'ไดโนเสาร์' พันธุ์ใหม่ของโลก 'ราชสีมาซอรัส สุรนารีเอ' อายุกว่า 100 ล้านปี
'ไดโนเสาร์'พันธุ์ใหม่ของโลก 'ราชสีมาซอรัส สุรนารีเอ' อายุกว่า 100 ล้านปี พบ "ไดโนเสาร์"พันธุ์ใหม่ของโลก "ราชสีมาซอรัส สุรนารีเอ" (Ratchasimasaurus suranareoe)กรามหรือขากรรไกรล่างซ้าย อายุกว่า 100 ล้านปี อยู่ในกลุ่มของอีกัวโนดอร์ จำพวกกินพืช...
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 25 พ.ย. ที่บริเวณอุทยานหิน-แร่ ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ
อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เป็นประธานแถลงข่าวการวิจัยพบไดโนเสาร์โคราชพันธุ์ใหม่ของโลก "ราชสีมาซอรัส สุรนารีเอ" (Ratchasimasaurus suranareoe) กรามหรือขากรรไกรล่างซ้าย พร้อมด้วย รศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน จ.นครราชสีมา, ดร.โยอิชิ อะซูมา ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินฟูกูอิ, ดร.มาซาเทรุ ชิบาตะ นักวิจัยจากพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินฟูกุอิ ร่วมกันแถลงข่าว โดยนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญซากดึกดำบรรพ์จากพิพิธภัณฑ์ฟูกูอิและนักวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาร่วมกิจกรรมด้วยความสนใจ
สำหรับไดโนเสาร์ราชสีมาซอรัส สุรนารีเอ เป็นไดโนเสาร์กินพืชจำพวกอีกัวโนดอนต์ ซึ่งตามรูปศัพท์หมายถึงฟันแบบอิกัวนา ในทางไดโนเสาร์วิทยา จัดอยู่ในประเภทไดโนเสาร์ที่มีกระดูกสะโพกแบบนก พบซากในขณะขุดสระน้ำของหมู่บ้านโป่งแมลงวัน ตำบลโคกกรวด อำเภอเมือง นครราชสีมา ตั้งแต่ พ.ศ. 2550
เนื่องจากเป็นไดโนเสาร์ชนิดแรกที่คณะผู้วิจัยจากสถาบันและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ฟูกุอิ ได้ทำการวิจัย และพบว่าเป็นพันธุ์ใหม่ของโลก และได้รับการยอมรับตีพิมพ์ในวารสารด้านธรณีวิทยาของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทางทีมผู้วิจัยจึงได้ให้ชื่อสกุลว่า "ราชสีมาซอรัส" เพราะเป็นไดโนเสาร์ที่พบในจังหวัดนครราชสีมา การไม่ใช้ชื่อโคราโตซอรัส เพราะชื่อดังกล่าวมีปรากฏอยู่ก่อนแล้วในสื่อสาธารณะหรือเอกสารที่มีการเผยแพร่ แม้จะยังเป็นชื่อที่ยังไม่เป็นที่ยอมรับกันในทางวิชาการขณะนี้ ส่วนชื่อชนิด "สุรนารีเอ" ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่วีรสตรีผู้นำในอดีตที่กล้าหาญของจังหวัด นครราชสีมา หรือท่านท้าวสุรนารี
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ กล่าวว่า จากการสำรวจได้มีการพบชิ้นส่วนของซากไดโนเสาร์จำนวนมากหลายพันชิ้นที่ บ้านโป่งแมงวัน และบ้านตะพานหิน ต.โคกกรวด อ.เมือง จ.นครราชสีมา และที่สำคัญพบชิ้นส่วนฟันกรามด้านล่างซ้าย ซึ่งนักวิจัยสามารถจำแนกสกุลและชนิดของไดโนเสาร์ได้
งานวิจัยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมากับพิพิธภัณฑ์ฟูกิอิที่ทำมา 4 ปี โดยได้งบสนับสนุนจากจังหวัดฟูกูอิ จำนวน 7 ล้านบาทจนได้รับผลสำเร็จ และอีก 4ปีต่อจากนี้ไปคาดจะได้งบอีก 7 ล้านบาทในการวิจัยต่อและผลงานวิจัยได้มีการตีพิมพ์ในนิตยสาร วารสารด้านธรณีวิทยาของประเทศจีน ฉบับภาษาอังกฤษ ปี 2011 ได้กล่าวถึงการวิจัยพบไดโนเสาร์กินพืช พวกอิกัวโนดอนพันธุ์ใหม่ของโลกที่ จ.นครราชสีมา และการค้นพบครั้งนี้คณะวิจัยได้ให้เกียรติกับ จ.นครราชสีมาในฐานะเป็นแหล่งที่พบกับชื่อชนิดเพื่อเป็นเกียรติแก่จังหวัดนครราชสีมา และเป็นเกียรติแด่วีรสตรีผู้กล้าของเมืองโคราช
ทั้งนี้ ชื่อดังกล่าว ถือว่าเป็นพันธุ์ชนิดใหม่ของโลกอายุกว่า 100 ล้านปี และทางมหาวิทยาลัยฯยินดีรับมอบชื่อและผลงานวิจัยและซากดึกดำบรรพ์ที่ค้นพบ เพื่อเป็นสมบัติของพี่น้องประชาชนชาว จ.นครราชสีมา ต่อไป ถือว่าเป็นข่าวดีที่เกิดขึ้นเนื่องในวโรกาสปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7รอบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และในโอกาสที่มหาวิทยาลัยฯได้เป็นเจ้าภาพในการประชุมวิชาการโลกด้านบรรพชีวินวิทยาและลำดับชั้นหิน 2011 ที่โรงแรมสีมาธานี จ.นครราชสีมาในวันที่ 28 พ.ย.และการจัดงานมหกรรมฟอสซิล หรือฟอสซิลเฟสติวัลที่สถาบันไม้กลายเป็นหินระหว่างวันที่ 29 พ.ย.-5 ธ.ค.54 นี้
รศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน จ.นครราชสีมา กล่าวว่า นอกจากชิ้นส่วนที่พบเป็นขากรรไกรแล้วยังมีอีกหลายชิ้นจำนวนมาก เช่น
กระดูกซี่โครง, กระดูกสันหลัง, กระดูกขา และอื่นๆ อีก ซึ่งอยู่กระจัดกระจาย แต่ชิ้นนี้มีความชัดเจนมากที่สุดที่ใช้ในการจำแนกได้ในทางวิชาการ แต่ชิ้นอื่นๆ
บางทีอาจจะเป็นของพันธุ์อื่นก็ได้ ฉะนั้นไม่ได้ใช้ในการจำแนก แต่ตอนนี้ซากกระดูกที่เรารวบรวมได้จากการทำวิจัย 4 ปีที่ผ่านมีจำนวนหลายพันชิ้น ที่เราพบนี้เป็นเป็นพันธุ์ใหม่ที่อยู่ในกลุ่มของอีกัวโนดอร์ที่มีหลายสิบชนิด เราเอา 13 ชนิดที่ใกล้เคียงที่สุดมาเปรียบเทียบกับตัวนี้ ปรากฏว่าตัวนี้มีลักษณะของขากรรไกรยาวมาก และความสูงของขากรรไกรมันน้อย ฉะนั้นอัตราส่วนระหว่างความยาวกับความสูงของเรากับ 6.9 ในขณะที่ของสกุลอื่นน้อยกว่า อยู่ในช่วง 3.4-6.0
ทั้งนี้ จึงเป็นความแตกต่างที่ชัดเจนเป็นลักษณะที่ยาวและแบน แต่ก็ยังมีรายละเอียดอื่นๆ ซึ่งการค้นพบครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าแผ่นดินโคราชเคยปรากฏเป็นแผ่นดินเมื่อประมาณ 100 ล้านปีก่อน ซึ่งอยู่ในยุคไดโนเสาร์ และยุคไดโนเสาร์ตั้งแต่ 230 ล้านปีก่อนจนกระทั่งมาถึง 65 ล้านปีที่แล้ว และปรากฏว่าภาคอีสานเรามีดินหินที่อยู่ในยุคดังกล่าว ฉะนั้นเราเลยมีโอกาสเจอฟอสซิลไดโนเสาร์ ในขณะที่ภาคกลางเป็นอายุใหม่ ฉะนั้นไม่ถึง 65 ล้านปีก็จะไม่เจอไดโนเสาร์ในภาคกลางที่เป็นที่ราบลุ่มน้ำ.