็นพวกเด็กกลุ่มหนึ่งกำลังยืนมุงดูชายง่อยเปลี้ยผู้หนึ่ง ดีดก้อนขวดซัดใส่ใบไม้เจาะรูเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ อยู่ จึงเสด็จเข้าไปทอดพระเนตรดู ทรงคิดได้วิธีสกัดคำพูดของปุโรหิต รับสั่งให้ชายง่อยเปลี้ยเข้าเฝ้า แล้วตรัสถามว่า
   " ในราชสำนักของเรา มีคนพูดมากอยู่คนหนึ่ง เจ้าสามารถทำให้เขาหยุดพูดได้ไหม ? "

เขากราบทูลว่า
   " ถ้าได้ขี้แพะถังหนึ่ง อาจทำให้เขาหยุดพูดได้ พระเจ้าค่ะ "

   จึงรับสั่งให้นำชายง่อยเปลี้ยเข้าวังด้วย ให้เขานั่งภายในม่านเจาะรูตรงข้ามกับที่นั่งของพราหมณ์ปุโรหิตผู้พูดมากนั้น พร้อมให้วางขี้แพะแห้งไว้ใกล้ ๆชายง่อยเปลี้ยนั้น พอได้เวลาพราหมณ์ปุโรหิตเข้าเฝ้า เขาก็เริ่มกราบทูลพูดโดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้อื่น เมื่อเขาอ้าปากพูดคำไหน บุรุษง่อยเปลี้ยก็ดีดขี้แพะที่ทำเป็นก้อนเล็กๆ ผ่านม่านเข้าปากเขาทุกคำพูด พราหมณ์ปุโรหิตจึงได้กลืนกินขี้แพะโดยไม่รู้ตัว

    พระราชาทรงทราบว่าขี้แพะหมดแล้ว จึงตรัสว่า
    " ท่านอาจารย์ ท่านกลืนกินขี้แพะไปตั้งถังหนึ่งแล้ว ยังไม่รู้อีกหรือ ? ท่าน จงไปถ่ายท้องก่อนที่จะตายเสียเถิด "

   ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พราหมณ์ปุโรหิตปิดปากสนิท แม้ใครจะพูดด้วย ก็ไม่ค่อยจะพูด พระราชาทรงสบายพระทัย
แล้วรับสั่งให้พระราชทานบ้าน ๔ หลัง อยู่ในทิศทั้ง ๔ ทิศ พร้อมทรัพย์สินแก่ชายง่อยเปลี้ยนั้น

   ฝ่ายอำมาตย์ ได้เข้าเฝ้าพระราชาแล้วกราบทูลว่า
   "ธรรมดาศิลปะในโลก บัณฑิตทั้งหลาย พึงเรียน แม้เพียงดีดก้อนกวด ก็ยังช่วยให้ชายง่อยได้สมบัตินี้ " แล้วกล่าวคาถานี้ว่า

     " ขึ้นชื่อว่าศิลปะ แม้ชนิดใดชนิดหนึ่ง ก็สามารถให้สำเร็จประโยชน์ได้โดยแท้
       ขอพระองค์ทรงทอดพระเนตรบุรุษง่อย ได้บ้านทั้ง ๔ ทิศ ก็ด้วยการดีดขี้แพะ "

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : ศิลปะเป็นสิ่งจำเป็นกับชีวิต


ธรรมะไทย
บันทึกการเข้า
imza
ในพระพุทธศาสนาไม่มีคำว่าบังเอิญ  ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามกฏแห่งกรรม
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal