หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: โลหะ ผสมในเครื่องประดับ  (อ่าน 438 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 26887
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 16,637
ออนไลน์ ออนไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: 14 พฤษภาคม 2553, 02:10:25 am »




                    ตะกั่วเป็นโลหะหนักสีเงิน เทา มีคุณสมบัติอ่อนตัว จุดหลอมเหลวต่ำ สามารถดัดเป็นรูปร่างต่างๆ ได้ ทำให้ถูกนำมาใช้ประโยชน์มากมายและมีการนำโลหะตะกั่วมาผสมกับโลหะอื่นๆ เพื่อเพิ่มคุณสมบัติในการทำเครื่องประดับเทียม เช่น เครื่องประดับทองเหลือง เครื่องประดับที่มีการเคลือบสีลงยา และเครื่องประดับพลาสติก

                     ซึ่งท่านทราบกันหรือไม่ว่า สารตะกั่วสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายวิธี ทั้งทางเดินอาหารและทางเดินหายใจ ร่างกายจะสามารถดูดซึมสารตะกั่วจากทางเดินอาหารได้ 11% ในผู้ใหญ่ แต่สำหรับเด็กจะดูดซึมได้ถึง 30-75% จะเห็นได้ว่า หากมีสารตะกั่วในอาหาร ทางเดินอาหารของเด็กจะดูดซึมได้ดีมาก เด็กที่ขาดสารอาหาร เช่น ขาดธาตุเหล็ก ธาตุแคลเซียม จะเพิ่มการดูดซึมสารตะกั่ว ส่วนทางเดินหายใจ ร่างกายจะสามารถดูดซึมได้ 50% ทางผิวหนังจะดูดซึมสารตะกั่วได้เล็กน้อย แต่ก็ยังเป็นอันตรายอยู่ดี ดังนั้นจึงได้มีข้อกำหนดให้มีปริมาณโลหะตะกั่วในเครื่องประดับเป็นไปตาม หน่วยงานของ US Consumer Product Safety Commission's (CPSC) Enforcement Standard (2005A) โดยสามารถให้มีปริมาณ ตะกั่วในเครื่องประดับได้ไม่เกิน 600 ppm หรือ 0.06% ถ้ามากกว่าที่กำหนด ถือได้ว่าเป็นอันตรายกับผู้ที่สวมใส่ และอันตรายจากโลหะตะกั่วมีดังนี้

                  -      สารตะกั่วจะมีผลเสียต่อสมองและ การติดต่อของเซลล์ประสาท โดยสารตะกั่วจะไปจับกับเซลล์แทนที่แคลเซียม พบว่าหากมีสารตะกั่วในเลือดเพิ่มขึ้นทุก 10 mcg/dLจะทำให้ IQ ลดลง

                  -     ผลต่อเม็ดเลือดแดง จะทำให้เม็ดเลือดแดงแตกง่าย เป็นโรคโลหิตจาง และมีผลต่อการทำงานของไต

                  -     ผลต่อการตั้งครรภ์และทารก สารตะกั่วสามารถก่อปัญหาให้แก่ทารกในครรภ์ หากมีสารตะกั่วเป็นปริมาณมากอาจจะทำให้เกิดการแท้ง คลอดก่อนกำหนด เด็กที่เกิดมาจะมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติ การทำงานของสมองจะพัฒนาช้า ปัญญาอ่อน ชัก

                 ในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดอัญมณีและเครื่องประดับ ที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในโลก ได้ให้ความสำคัญกับสารตะกั่วที่มีในเครื่องประดับ โดยได้ออกข้อกำหนดมาตรฐานในเครื่องประดับจะต้องมีค่าปริมาณตะกั่วได้ไม่เกิน 600 ppm หรือ 0.06% ซึ่งค่านี้จะวิเคราะห์ได้ด้วยการนำเครื่องประดับไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการ แน่นอนที่สุด การส่งออกเครื่องประดับไปนานาประเทศจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจวิเคราะห์ ปริมาณตะกั่ว เพื่อควบคุมคุณภาพสินค้าให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน อันจะช่วยยกระดับมาตรฐานสินค้าเครื่องประดับไทย และสร้างความมั่นใจให้กับคู่ค้า อีกทั้งยังป้องกันการถูกยกเลิกการสั่งซื้อสินค้า ที่อาจเกิดตามมาจากการตรวจพบปริมาณตะกั่วเกินข้อกำหนดในเครื่องประดับ

                ห้องปฏิบัติการตรวจสอบวิเคราะห์โลหะมีค่าของสถาบัน ได้เปิดให้บริการในการตรวจวิเคราะห์ปริมาณตะกั่วในเครื่องประดับ ซึ่งจะช่วยท่านสามารถควบคุมคุณภาพสินค้า และมีความมั่นใจว่าเครื่องประดับที่ท่านส่งออกนั้น มีปริมาณของสารตะกั่วเป็นไปตามข้อกำหนดมาตรฐาน


บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
คะแนนแทนกำลังใจ: 2
กระทู้: 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 3.6.25 Firefox 3.6.25

เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 28 มกราคม 2555, 04:57:50 pm »
น่าสนใจดีนะค่ะ  ^^
บันทึกการเข้า
imza
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal