
เมืองไทยเรานั้นเคยมีผู้กล่าวไว้ว่า
ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและสะท้อนให้เห็นถึงการดำรงชีวิตอยู่ของคนไทยในชนบทได้เป็นอย่างดีในที่นี้จะขอกล่าวถึงแต่ชาวภาคอีสานที่มีวัฒนธรรมการดำรงชีวิตผูกพันอยู่กับนาข้าวและหนองน้ำ ปลาหลายชนิดถูกนำมาประเป็นอาหารซึ่งต่อมาก็ได้เกิดตำรับเมนูอาหารต่างๆ
ปลาช่อนเป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง มีท่อนหัวคลายงูมีเกล็ดคลายปลาชะโดแต่ตัวเล็กกว่าเนื้อปลาช่อนมีรสหวาน ก้างน้อย รสชาติอร่อยจึงเป็นปลาที่นิยมรับประทานกันมาปัจจุบันมีราคาแพง ชาวอีสานนิยมรับประทานกันมากปัจจุบัน มีราคาแพง ชาวอีสานนิยมนำมาทำเป็นอาหารในรูปแบบต่างๆ เช่น แจ่วปลาช่อน, ห่อหมกปลาช่อน, ต้มยำปลาช่อน, เป็นต้น แต่เมนุอาหารที่ชาวอีสานหรือคนภาคอื่นๆนิยมรับประทานกันในบรรดาตำรับปลาอีกประเภทหนึ่งคือ ปลานึ่งว่ากันว่าในจำนวนปลานึ่งทั้งหลายนั้นปลาช่อนนึ่งจัดเป็นอาหารตำรับหนึ่งที่มีรสชาติอร่อยเหลือหลายที่ชาวอีสานทุกคนต้องบอกว่าแซ่บอีหลีปลาช่อนหนัก=500 กรัม1 ตัว
กะหล่ำดอก= 1 ดอก (200 กรัม)
ผักกวางตุ้ง= 3 ต้น (200 กรัม)
ถั่วฝักยาว=5 ฝัก (100 กรัม)
เกลือป่น= 1 ช้อนชา (8 กรัม)
ข่าวเหนียวนึ่ง= 2 ช้อนโต๊ะ (30 กรัม)
ตะไคร้=1 ต้น (30 กรัม)
ใบแมงลัก= 5 ใบ (5 กรัม)
ใบมะกรูด= ½ ถ้วย (15 กรัม)

1. ขอดเกล็ดปลา ผ่าหลังตั้งแต่หัวจรดหาง แผ่ออกแล่ก้างกลางเอาไส้ทิ้งล้างให้สะอาดแล้วเคล้ากับเกลือ ข้าวเหนียวนึ่ง
2. ล้างผักทั้งหมดให้สะอาดหั่นผักกวางตุ้ง กะหล่ำดอก ถั่วฝักยาว เป็นชิ้นใหญ่ วางในจานแล้ววางปลาลงบนผัก
3. ทุบตะไคร้หั่นท่อน ฉีกใบมะกรูดวางบนตัวปลาใส่ลังถึงนึ่งจนปลาสุก โรยใบแมงลัก ปิดฝายกง
4. รับประทานกับแจ่วมะเขือเทศ
สรรพคุณทางยา1. ปลาช่อน เนื้อสด รสหวาน ชอบกับธาตุทั้งปวง ทำให้เกิดเสมหะบังเกดปิตตะระงับวาตะ
2. กะหล่ำดอก รสจืดเย็นเป็นอาหารประเภทผักที่มีคุณค่าทางอาหารสูง
3. ผักกวางตุ้ง รสจืดเย็นเป็นอาหารประเภทผักที่มีคุณค่าทางอาหารสูง
4. ถั่วฝักยาว รสมันหวานมีคุณค่าทางอาหารสูง กระตุ้นการทำงานของกระเพาะลำไส้ บำรุงธาตุดิน
5. ตะไคร้ แก้ปวดท้อง ขับปัสสาวะ บำรุงธาตุ ช่วยเจริญอาหาร และขับเหงื่อ
6. ใบแมงลัก ใบสดรสหอมร้อน เป็นยาแก้หวัด แก้ปลอดลมอักเสบ แก้โรคท่องร่วงขับลม
7. มะกรูด รสปร่าหอม ช่วยดับกลิ่นคาว ขับลมในลำไส้ ขับระดูแก้จุกเสียด
8. มะเขือเทศสีดา รสเปรี้ยวเป็นอาหารประเภทผักปรุงแต่งกลิ่นรสอาหาร ที่มีคุณค่าทางอาหารสูงประกอบไปด้วยวิตามินบำรุงผิว ช่วยระบาย
9. หอมแดง รสเผ็ดร้อน แก้ไข้เพื่อเสมหะ แก้โรคในปากบำรุงธาตุ แก้ไข้หวัด
10. มะขาม รสเปรี้ยว ช่วยระบาย แก้ท้องอืด ลดความอ้วนบรรเทาอาการไอ ทำให้ชุ่มคอชื่นใจ ละลายเสมหะ
สรรพคุณตามตำรายาโบราณ หางปลาช่อนแห้ง ชนิดที่ทำปลาเค็มตากแห้ง ตัดเอาหางมาสุมหรือปิ้งไฟจนเกรียมบดผสมยา มีรสเค็มคาวและเค็มเย็น แก้เม็ดยอดในปากเด็กแก้ลิ้นเป็นฝ้าละออง ตัวร้อนนอนสะดุ้ง มือเท้าเย็น หลังร้อนแก้หอบทรางทับสำรอกได้จากตำราหมอยาไทย เภสัชกรรมแผนโบราณของหมอบุญเกิดมะระพฤกษ์ได้กล่าวว่า
ปลาช่อน เนื้อชอบกับธาตุทั้งปวง ให้บังเกิดเสมหะบังเกิดปิตตะระงับวาตะ หาง แก้เม็ดฝีตานซาง และแก้พิษทั้งปวงประโยชน์อาหาร ปลานึ่งเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง และย่อยง่ายนับว่าเป็นประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างยิ่ง นอกจากได้โปรตีนจากปลาแล้วเรายังได้เกลือแร่และวิตามินจากผักต่างๆ อีกด้วย
คุณค่าทางโภชนาการปลานึ่ง 1 ชุด ให้พลังงานต่อร่างกาย 947 กิโลแคลอรีประกอบด้วย- น้ำ= 997.69 กรัม
-โปรตีน= 125 กรัม
-ไขมัน= 26.89 กรัม
-คาร์โบไฮเดรต= 52 กรัม
-กาก= 9.146 กรัม
-ใยอาหาร= 4.035 กรัม
-แคลเซียม=453.3 มิลลิกรัม
-ฟอสฟอรัส= 1301.6 มิลลิกรัม
-เหล็ก= 58.447 มิลลิกรัม
-เรตินอล= 1.32 ไมโครกรัม
-เบต้า-แคโรทีน= 4271ไมโครกรัม
-วิตามินเอ= 4404.3 1 IU
-วิตามินบีหนึ่ง= 83.29 มิลลิกรัม
-วิตามินปีสอง= 1.8 มิลลิกรัม
-ไนอาซิน= 12.2 มิลลิกรัม
-วิตามินซี=214 มิลลิกรัม