
พระราชกรณียกิจ
ด้านการศึกษา ด้วยสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ ทรงระลึกอยู่เสมอว่า
“ การศึกษาทำให้คนเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ ” และ “ การศึกษาเป็นอนาคตของชาติ เป็นแสงสว่างของชีวิต ” จึงทรงให้การสนับสนุนในเรื่องกิจการการศึกษาของประชาชนอย่างต่อเนื่องในหลายลักษณะ ที่สำคัญคือการพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ และจากที่มีผู้ทูลเกล้า ฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศลให้นำไปสร้างโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร การให้ทุนการศึกษาผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์แก่ผู้ต้องการศึกษาเล่าเรียน และให้การอุปถัมภ์จนสำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ทรงริเริ่มโครงการสอนหนังสือให้แก่ชาวบ้านในเขตท้องถิ่นต่าง ๆ ตามชนบท โดยการสอดแทรกความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับศาสนา หน้าที่พลเมือง การสาธารณสุข การประกอบอาชีพที่เหมาะกับท้องถิ่นนั้น ๆ บางครั้งถ้ามีเวลาว่างในช่วงการเสด็จแปรพระราชฐาน ก็จะทรงทำการสอนชาวบ้านเหล่านั้นด้วยพระองค์เอง นอกจากนี้ ยังทรงพระราชทานพระราชดำริให้ชาวบ้านหาสถานที่ที่เหมาะสมในบริเวณหมู่บ้านจัดตั้งเป็น ศาลารวมใจ เพื่อใช้เป็นสถานที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน ในลักษณะของการให้การศึกษาอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
พระราชกรณียกิจที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาคือ การโดยเสด็จ ฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปในการพระราชทานปริญญาบัตรให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษา ซึ่งถือได้ว่าเป็นเกียรติยศแก่ผู้สำเร็จการศึกษา
ด้านการศาสนา สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงใฝ่พระทัยในการพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่งโดยจะเสด็จ ฯ ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทั้งเป็นการส่วนพระองค์และที่เป็นการพระราชพิธีอยู่เสมอ ๆทั้งยังพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อนำไปสร้างหรือบูรณะปฏิสังขรณ์วัดวาอาราม รวมทั้งสถานปฏิบัติธรรมต่าง ๆ โดยไม่ได้ขาด ในการนี้ทรงเสด็จ ฯ ไปนมัสการและสนทนาธรรมกับพระสงฆ์ผู้สูงสมณศักดิ์และพระนักปฏิบัติผู้มีปฏิปทาสูง ให้การสงเคราะห์พระเดชพระคุณเจ้าผู้ทรงศีลเมื่อถึงคราวอาพาธ ทรงรับเป็นพระธุระในการจัดการดูแลรักษา รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่าง ๆ
สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถทรงมีพระทัยใฝ่การศึกษาธรรมะ พร้อมกับทรงเจริญวิปัสนากรรมฐานอยู่เป็นนิจ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ รับสถาบันแม่ชีไทยเข้าไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๒๐ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
ด้านการสาธารณสุข สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพิจารณาเห็นว่า เรื่องสุขภาพอนามัยเป็นสิ่งสำคัญเพราะเป็นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตทั้งมวล หากประชาชนมีสุขภาพอนามัยที่สมบูรณ์ก็จะมีสติปัญญาเล่าเรียนประกอบสัมมาอาชีพสร้างสรรค์ความเจริญต่าง ๆ ให้บ้านเมือง ทรงเห็นว่าพลเมืองที่แข็งแรง ย่อมสามารถสร้างชาติที่มั่นคง พระราชกรณียกิจที่สำคัญในด้านการสาธารณสุข คือ ทรงรับดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย ตั้งแต่วันที่ ๒๑ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๙๙ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถในด้านสาธารณสุข แบ่งได้เป็น ๔ ประเภท คือ
๑. พระราชภารกิจด้านสภากาชาดไทย
๒. พระราชภารกิจด้านคนไข้ ในพระบรมราชานุเคราะห์
๓. โครงการแพทย์และสาธารณสุขต่าง ๆ ตามพระราชดำริ
๔. การพระราชทานความช่วยเหลือ แก่โรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุขต่าง ๆ
นอกจากนี้ทรงมีพระราชดำริ และมีพระราชานุเคราะห์ด้านการสาธารณสุขแก่ราษฎรอีกหลายโครงการ เช่น โครงการแพทย์หลวง โครงการหน่วยแพทย์พระราชทาน โครงการทันฑกรรมพระราชทาน โครงการแพทย์พิเศษตามพระราชประสงค์ โครงการศัลยแพทย์อาสา โครงการแพทย์หู คอ จมูก โครงการหมอหมู่บ้าน ฯลฯ
ด้านการสังคมสงเคราะห์
สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพิจารณาเห็นว่าการพัฒนาคนเป็นสิ่งสำคัญเท่ากับการพัฒนาชาติ ถ้าไม่พยายามพัฒนาคนให้อยู่ในสภาพที่อยู่ดีกินดี มีการศึกษาและอาชีพคนก็ไม่สามารถพัฒนาชาติให้เจริญได้การพัฒนาคนจึงเท่ากับการพัฒนาชาติ
ในการนี้ทุกครั้งที่โดยเสด็จ ฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จแปรพระราชสถานไปตามท้องถิ่นทุรกันดาร สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ จะทรงดูแลในเรื่องปัญหาความเป็นอยู่ทั่วไปและความป่วยไข้ของราษฎรที่สำคัญ คือทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้จัดทำโครงการอาชีพเสริมแก่ราษฎร เหล่านั้น เพื่อให้เกิดรายได้เสริมที่นอกเหนือไปจากการทำเกษตรซึ่งเป็นอาชีพหลัก
โครงการดังกล่าวนี้ นอกจากจะทำให้ราษฎรมีรายได้เพิ่มขึ้นแล้วยังส่งผลให้ราษฎรไม่ต้องละทิ้งถิ่นฐานเข้าไปรับจ้างทำงานในเมืองใหญ่ และจากโครงการอาชีพเสริม ต่อมาได้พัฒนามาเป็นโครงการศิลปาชีพพิเศษโดยก่อตั้งเป็นมูลนิธิและพระราชทานชื่อว่ามูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ซึ่งเป็นที่รู้จักของนานาประเทศอย่างกว้างขวาง โครงการศิลปาชีพดังกล่าวนั้ได้สร้างรายได้ให้แก่สมาชิกในโครงการมากกว่า ๒๐,๐๐๐ คน อีกทั้งทรงปฏิบัติพระองค์เป็นแบบอย่างในการใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ผลิตได้จากมูลนิธิ ฯ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนชาวไทยในการใช้สินค้า และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากฝีมือของคนไทย
ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถทรงมีความห่วงใยต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างยิ่งเพราะจากการเสด็จแปรพระราชสถานไปในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย
ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติซึ่งมีผลต่อระบบนิเวศวิทยาโดยเฉพาะการตัดทำลายป่าไม้ในแหล่งต้นน้ำลำธาร จนทำให้เกิดความแห้งแล้งการเกิดอุทกภัย จึงทรงจัดให้มีโครงการที่หลากหลาย เพื่อพลิกฟื้นผืนป่าให้กับคืนมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งโดยมุ่งพัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ของคน ให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและรู้จักการบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าโครงการที่สำคัญ ๆ คือ
- โครงการป่ารักน้ำ
- โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่
- โครงการสวนป่าสิริกิติ์
- โครงการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าและเพาะขยายพันธุ์สัตว์หายากที่ใกล้จะสูญพันธ์
- โครงการสวนสัตว์ธรรมชาติหรือสวนสัตว์เปิด
- โครงการสวนนกและวังปลา
ด้านการอนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรมไทย
สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นผู้นำในการเผยแพร่เชิดชูงานศิลปวัฒนธรรมของไทยให้เป็นที่นิยมแพร่หลายในหมู่ประชาชนชาวไทย รวมทั้งให้เป็นที่ประจักษ์ในความประณีตสวยงามแก่ชาวต่างประเทศทั่วโลกทรงเป็นผู้นำด้านวัฒนธรรมการแต่งกาย โดยทรงสนับสนุนให้มีการแต่งกายแบบไทยทรงมีพระราชดำริให้มีการแต่งกายที่เรียกว่า
“ ชุดประจำชาติ ” ทรงฟื้นฟูให้มีการแต่งกายของสตรีตามแบบอย่างของสตรีไทยสมัยโบราณ โดยกำหนดชื่อชุดไทย ให้สอดคล้องกับโอกาสในการใช้เครื่องแต่งกายชุดไทยต่าง ๆคือ
ชุดไทยเรือนต้น ชุดไทยจิตรลดา ชุดไทยศิวาลัย ชุดไทยดุสิต ชุดไทยจักรพรรดิ์ นอกจากนี้สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถยังทรงออกแบบเสื้อประจำชาติสำหรับให้สุภาพบุรุษชาวไทยสวมใส่ที่เรียกว่า
“ เสื้อพระราชทาน ” หรือ “ ชุดพระราชทาน ” ชุดประจำชาติ ตามแนวพระราชดำริดังกล่าวได้สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรม ประเพณีไทย ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมไปถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของชาติไทย ได้อย่างเป็นที่น่าภาคภูมิ
[
พระเกียรติคุณก้องฟ้า
จากการที่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงอุทิศพระองค์ปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องมากกว่า ๔๐ ปีจนเป็นที่ประจักษ์แก่พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างชาติในนานาประเทศต่างพากันสดุดียกย่องด้วยการทูลเกล้า ฯ ถวายรางวัลประกาศพระเกียรติคุณ รวมทั้งการขอพระราชทานพระนามไปใช้เพื่อเป็นการสดุดีเฉลิมพระเกียรติในโอกาสต่าง ๆ มากมาย อาทิ
- สหพันธ์พิทักษ์เด็ก ( Save the Children Federation ) แห่งนครนิวยอร์ก ประเทศ
สหรัฐอเมริกา ขอพระราชทานวโรกาสทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญสดุดี “ First Distinguished Service Award ” เนื่องในโอกาสครบรอบ ๕๐ ปีของสหพันธ์ฯ ซึ่งนับเป็นรางวัลเกียรติคุณรางวัลแรกของสหพันธ์ฯ เป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในฐานะที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ พระราชทานความช่วยเหลือแก่ผู้อพยพชาวอินโดจีน
- บริษัทแบล็คแอนด์ ฟลอรี่ จากประเทศอังกฤษขอพระราชทานพระนามาภิไธยสิริกิติ์ ไปเป็นชื่อกล้วยไม้ที่ผสมพันธุ์ ขึ้นมาใหม่ ชื่อว่า แคทลียา ควีน สิริกิติ์
- มหาวิทยาลัยเซ็นโต้ เอส โคลา แห่งฟิลิปปินส์ ทูลเกล้า ฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิติมศักดิ์ สาขามนุษยธรรม
- องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ( FAO ) ได้ทูลเกล้า ฯ ถวายเหรียญ เซเรส (CERES) เพื่อสดุดีที่พระองค์ท่านทุ่มเทชีวิตให้แก่งานเกษตรกร โภชนาการ สังคมสงเคราะห์
- องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ( UNESCO ) ทูลเกล้า ฯ ถวายเหรียญทองโบโรพุทโธ ในฐานะที่ทรงสนับสนุนให้มีการฟื้นฟูอนุรักษ์และสืบสานงานทางด้านศิลปกรรมของไทยให้คงอยู่ต่อไป
- โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ ทูลเกล้า ฯ ถวายเหรียญทองเกียรติยศด้าน
ที่มา...blog.spu.ac.th