You are here: INfo foR tHai--> คลังความรู้คู่คนไทยหมวดรวมใจชาวไทยมุมประวัติศาสตร์ (ผู้ดูแล: จมื่นไวยวรนารถ) ราชินีเท้าดอกบัวทอง(บนความทรมาน)ของผู้หญิงจีน
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ราชินีเท้าดอกบัวทอง(บนความทรมาน)ของผู้หญิงจีน  (อ่าน 647 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 26890
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 16,638
ออนไลน์ ออนไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 9.0a2 Firefox 9.0a2

trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: 09 พฤศจิกายน 2554, 09:20:18 pm »

ประเพณีการรัดเท้า

            กล่าวกันว่า ผู้หญิงจีนที่มีอายุตั้งแต่ 80 ปีขึ้นไป 38 % ของผู้หญิงกลุ่มนี้จะมีขนาดเท้าไม่เกิน 3 นิ้ว ซึ่งเป็นความเชื่อของหญิงจีนสมัยก่อนว่า ผู้หญิงสวยต้องมีเท้าเล็ก หรือที่เรียกกันว่า "เท้าดอกบัวทอง"
เด็กหญิงในสมัยนั้น ที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป จะเริ่มถูกมัดเท้า โดยแม่ของตน เพราะเชื่อกันว่า สตรีที่มีเท้างาม จะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี มีชายที่ร่ำรวยมาสู่ขอเป็นศรีภรรยา หรือไม่ก็เป็นนางบำเรอของคหบดีที่ร่ำรวย หากว่าเด็กหญิงเหล่านั้นไม่ยอมรัดเท้าตามที่พ่อ แม่ ต้องการ ก็จะถูกเฆี่ยนตี ดุด่า อย่างทารุณ

ทำไมต้องเป็น ดอกบัวทองคำ 3 นิ้ว



          ผู้เชี่ยวชาญหลายคนแสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า หลังจากที่พุทธศาสนาเริ่มเข้าสู่ประเทศจีนและเป็นที่ยอมรับนับถืออย่างแพร่หลาย กรปอกับอิทธิพลของพุทธศิลปะที่นิยมวาดรูปพระโพธิสัตว์ภาคเจ้าแม่กวนอิมยืนบนดอกบัว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนความดีงาม สะอาด บริสุทธิ์ มีคุณค่า และเป็นมงคล ดอกบัว จึงถูกนำมาใช้เรียกเท้าเล็กจิ๋วของหญิงสาวราวกับเป็นสิ่งดีงาม เพราะผู้หญิงที่ดีต้องอ่อนแอ ช่วยเหลือตัวเอง ต้องพึ่งพาและเชื่อฟังของพ่อ สามีหรือลูกชาย เป็นกรอบความคิดที่สังคมผู้ชายเป็นใหญ่วาง กับดักไว้

         นอกจากนี้ สิ่งที่มีค่าสูงส่งมักจะได้รับการเปรียบเปรยว่ามีค่าดุจดั่งทอง ในยุคสมัยนั้น ผู้คนต่างชื่นชมยินดีกับการมีเท้าเล็กจิ๋วกับรองเท้าดอกบัวทองคำคู่จิ๋ว แม้แต่ในยามที่เสพสังวาสกัน สตรีก็ไม่ยอมถอดรองเท้าดอกบัวทองคำที่หวงแหนราวกับเป็นเครื่องประดับล้ำค่าของนาง

        ในปลายสมัยชิง ทุกปีในวันที่ 6 เดือน 6 ตามปฏิทินจันทรคติ ที่เมืองต้าถง มณฑลซันซี จะมี งานประกวดเท้าสวย โดยหญิงสาวจะแข่งกันอวดเท้าเล็กจิ๋วของตนให้คนที่เดินผ่านไปมา ชื่นชม และตัดสิน โดยดูจากขนาดของเท้าและความสวยงามของรองเท้า ที่มีลวดลายประณีตงดงาม ซึ่งเกิดจากฝีมือการเย็บปักถักร้อยของหญิงสาว แสดงให้เห็นว่าเท้าที่ถูกรัดจนพิกลพิการกับรองท้าคู่จิ๋ว ได้รับการเทิดทูนเพียงใดในสังคมศักดินายุคนั้น

         ผู้หญิงสมัยนั้นบ้าคลั่งประเพณีการรัดเท้ามากถึงขั้นตั้งเกณฑ์ว่า หากเท้าผู้ใดยาวไม่เกิน 3 นิ้วจะเรียกว่าเป็น เท้าดอกบัวทองคำ ถ้ายาวกว่า 3 นิ้วแต่ไม่เกณฑ์ 4 นิ้วให้เรียกว่า เท้าดอกบัวเงิน หากยาวกว่า 4 นิ้วก็จะถูกลดชั้นเป็น ดอกบัวเหล็ก

          ขั้นตอน วิธีการรัดเท้านั้น แสนจะเจ็บปวดและทรมาณสำหรับเด็กหญิงวัยเพียง 5ขวบ โดยจะใช้ผ้าแถบยาวรัดนิ้วเท้าทั้งหมด ยกเว้นนิ้วหัวแม่โป้ง ก่อนที่จะรัดเท้า นิ้วเท้าเหล่านี้จะต้องถูกหักให้เสียรูปเสียก่อน โดยการพับนิ้วเท้าทั้ง 4 ให้ไปรวมกันที่ฝ่าเท้า บางรายต้องการให้การรัดเท้าเป็นไปอย่างรวดเร็ว ก็จะบังคับให้เด็กตัวน้อยๆเหล่านี้ ไปเดินย่ำบนก้อนหิน ซึ่งเป็นเสมือนเครื่องบดกระดูกเท้าอย่างดี

กว่ารูปเท้าจะได้รูปทรงที่ต้องการ กระดูกเท้าของเด็กหญิงที่น่าสงสารเหล่านี้หักจนนับไม่ถ้วนครั้ง

          บางรายต้องตัดนิ้วเท้าทิ้ง เนื่องจาก แผลเป็นหนอง ติดเชื้ออักเสบเรื้อรัง บางรายก็ต้องช็อคตาย อันเนื่องมาจากความเจ็บปวดทุกๆวัน จะมีการทำความสะอาดแผล และเปลี่ยนผ้า กลิ่นของเลือด น้ำหนอง นั้น กล่าวกันว่า มีคนเอาไปเขียนเป็นบทกวี บรรยายถึงความหอม(แบบประหลาดๆ)ของมัน ชายจีนสมัยนั้น มักชอบเอามือมาลูบคลำ จับเล่น เท้าจิ๋วๆแบบนี้ บางรายก็เอาไปจูบบ้าง เชยแก้มบ้าง หนักกว่านั้น ก็เทเหล้าใส่รองเท้าแล้วเอามาดื่มกินก็มี

 
บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 26890
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 16,638
ออนไลน์ ออนไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 9.0a2 Firefox 9.0a2

trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: 09 พฤศจิกายน 2554, 09:24:45 pm »

เพิ่มเติม

เอากระเบื้องบาดให้เหากัด เบื้องหลังรอยยิ้มคือคราบน้ำตา


        เหอจื้อหัวอธิบายว่า ในสมัยนั้น เด็กผู้หญิงเมื่อถึงช่วงอายุหนึ่ง ก็จำเป็นต้องรัดเท้า ถ้าไม่รัด เมื่อโตขึ้นก็จะไม่มีคนขอแต่งงาน เท้ารัดได้สวยหรือไม่ ส่งผลต่อชีวิตทั้งชีวิตของผู้หญิงทีเดียว

        ก่อนทำการรัดเท้า จะต้องเตรียมอุปกรณ์ต่างๆไว้ให้พร้อมก่อน ซึ่งก็จะประกอบไปด้วยผ้ารัดเท้า นุ่น อ่างน้ำ น้ำอุ่น กรรไกร สารส้ม

        ขั้นแรก หญิงสาวต้องล้างเท้าให้สะอาดก่อน นำสารส้มมาถู หลังจากนั้นจึงพันเท้าด้วยผ้าเป็นชั้นๆจากส้นเท้าไล่มาจนถึงนิ้วเท้า โดยหักนิ้วเท้าทั้งสี่ให้ติดชิดกับฝ่าเท้าด้านใน แล้วพันจนแน่น ผ้าที่ใช้รัดเท้าปกติกว้างประมาณ 3 นิ้ว - 3.5 นิ้ว แคบสุดไม่ต่ำกว่า 2.5 นิ้ว และยาว 7 10 ฟุต

        เหอจื้อหัว พูดไปพลางหัวเราะไปพลางว่า คำพังเพยประโยคหนึ่งของคนเทียนจินบอกว่า ผ้าพันเท้าของคุณยายทั้งยาวทั้งเหม็น ก็แสดงว่าผ้ารัดเท้านั้นยาวมาก และในเวลานั้น เพื่อให้เท้าเล็กอย่างที่ต้องการ ตามปกติสิบกว่าวันถึงจะแกะผ้าล้างเท้าสักครั้ง

        โดยทั่วไป เด็กผู้หญิงจะถูกบังคับให้รัดเท้าเมื่ออายุ 4-5 ขวบ อย่างช้าก็ 8 ขวบ ก่อนที่จะทำการรัดต้องมีการดูฤกษ์ดูยามกันก่อน ผู้ที่ทำหน้าที่รัดเท้าคือ แม่ ย่า หรือผู้ที่มีอาชีพรัดเท้าโดยเฉพาะ แม้ว่าแม่จะทำได้ แต่โดยมากเธอจะทำไม่ลง เพราะทนเห็นลูกเจ็บปวดทรมานไม่ไหว

       ผ้าที่รัดเท้าตั้งแต่กระดูกยังไม่เติบโตเต็มที่ จะขัดขวางการเจริญเติบโตของกระดูกและนิ้วเท้า นานวันเข้า ฝ่าเท้าก็จะยุบตัวเข้า หลังเท้าก็โก่งงุ้ม ปลายนิ้วทั้งสี่ก็หักงอเข้าไปทางส้นเท้า มีเพียงหัวนิ้วโป้งที่ห้อยต่องแต่งอยู่


ที่มา www.oknation.net

บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 26890
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 16,638
ออนไลน์ ออนไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 9.0a2 Firefox 9.0a2

trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: 09 พฤศจิกายน 2554, 09:26:56 pm »

          การห้ามผู้หญิงมัดเท้าเป็นผลพวงครั้งใหญ่จากการปฏิวัติซินไฮ่แต่อันที่จริงเมื่อศึกษาดูจากประวัติศาสตร์ จะเห็นได้ว่าการพันเท้าไม่ใช่ประเพณีดั้งเดิมที่ปฏิบัติต่อกันมาของสาวจีน จากการขุดค้นพบศพหญิงสาวสมัยฮั่น ที่หม่าหวางตุยและซากศพแห้งของหญิงสาวที่ซินเกียง ล้วนเป็นซากศพที่มีเท้าใหญ่ไม่ได้มีร่องรอยของการมัด หรือพันเท้าแต่อย่างใด เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ประเพณีการมัดเท้าแท้จริงแล้ว เริ่มมีมาแต่สมัยใด?

         หลังจากสมัยราชวงศ์ถังประเทศจีนได้เกิดช่วงเวลาแห่งการแตกแยกครั้งใหญ่ขึ้นช่วงหนึ่งในบันทึกประวัติศาสตร์ เรียกช่วงเวลานี้ว่า "5ราชวงศ์ 10อาณาจักร"

           ในช่วงเวลานั้น ราชวงศ์ถังใต้ มีกษัตริย์องค์หนึ่ง ทรงพระนามว่า หลี่โฮ่วจู่มีนิสัยชอบอ่านหนังสือ มีฝีมือด้านอักษรศาสตร์ และจิตรกรรมแต่กลับขาดความสามารถด้านการปกครองประเทศ พระองค์ทรงมีพระสนมนางหนึ่งเต้นรำอ่อนช้อยงดงาม ใช้ผ้าพันเท้า เท้านางเล็กโค้งงอดั่งพระจันทร์เสี้ยวนางสวมถุงเท้าขาว เต้นระบำอยู่บนดอกบัวที่ทำด้วยทองสูง 6 ฟุตลอยละล่องดุจเทพธิดา

นางได้รับความรักใคร่เอ็นดูจากโฮ่วจู่เป็นอย่างมาก

คนสมัยต่อมาใช้คำ "จินเหลียน (ดอกบัวทอง)" มาบรรยายเท้าเล็กของหญิงสาว

            จากนั้นเป็นต้นมา กระแสนิยมมัดเท้าภายใต้การริเร่มของนักปกครองในสมัยศักดินาก็ได้สืบทอดต่อๆกันมา ยุคแล้วยุคเล่า นับวันกระแสความนิยมนี้ก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้น
จนกระทั่งส่วผู้มีเท้าใหญ่แทบไม่มีโอกาสได้แต่งงาน หญิงสาวชาวจีนถูกกระทำอย่างทารุณเช่นนี้นับเป็นเวลาถึงพันกว่าปี

           จนกระทั่งปัจจุบัน พวกเราสามารถเห็นบรรดาหญิงสาวสูงอายุที่มีเท้าเล็กเดินเหินด้วยความยากลำบาก ตามถนนหนทาง หรือตามตรอกซอกซอยได้โดยบังเอิญ

            หญิงสาวเหล่านี้คือหลักฐานที่ยังมีชีวิตหลงเหลืออยู่ เพื่อแสดงให้เห็นถึงชะตากรรมของสตรีเพศ ภายใต้การปกครองในระบอบศักดินา

บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 26890
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 16,638
ออนไลน์ ออนไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 9.0a2 Firefox 9.0a2

trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: 09 พฤศจิกายน 2554, 09:31:35 pm »


"แฟชั่นรองเท้าดอกบัวทองคำ"

ข้อมูลเพิ่มเติมจากเรื่องประเพณีการรัดเท้า

         ชีวิตคนเมืองจีน / คนสมัยนี้คงจะจินตนาการไม่ออกแน่ว่าเมื่อประมาณ 1,000ปีที่แล้ว สังคมจีนมีประเพณีที่พิลึกพิลั่นในการประเมินความงามของหญิงสาวโดยใช้ขนาดของเท้าเป็นเกณฑ์ หมายความว่าหญิงสาวที่เท้ายิ่งเล็กก็ยิ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นคนสวยและยิ่งเป็นที่สนใจของเพศตรงข้ามมากขึ้นเท่านั้น

           ชาวจีนในยุคนี้กล่าวกันว่าสิ่งที่สร้างความอับอายขายหน้าให้แก่ชาวจีนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 5,000 ปี นอกเหนือจากนิสัยติดฝิ่นการไว้ผมเปียของผู้ชายชาวฮั่นเพราะถูกชนชั้นปกครองชาวแมนจูบังคับแล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือ ประเพณีการรัดเท้าเพื่อให้เท้าเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วยความเขลาของผู้หญิงเองที่คลั่งไคล้ใหลหลงไปกับการตีค่าความงามบนความเจ็บปวด ที่แลกมากับด้วยเลือดและน้ำตาของตัวเองกอปรสภาพสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่บีบบังคับให้ผู้หญิงตกเป็นเหยื่อแห่งการทารุณอย่างเลือดเย็นด้วยความยินยอมพร้อมใจจากเพศเดียวกันตลอดหลายชั่วอายุคน เบื้องหลัง?รองเท้าดอกบัวทองคำ 3 นิ้ว? ที่สวยงามนั้นคือเรื่องราวชีวิตที่สุดแสนรันทดของผู้หญิงจีนหลายล้านคน



เท้าใหญ่ไม่มีคนเอา รัดเท้าทีก็พันปี

         เหอจื้อหัว นักสะสมวัตถุโบราณที่มีชื่อเสียงของจีนหยิบรองเท้าคู่หนึ่งขนาดยังเล็กกว่าฝ่ามือขึ้นมากล่าวว่า ?การรัดเท้าก็คือการใช้ผ้าฝ้ายหรือผ้าไหมมารัดเท้าทั้งคู่ไว้จนรูปร่างเท้าตามธรรมชาต

         เปลี่ยนไปจนมีลักษณะเฉพาะรองเท้าคู่หนึ่งของผู้หญิงนั้นแลกมาด้วยเลือดและน้ำตาจากการสืบค้นของนักประวัติศาสตร์ ประเพณีการรัดเท้าของผู้หญิงจีนเกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยจักรพรรดิหลี่อี้ว์หรือหลี่โฮ่วจู่ ในยุค 5 ราชวงศ์หลังจากการสิ้นสุดของราชวงศ์ถัง คือระหว่าง ค.ศ. 923-936 ?ตามสมมติฐานที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลาย กล่าวว่านางกำนัลคนหนึ่งของจักรพรรดิหลี่อี้ว์ ชื่อ เหย่าเหนียงต้องการทำให้จักรพรรดิพอพระทัยจึงใช้ผ้าที่ทำจากแพรไหมสวยงามรัดที่เท้าจนเรียวเล็กราวพระจันทร์เสี้ยวขณะที่วาดลีลาการร่ายรำต่อหน้าพระพักตร์จักรพรรดิหลี่อี้ว์ทรงพอพระทัยการแสดงครั้งนั้นเป็นอย่างยิ่งต่อมาเหย่าเหนียงได้สั่งให้ทำรองเท้าที่ประดับประดาด้วยไข่มุกอัญมณีนานาๆชนิดอย่างสวยงาม แล้วให้นางสนมกำนัลสวมใส่หลังจากที่รัดเท้าแล้วท่วงท่าที่อ่อนช้อยบนรองเท้าคู่จิ๋ว เป็นที่พอพระทัยของจักรพรรดิยิ่งนักนับแต่นั้นมา แฟชั่นการัดเท้าในหมู่นางวังในก็เริ่มขึ้นแล้วค่อยๆขยายวงออกไปยังหมู่ลูกสาวของเหล่าขุนนางในสังคมชั้นสูงเมื่อมาถึงในสมัยหมิง ( ค.ศ. 1368 ?1644 )ความคลั่งไคล้การรัดเท้าได้แผ่กว้างไปในหมู่หญิงสาวสามัญชนทั่วประเทศ

         ในสมัยจักรพรรดิคังซี ( ค.ศ. 1662-1721 ) แห่งราชวงศ์ชิงแฟชั่นการรัดเท้าดำเนินถึงจุดสูงสุด โดยเฉพาะในมณฑลซันซี เหอเป่ย ปักกิ่งเทียนจิน ซันตง เหอหนัน ส่านซี กันซู่แต่ชนเผ่าแมนจูไม่มีประเพณีให้ลูกสาวรัดเท้าอย่างชนชาวฮั่นซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ เมื่อจักรพรรดิคังซีขึ้นครองราชบัลลังก์ได้ 3ปี ทรงมีพระราชโองการให้เลิกประเพณีดังกล่าวเสียโดยจะลงโทษพ่อแม่ของผู้ที่ฝ่าฝืน

       อย่างไรก็ตามความพยายามของจักรพรรดิแมนจูไม่ได้สร้างความหวั่นเกรงในหมู่ประชาชนเลยแม้แต่น้อยประเพณีที่ดำเนินมาหลายร้อยปียังคงฝังแน่นอยู่ในระบบคิดของคนในสังคมอย่างยากที่จะเปลี่ยนแปลงในที่สุดราชสำนักก็ต้องยกเลิกกฎข้อบังคับนี้ไป หลังจากประกาศใช้ได้เพียง 4ปี

        ยิ่งไปกว่านั้นก็คือเด็กสาวลูกหลานชาวแมนจูก็เริ่มฮิตรัดเท้าตามหญิงสาวชาวฮั่นบ้างจักรพรรดดิซุ่นจื้อ ( ค.ศ. 1644-1661) ได้มีพระราชโองการ ?ห้าม?แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเช่นเดิม จนถึงสมัยของจักรพรรดิเฉียนหลง ( ค.ศ.1736-1795) ก็ได้ทรงออกคำสั่งห้ามหลายครั้งไม่ให้รัดเท้าความคลั่งไคล้ในแฟชั่นรัดเท้าจึงค่อยลดลงไปได้บ้างแต่ก็ยังมีการลักลอบทำกันอยู่สาวๆแมนจูที่เดิมใส่รองเท้าไม้ก็สู้อุตสาห์ออกแบบรองเท้าไม้มีส้นตรงกลางแต่มีหน้าตาภายนอกเหมือนรองเท้าดอกบัวทองคำ สำหรับหญิงสาวชาวฮั่นแล้วยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ พวกคลั่งไคล้แฟชั่นรัดเท้าต่างได้ใจว่าแม้แต่จักรพรรดิก็ยังไม่สามารถขัดขวางพวกตนได้ ถึงขนาดร่ำลือกันไปว่าการรัดเท้าเป็นสัญลักษณ์แห่งการไม่ยอมศิโรราบต่อผู้ปกครองแมนจูของผู้หญิงฮั่น

เพราะเหตุใดจึงต้องรัดเท้า

         เพราะเท้าเล็กดุจดอกบัวทองคำ ยาวแค่ 3 นิ้วเป็นมาตรฐานที่สังคมจีนเมื่อร้อยหลายปีมาแล้วประกาศว่านั่นคือความสวยงามของผู้หญิง ผู้หญิงซึ่งไม่มีแม้แต่สิทธิในความเป็นมนุษย์มีสิทธิเป็นได้แค่ ?ของเล่น? ที่คอยรองรับอารมณ์ของผู้ชายการกดขี่ทางเพศเป็นเรื่องปกติของสังคม

          และเพื่อสนองความรู้สึกกระสันของผู้ชายเมื่อได้เห็นเท้าเล็กจิ๋วที่เล็ดลอดชายกระโปรงยาวมิดชิดพร้อมกับจินตนาทางเพศอันบรรเจิดทุกครั้งที่เห็นสะโพกขยับขึ้นลงในขณะเดินอันเป็นผลจากลักษณะของฝ่าเท้าที่ไม่เสมอกันเช่นเดียวกับท่าเดินของผู้หญิงสมัยนี้เวลาที่ใส่รองเท้าส้นสูงหญิงสาวนับไม่ถ้วนยอมทำร้ายเท้าที่สวยงามตามธรรมชาติของตัวเอง

          แม่ที่ " มองการณ์ไกล" ยอมทำร้ายลูกสาวที่ยังไม่ประสีประสาของตนเพราะกลัวว่าเมื่อโตขึ้นจะไม่มีผู้ชายมาสู่ขอหรืออาจถูกดูหมิ่นจากคนทั่วไปว่าเป็นผู้หญิงชั้นต่ำแม้จะรู้ซึ้งดีว่าจากนี้ไปทุกคืนวันลูกสาวตัวน้อยๆต้องเจ็บปวดทรมานเหมือนถูกเข็มหลายพันเล่มทิ่มแทงอย่างที่ตนเคยผ่านมาก็ตาม

บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 26890
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 16,638
ออนไลน์ ออนไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 9.0a2 Firefox 9.0a2

trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: 09 พฤศจิกายน 2554, 09:34:38 pm »
 

สยองสุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โชคดีที่เกิดมาเป็นหญิงไทย ไม่โดนแบบนี้

 m033 m033
บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
คะแนนแทนกำลังใจ: 4007
เหรียญรางวัล:
Global ModeratorReal FanGood PerformTop Poster
กระทู้: 1,134
ออฟไลน์ ออฟไลน์
OS:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
Browser:
Firefox 7.0.1 Firefox 7.0.1

« ตอบ #5 เมื่อ: 09 พฤศจิกายน 2554, 09:45:19 pm »
 m033 โหด
บันทึกการเข้า
imza
แอบรักเพื่อนเหมือนดูหนัง สามมิติ เห็นว่าจ่ออยู่ตรงหน้า ..แต่คว้ามาไม่ได้
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal