สำหรับท่านทียังไม่สมัครเป็นสมาชิกกับทาง Infoforthai อย่าพลาดโอกาส มีสิ่งที่ดีมีอีกมากมายรอคุณอยู่
22 พฤษภาคม 2555, 06:17:30 pm
หน้าแรก
เว็บบอร์ด
ช่วยเหลือ
ค้นหา
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
You are here:
INfo foR tHai--> คลังความรู้คู่คนไทย
หมวดรวมใจชาวไทย
มุมศาสนา
มงคลชีวิต
(ผู้ดูแล:
เทพสายลม
)มงคลที่ 5 มีบุญวาสนามาก่อน
← หน้าที่แล้ว
¦
มงคลชีวิต
¦
ต่อไป →
หน้า: [
1
]
ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: มงคลที่ 5 มีบุญวาสนามาก่อน (อ่าน 452 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เทพสายลม
ท่องเที่ยวไปทุกที่ตามที่ใจฝัน
คะแนนแทนกำลังใจ: 776
เหรียญรางวัล:
กระทู้: 755
ออฟไลน์
เมตตาธรรมค้ำจุนโลก
OS:
Windows XP
Browser:
Firefox 4.0.1
มงคลที่ 5 มีบุญวาสนามาก่อน
«
เมื่อ:
02 มิถุนายน 2554, 10:31:51 pm »
มงคลที่ 5 มีบุญวาสนามาก่อน
บุญคืออะไร
บุญ
คือสิ่งที่เกิดขึ้นในจิตใจแล้วทำให้จิตใจใสสะอาด ปราศจากความเศร้าหมองขุ่นมัว
ก้าวขึ้นสู่ภูมิที่ดี เกิดขึ้นจากการที่ใจสงบทำให้เลือก คิดเฉพาะสิ่งที่ดี ที่ถูก ที่ควร
ที่เป็นประโยชน์ แล้วพูดดี ทำดี ตามที่คิดนั้น
คนทั่วไปแม้จะมองไม่เห็น
"บุญ"
แต่ก็สามารถรู้อาการของบุญ
หรือผลของบุญได้ คือเมื่อเกิดขึ้นแล้วทำให้จิตใจชุ่มชื่นเป็นสุข
เปรียบได้กับ
"ไฟฟ้า"
ซึ่งเรามองไม่เห็นตัวไฟฟ้าโดยตรง
แต่เราสามารถรับรู้อาการของไฟฟ้าได้
คุณสมบัติของบุญ
1. ชำระกาย วาจา ใจ ให้สะอาดได้
2. นำความสุขความเจริญก้าวหน้ามาให้
3. ติดตามตนไปทุกฝีก้าว แม้ไปเกิดข้ามภพข้ามชาติ
4. เป็นเฉพาะของตน ใครทำใครได้ โจรลักขโมยไม่ได้
5. นำมาซึ่งโภคทรัพย์สมบัติทั้งหลาย
6. ให้มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติ แก่เราได้
7. เป็นเกราะป้องกันภัยในวัฏสงสาร
8. เป็นปัจจัยให้บรรลุมรรคผลนิพพาน
ประเภทของบุญในกาลก่อน
1. บุญช่วงไกล
คือคุณความดีที่เราทำจากภพชาติก่อน มาจนถึงวันคลอดจากครรภ์มารดา
2. บุญช่วงใกล้
คือคุณความดีที่เราทำในภพชาติปัจจุบันตั้งแต่เกิดจนถึงวันนี้
ผลของบุญ
1. ระดับจิตใจ
เป็นบุญที่เกิดผลทันที คือทำความดีปุ๊บก็เกิดปั๊บ ไม่ต้องรอชาติหน้า
เกิดขึ้นเองในใจเรา ทำให้
- สุขภาพทางใจดีขึ้น
คือมีใจเยือกเย็น ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวต่อคำยกยอ หรือตำหนิติเตืยน
มีใจที่ปลอดโปร่ง เป็นสุข
- สมรรถภาพของใจดีขึ้น
คือเป็นใจที่สะอาดผ่องใสใช้คิดเรื่องราวต่างๆ ได้รวดเร็ว ว่องไว
กว้างไกล รอบคอบ เป็นระเบียบ และตัดสินใจได้ฉับพลันถูกต้องไม่ลังเล
2. ระดับบุคลิกภาพ
คนที่ให้ทนรักษาศีล เจริญภาวนา อย่างสม่ำเสมอ จะทำให้มีใจที่สงบ
ชุ่มชื่น เบิกบาน ชุ่มเย็น นอนหลับสบาย ไม่มีความกังวลหม่นหมอง หน้าตาผิวพรรณผ่องใส
ใจเปี่ยมไปด้วยบุญ ไม่คิดโลภอยากได้ของใคร ไม่คิดสร้างสรรค์เดือดร้อนให้ใคร มีแต่คิด
ช่วยเหลือเขา จึงมีความมั่นใจในตัวเอง มีความองอาจสง่างามอยู่ในตัว ไปถึงไหนก็สามารถ
วางตัวได้ พอเหมาะพอดี บุคลิกภาพย่อมดีขึ้นตามลำดับ
3. ระดับวิถีชีวิต
วิถีชีวิตของคนเรา เกิดจากการสรุปผลบุญและผลบาปที่เราได้ทำมาตั้งแต่
ภพชาติก่อนๆ จนถึงภพชาติปัจจุบัน เป็นผลของบุญระดับจิตใจ และระดับบุคลิกภาพรวมกัน
ชักนำให้เราได้รับสิ่งที่น่าปรารถนาตอบสนองจากภายนอก
4. ระดับสังคม
เมื่อเราทำความดีมาแล้วอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะอยู่ไปอยู่ในสังคมใด บุญก็จะส่งผลให้เป็นบุคคลที่สังคมยอมรับนับถือ ได้เป็นผู้นำของสังคม และเป็นผู้ชักนำสมาชิกในสังคมให้ทำความดีตามอย่าง ทำให้เกิดความสงบร่มเย็น และความเจริญก้าวหน้าขึ้นในสังคมนั้นๆ
ตัวอย่างผลของบุญ
ผู้ที่มีอายุยืน
เพราะในอดีตไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
ผู้ที่ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ
เพราะในอดีตไม่รังแกหรือทรมานสัตว์
ผู้ที่มีพลานามัยที่สมบูรณ์
เพราะในอดีตให้ทานด้วยข้าวปลาอาหารมามาก
ผู้ที่มีผิวพรรณงาม
เพราะในอดีตรักษาศีล และให้ทานด้วยเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มมามาก
ผู้ที่มีอำนาจมีคนเกรงใจ
เพราะในอดีตมีมุทิตาจิต ใครทำความดีก็อนุโมทนา
ไม่อิจฉาริษยาใคร
ผู้ที่ร่ำรวยบริโภคทรัพย์มาก
เพราะในอดีตให้ทานมามาก
ผู้ที่เกิดในตระกูลสูง
เพราะในอดีตบูชาบุคคลที่ควรบูชามามาก
ผู้ที่ฉลาดมีสติปัญญาดี
เพราะในอดีตคบบัณฑิต ฝึกสมาธิเจริญภาวนามามาก
และไม่ดื่มสุรายาเมา
วิธีทำบุญ
1. ทาน
คือการบรจาคทรัพย์สิ่งของแก้ผู้ที่ควรให้
2. ศีล
คือการสำรวมกาย วาจา ใจ ให้สงบเรียบร้อย
ไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนเองและผู้อื่น
3. ภาวนา
คือการสวดมนต์ ทำสมาธิ อ่านหนังสือธรรมะ ฯลฯ
4. อปจารยะ
คือมีความเคารพอ่อนน้อมต่อผู้มีคุณธรรม
5. เวยยาวัจจะ
คือการขวนขวายช่วยเหลือในกิจที่ชอบ
6. ปัตติทานะ
คือการอุทิศส่วนบุญต่อผู้อื่น
7. ปัตตานุโมทนา
คือการอนุโมทนาบุญที่ผู้อื่นทำ
8. ธัมมัสสวนะ
คือการฟังธรรม
9. ธัมมเทสนา
คือการแสดงธรรม
10. ทิฏฐชุกัมภ์
คือการปรับปรุงความคิดเห็นของตนให้ถูกต้อง
หลักปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ยึดหลักที่ว่า
1. เช้าใดยังไม่ได้ทำทาน เช้านั้นอย่าพึ่งทานข้าว
2. วันใดยังไม่ได้ตั้งใจรักษาศีล วันนั้นอย่าพึ่งออกจากบ้าน
3. คืนใดยังไม่ได้สวดมนต์เจริญสมาธิภาวนา คืนนั้นอย่าพึ่งนอน
อานิสงส์การมีบุญวาสนามาก่อน
1. ทำให้ปัจจัยต่างๆ พร้อม สามารถทำความดีใหม่ได้โดยง่าย
2. อำนวยประโยชน์ทุกอย่างดังไดกล่าวมาแล้ว
3. เป็นต้นเหตุแห่งความสุขทุกประการ
4. เป็นเสบียงติดตัวทั้งภพนี้ภพหน้า จนกว่าจะบรรลุมรรคผลนิพพาน
ฯลฯ
จากมงคลชีวิต ฉบับ "ทางก้าวหน้า"
แดงคนดี
บันทึกการเข้า
ในพระพุทธศาสนาไม่มีคำว่าบังเอิญ
ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามกฏแห่งกรรม
เทพสายลม
ท่องเที่ยวไปทุกที่ตามที่ใจฝัน
คะแนนแทนกำลังใจ: 776
เหรียญรางวัล:
กระทู้: 755
ออฟไลน์
เมตตาธรรมค้ำจุนโลก
OS:
Windows XP
Browser:
Firefox 4.0.1
Re: มงคลที่ 5 มีบุญวาสนามาก่อน
«
ตอบ #1 เมื่อ:
02 มิถุนายน 2554, 11:04:53 pm »
มาตุโปสกชาดก : พญาช้างยอดกตัญญู
ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุผู้ลี้ยงมารดารูปหนึ่ง
ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพญาช้างเผือกขาวปลอด มีรูปร่างสวยงาม มีช้าง ๘๐,๐๐๐ เชือกเป็นบริวารเลี้ยงดูมารดาตาบอดอยู่ เมื่อพาบริวารออกหากินได้อาหารอันมีรสอร่อยแล้วก็จะส่งกลับมาให้มารดากิน แต่ก็ถูกช้างเชือกที่นำอาหารมากินเสียระหว่างทาง เมื่อกลับมาทราบว่ามารดาไม่ได้อาหารก็คิดจะละจากโขลงเพื่อเลี้ยงดูมารดาเท่านั้น ครั้นถึงเวลาเที่ยงคืนก็แอบนำมารดาหนีออกจากโขลงไปอยู่ที่เชิงเขาแล้วพักมารดาไว้ที่ถ้ำแห่งหนึ่ง ส่วนตนเองออกเที่ยวหาอาหารมาเลี้ยงดูมารดา
อยู่ต่อมาวันหนึ่ง มีพรานป่าชาวเมืองพาราณสีคนหนึ่งเข้าป่ามาแล้วหลงทางออกจากป่าไม่ได้จึงนั่งร้องไห้อยู่ พญาช้างพอได้ยินเสียงคนร้องไห้ด้วยความเมตตากรุณาในเขา จึงนำเขาออกจากป่าไปส่งที่ชายแดนมนุษย์ ฝ่ายนายพรานเมื่อพบช้างที่สวยงามเช่นนั้น ก็คิดชั่วร้าย "ถ้าเรานำความกราบทูลพระราชา เราจักได้ทรัพย์มากเป็นแน่แท้" ขณะอยู่บนหลังช้างได้หักกิ่งไม้่กำหนดไว้เป็นสัญลักษณ์
ในสมัยนั้น ช้างมงคลของพระราชาได้ตายลง พระราชาจึงมีรับสั่งให้ตีกลองร้องประกาศว่าใครมีช้างที่สวยงามขอให้บอก นายพรานนั้นได้โอกาสจึงรับสั้งให้นายควญช้างพร้อมด้วยบริวารติดตามนายพรานนั้นเข้าป่านำพญาช้างนั้นมาถวาย
นายควาญช้างเมื่อพบพญาช้างแล้วก็ถูกใจ ส่วนพญาช้างขณะนั้นกำลังดื่มน้ำอยู่ในสระ เมื่อเห็นนายพรานนั้นกลับมาพร้อมผู้คนอีกจำนวนมากก็ทราบถึงภัยมาถึงตัวแล้ว จึงกำหนดสติข่มความโกรธไว้ในใจยืนนิ่งอยู่ นายควาญช้างได้นำพญาช้างเข้าไปในเมืองพาราณสี ฝ่ายช้างมารดาของพญาช้าง เมื่อไม่เห็นลูกมาจึงคร่ำครวญคิดถึงลูกว่า "ลูกเราสงสัยถูกพระราชาหรือมหาอำมาตย์จับไปแล้วหนอ เมื่อไม่มีพญาช้างอยู่ ไม้อ้อยช้าง ไม้มูกมัน ไม้ช้างน้าว หญ้างวงช้าง ข้าวฟ่าง และลูกเดือย จักเจริญงอกงาม"
ฝ่ายนายควาญช้างในระหว่างทางขณะกลับเข้าเมืองได้ส่งสาส์นไปถึงพระราชาเพื่อตบแต่งเมืองให้สวยงาม เมื่อถึงเมืองแล้วก็ประพรมน้ำหอมพญาช้าง ประดับเครื่องทรงแล้วนำไปไว้ที่โรงช้างขึ้นกราบทูลพระราชา
พระราชาทรงนำอาหารอันมีรสเลิศต่าง ๆ มาให้พญาช้างด้วยพระองค์เอง พญาช้างคิดถึงมารดาจึงไม่กินอาหารนั้น พระองค์จึงอ้อนวอนมันว่า "พญาช้างตัวประเสริฐเอ๋ย เชิญพ่อรับคำข้าวเถิดเจ้ามีภารกิจมากมายที่ต้องทำ"
พญาช้างพูดลอย ๆ ขึ้นว่า "นางช้างผู้กำพร้า ตาบอดไม่มีผู้นำทาง คงสะดุดตอไม้ล้มลงตรงภูเขาเป็นแน่"
พระราชาตรัสถามว่า "พญาช้าง… นางช้างนั้นเป็นอะไรกับท่านหรือ"
พญาช้าง "นางเป็นมารดาของข้าพระองค์เอง"
พระราชาเมื่อฟังแล้วเกิดความสลดใจมีรับสั่งให้ปล่อยพญาช้างว่า "พญาช้างนี้เลี้ยงดูมารดาตาบอดอยู่ในป่า ท่านทั้งหลายปล่อยมันกลับไปเถิด"
พญาช้างเมื่อถูกปล่อยให้อิสระพักอยู่หน่อยหนึ่งแล้วแสดงธรรมต่อพระราชาว่า "มหาราชเจ้า ขอพระองค์จงอย่าเป็นผู้ประมาทเถิด" แล้วได้กลับไปยังที่อยู่ของตน ได้นำน้ำในสระไปรดตัวมารดาที่นอนร่างกายผ่ายผอมเพราะไม่ได้อาหารมาแลัว ๗ วัน เป็นอันดับแรก
ฝ่ายช้างมารดาเมื่อถูกน้ำราดตัวเข้าใจว่าฝนตกจึงพูดขึ้นว่า "ฝนอะไรนี่ตกไม่เป็นฤดู ลูกเราไม่อยู่เสียแล้ว"
พญาช้างจึงพูดปลอบใจมารดาว่า "แม่.. เชิญลุกขึ้นเถิดลูกของแม่มาแล้ว พระราชาผู้ทรงธรรมให้ปล่อยมาแล้วละ"
นางช้างดีใจมากได้อนุโมทนาแก่พระราชาว่า "ขอให้พระองค์จงทรงพระชนม์ยิ่งยืนนาน เจริญรุ่งเรืองเถิดที่ได้ปล่อยลูกของข้าพระองค์คืนมา"
ฝ่ายพระราชาทรงเลื่อมใสในพญาช้าง จึงมีรับสั่งให้ตั้งอาหารไว้เพื่อพญาช้างและมารดาเป็นประจำ ตั้งแต่วันที่ปล่อยพญาช้างไปและรับสั่งให้สร้างรูปเหมือนพญาช้างจัดงานฉลองช้างขึ้นเป็นประจำทุกปี พญาช้างเมื่อมารดาเสียชีวิตแล้วก็ได้อยู่อุปัฏฐากคณะฤๅษี ๕๐๐ ตน จนตราบเท่าชีวิต
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า :
ความกตัญญูกตเวทีเลี้ยงดูมารดา บิดาเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ แม้พระราชาก็ทรงบูชาผู้นั้น
ธรรมะไทย
แดงคนดี
บันทึกการเข้า
ในพระพุทธศาสนาไม่มีคำว่าบังเอิญ
ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามกฏแห่งกรรม
หน้า: [
1
]
ขึ้นบน
พิมพ์
← หน้าที่แล้ว
¦
มงคลชีวิต
¦
ต่อไป →
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
หมวดรวมใจชาวไทย
-----------------------------
=> มุมศาสนา
===> พุทธประวัติ
===> พุทธสาวก
===> มงคลชีวิต
===> นิทานธรรมะ
=> เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
===> ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณกรมหลวงชุมพรฯ
=> มุมภาษาไทย
=> มุมประวัติศาสตร์
===> ชีวะประวัติบุคคลสำคัญและผลงาน
===> ศิลปะและวัฒนธรรม
===> ดนตรีไทย
-----------------------------
หมวดคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี
-----------------------------
=> มุมถาม-ตอบปัญหาคอมฯ
=> มุมTip-เทคนิคคอมฯ
=> มุมบทความไอที-เทคโนโลยี
=> กราฟฟิก Graphics
=> ฟรีแวร์ Freeware
===> หนังสือ E-book
-----------------------------
หมวดสารพันบันเทิง
-----------------------------
=> มุมกาพย์ กลอน โคลง ฉันท์
===> บทกลอนธรรมภาษิต
===> เคล็ดลับการแต่งกลอน
=> มุมคนรักการท่องเที่ยว
=> มุมเฮฮา - สาระน่ารู้
===> มุมคนรักกีฬา
===> สุขภาพที่ดี
===> มุมพยากรณ์โดยหมอจุ๋ม
===> มุมต้อนรับสมาชิก
===> แม่และเด็ก Breastfeeding
-----------------------------
หมวดแนะนำเส้นทางทำมาหากิน
-----------------------------
=> มุมซื้อขาย-ประชาสัมพันธ์
=> มุมภูมิปัญญาไทยอาชีพเสริม
=> มุมการเกษตร
=> มุมอาหารการกิน
=> มุมบ้านและสวน
-----------------------------
หมวดการใช้งานเวบไซค์
-----------------------------
=> มุมแจ้งปัญหาและการใช้งานบอร์ด
===> INfo foR tHai Music
SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal