หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ไก่แจ้...  (อ่าน 3895 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 43536
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 19,592
ออฟไลน์ ออฟไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: 20 พฤษภาคม 2553, 03:42:11 AM »




ประวัติความเป็นมาของไก่แจ้

    ไก่แจ้เป็นไก่พื้นเมือง สืบทอดสายพันธ์มาจากไก่ป่าเช่นเดียวกับไก่ประเภทอื่นๆ มีถิ่นกำเนิดอยู่ในป่าแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในเมืองไทยก็พบไก่แจ้มาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว ถือว่าเป็นไก่พื้นเมืองของประเทศไทยสายพันธุ์หนึ่ง ในแถบยุโรปและอเมริกาจะเรียกไก่แจ้ว่า "แจแปนนีสแบนตั้ม" (Japannese Bantams)เพื่อเป็นการให้เกียรติกับชาวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้พัฒนาสายพันธุ์ไก่แจ้ขึ้นมาทั้งๆที่ไก่แจ้แท้จริงแล้วไม่ใช่ไก่ พื้นเมืองของญี่ปุ่น

                     มีหลักฐานกล่าวว่าแรกเริ่มชาวญี่ปุ่นได้นำไก่แจ้มาจากจีนตอนใต้เมื่อพ .ศ.2149 - 2179 จากนั้นได้มีการพัฒนาสายพันธุ์จนได้รูปทรงและสีสันที่สวยงาม ในเวลาต่อมาญี่ปุ่นได้นำไก่แจ้ จากแถบคาบสมุทรอินโดจีนไปผสมเพิ่มเติมอีก ซึ่งใช้เวลาในการคัดพันธุ์นับร้อยปี จนกระทั่งประมาณห้าสิบปีเศษมานี้เองไก่แจ้ญี่ปุ่นก็ได้รับความนิยมอย่างแพร่ หลายจนถึงปัจจุบัน ในแถบยุโรปที่มีการนิยมเลี้ยงไก่แจ้ก็เพราะว่าไก่แจ้ญี่ปุ่น เมื่อสมัยโบราณชนชาติจีนมีการติดต่อซื้อขายกับชาวอังกฤษ ซึ่งชาวจีนได้นำไก่แจ้ติดเรือสำเภาไปด้วย เพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงแก้เหงาในเรือ เมื่อพ่อค้าชาวอังกฤษเห็นเข้า ก็เกิดความสนใจและได้นำไปเลี้ยงยังประเทศอังกฤษ

                    ในตอนแรกก็มีการเลี้ยงกันเฉพาะพ่อค้าและชาวบ้าน ต่อมาพระนางวิคตอเรียเห็นเข้าและพอพระทัยจึงมีการนำเข้าไปเลี้ยงในพระราชวัง เป็นครั้งแรก สำหรับในเมืองไทยมีการเลี้ยงไก่แจ้มาตั้งแต่อดีตกาลแล้ว แต่ไม่ได้สนใจในการปรับปรุง หรือคัดสายพันธุ์เลย จนกระทั่งเมื่อประมาณ20-30ปีที่ผ่านมามีผู้ให้ความสนใจอย่างจริงจัง ในการพัฒนาเพื่อให้ไก่แจ้ไทยมีลักษณะดีและสวยงามตามแบบมาตรฐานสากล จึงได้มีการสั่งซื้อไก่แจ้ สายพันธุ์ที่ดีจากญี่ปุ่นเข้ามาผสมกับสายพันธุ์ดั้งเดิมของไทย จากการพัฒนาสายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันไก่แจ้ไทยกลายเป็นที่รู้จักของชาวต่างประเทศมากขึ้น.

บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 43536
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 19,592
ออฟไลน์ ออฟไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: 20 พฤษภาคม 2553, 03:44:27 AM »



ลักษณะมาตรฐานของไก่แจ้เพศผู้

    * หัว ใหญ่และกว้างโตได้สัดส่วนกับตัว

    * จงอยปาก สั้นและโค้งเล็กน้อย ดูมั่นคงแข็งแรง

    * ตา กลมโตและมีประกายสดใส

    * หงอน ใหญ่ดูเหมาะสมกับตัว มีสีแดง หนาและตั้งตรง จักหงอนใหญ่และลึกเรียงกันเป็นระเบียบ ผิวของหงอนหยาบเป็นเม็ดเล็กๆคล้าย ทรายหยาบ เมื่อมองด้านข้าง หน้าหงอนควรยื่นออกมาทับบนจงอยปาก ท้ายหงอนควรวาดโค้งไปตามกระโหลกถึงท้ายทอย จักหงอนควรมี4-5จัก

    * ติ่งหู มีขนาดกลางกลมรีเป็นรูปไข่ สีแดงเช่นเดียวกับหงอน

    * เหนียง ใหญ่ปลายกลม มีลักษณะห้อยสวยงามรูปร่างลักษณะของไก่แจ้เพศผู้ ผิวของเหนียงหยาบเป็นเม็ดเล็กเช่นเดียวกับผิวหงอน

    * คอ สั้นและโค้งเล็กน้อย มีขนสร้อยคอหนาแน่นสวยงาม

    * ลำตัว เล็กกลมสั้นกว้างและลึก

    * อก ใหญ่กลมเต็ม ป่องไปด้านหน้า

    * ปีก ยาวสุดลำตัว ปลายปีกเอียงห้อยสัมผัสพื้น ขนปีกสองชั้น

    * หลัง สั้นและกว้างมีช่องไฟระหว่างคอและหางห่างเพียงเล็กน้อย รูปหลังคล้ายอานม้า หลังสุดติดกับหางข้างหนึ่ง และไม่เอนหน้าจนพาดทับหัว หางชัยสัมผัสท้ายหงอน ปลายแหลมเหมือนรูปดาบยาว สูงกว่าหัวต้องมีระย้าหนาแน่น

    * หาง ตั้งตรงไม่เอียงข้างใดประมาณ1ใน3ของความยาวทั้งหมด หางพัดใบใหญ่เรียงแน่นเป็นระเบียบ และแผ่กว้างพอประมาณ หางข้างหางพัดมี2-3ชั้น ระหว่างหางพัดต้องมีขนติดกันปกคลุมเป็นระเบียบ

    * ขา ท่อนบนสั้น หน้าแข้งสั้น เกล็ดแข้งเรียงเป็นระเบียบ ใหญ่ แข็งแรง สะอาด ไม่มีขน

    * เท้า แต่ละข้างมีนิ้ว4นิ้ว นิ้วสั้นกางได้รูป ข้อนิ้วแข็งแรง

    * ขน สะอาดนุ่มหนาแน่น ขนไม่ด้านมีความเป็นเงามัน

    * น้ำหนักตัว ประมาณ510-560กรัม




ลักษณะมาตรฐานของไก่แจ้เพศเมีย

ลักษณะทั่วไปของไก่แจ้เพศเมียคล้ายๆกับไก่แจ้เพศผู้ แต่มีข้อแตกต่างกันเล็กน้อยคือ

    * หงอน เล็กกว่าเพศผู้และจะเอียงหรือล้มไปข้างใดข้างหนึ่งก็ได้

    * หาง ตั้งตรงไม่เอียงข้างใดข้างหนึ่งและไม่โน้มไปข้างหน้าจนพาดทับหัว หางแผ่กว้างพอสมควร

    * หัว เล็กกลม เพราะโดยทั่วไปไก่แจ้เพศเมียจะตัวเล็กกว่าเพศผู้


บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 43536
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 19,592
ออฟไลน์ ออฟไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: 20 พฤษภาคม 2553, 03:44:54 AM »

สายพันธุ์ไก่แจ้ในประเทศไทย

ไก่แจ้ตรงกับภาษาอังกฤษว่า Bantams ไก่แจ้ที่เราเลี้ยงกันอยู่ในประเทศไทยมีอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ ไก่แจ้ไทย

   1. ไก่แจ้ไทย ไม่มีหลักฐานบันทึกที่แน่นอนแต่เชื่อว่าไก่แจ้ไทยมีมานานแล้วเพราะว่าไก่ที่ เราเลี้ยงอยู่ในปัจจุบันนี้มีวิวัฒนาการมาจากไก่ป่า 4 ชนิด คือ ไก่ป่าสีแดง (Red jungle fowl) ไก่ป่าสีเทา (Gray jungle fowl) ไกป่าชวา (Java jungle fowl) ไก่ป่าซีลอน (Ceylones jungle fowl) ไกป่าทั้ง 4 ชนิดนี้เป็นต้นกำเนิดของไก่พันธุ์ต่างๆที่เราเลี้ยงกันในปัจจุบันทั่วโลก

   2. ไก่แจ้ญี่ปุ่น ตามประวัติประมาณปี พ.ศ.2146-2176 ญี่ปุ่นได้นำเอาไก่แจ้จากตอนใต้ของประเทศจีนไปพัฒนาสายพันธุ์โดยนำเอาไก่แจ้ ไปจากคาบสมุทรอินโดจีนเพื่อไปปรับปรุงสายพันธุ์ ได้นำเข้าไปเลี้ยงในประเทศอังกฤษและอเมริกาประมาณปีพ.ศ.2367 ในปัจจุบันพันธุ์ไก่แจ้ที่นิยมเลี้ยงในประเทศไทยส่วนมากเป็นพันธุ์ไก่แจ้ ญี่ปุ่นไก่แจ้ญี่ปุ่น มีผู้นำเข้ามาเลี้ยงในประเทศไทยประมาณ 25-30 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเรานิยมเรียกว่า ไก่แจ้ญี่ปุ่นเลือดร้อย และมีราคาแพง ไก่แจ้เป็นสัตว์ปีกประเภทหนึ่งที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในป่า ไก่แจ้แบบสากลในแถบยุโรปและอเมริกาเรียกว่า Japannese Bantams

การจำแนกประเภทไก่แจ้

การจำแนกตามลักษณะสี ซึ่งมีดังนี้


   1. สีขาว (White)ไก่แจ้ขาว ภาษาญี่ปุ่นเรียก "ชิโรฮิโระ ชาโบะ" ลักษณะของขนต้องมีสีขาวบริสุทธิ์ไม่มีสีอื่นมาปะปน ตาสีแดงหรือส้มปนแดง (สีของตาหมายถึงสีรอบๆตาดำ) ขาสีเหลือง

   2. สีดำ (Black)ไก่แจ้ดำ ภาษาญี่ปุ่นเรียก "คุโรอิโระ ชาโบะ" ลักษณะขนทั้งตัวต้องมีสีดำสนิทไม่มีสีอื่นแซม ความดำต้องเป็นเหลือบเขียวคล้ายปีกแมลงทับ หน้ามีสีแดง หงอนและเหนียงแดง ตาสีดำหรือแดงหรือสีน้ำตาลแก่หรือสีสนิมเหล็ก เท้าตลอดจนเล็บมีสีดำ

   3. สีทอง (Black Tailed Buff)สีทอง (Black Tailed Buff) ภาษาญี่ปุ่นเรียก "โชโจ ชาโบะ" ขนมีสีทองสดใสสม่ำเสมอทั้งตัว ขนปีกชั้นแรกและชั้นที่สองแซมดำ เมื่อหุบปีกแล้วจะดูเป็นสีทองเกือบทั้งตัว ขนหางแต่ละเส้นสีดำ แต่มีขอบรอบเป็นสีทอง หางชัยมีสีดำหรือสีดำแซมสีทองก็ได้ ตาสีเหลือง ขาสีเหลือง

   4. สีลายกระดำ หรือเรียกสีลายข้าวตอก (Black Mottled) สีลายกระดำ หรือเรียกสีลายข้าวตอก (Black Mottled) ภาษาญี่ปุ่นเรียก "โงอิชิ ชาโบะ" เส้นขนทั้งตัวทุกเส้นสีดำแต่ปลายขนแต้มสีขาวสีลายกระดำ หรือเรียกสีลายข้าวตอก (Black Mottled) (ประมาณ9-12มิลลิเมตร) ขนหางและขนปีกมีการอนุโลม ให้มีสีขาวได้มากกว่ากำหนดได้ ตามีสีแดง ขาเป็นสีเหลือง

   5. สีลายกระทอง (Buff Mottled) ชื่อเรียกในภาษาญี่ปุ่นยังไม่มีการค้นพบ ข้อกำหนดทั่วๆไปเช่นเดียวกับลายข้าวตอก แต่ต่างกันที่สีพื้นจะเป็นสีทองเท่านั้น

   6. สีเทา (Grey) สีเทา (Grey) ภาษาญี่ปุ่นเรียก "อาชางิ ชาโบะ" ลักษณะของขนเป็นสีเทาทั่วตัว มีสร้อยคอเป็นสีเทาเข้มกว่าสีตามตัวเล็กน้อย ตามีสีส้มหรือสีน้ำตาลเข้ม ขาสีเทาคล้ายหินชนวน

   7. สีขาวหางดำ (Black Tailed White)สีขาวหางดำ (Black Tailed White) ภาษาญี่ปุ่นเรียก "ฮาชิระ ชาโบะ" ขนมีสีขาวบริสุทธิ์ทั้งตัว ขนปีกชั้นแรกและชั้นที่สองแซมดำ แต่เมื่อหุบปีกแล้ว จะดูเป็นสีขาวเกือบทั้งปีก ขนหางแต่ละเส้นสีดำ แต่ขลิบขอบด้วยสีขาว ตาสีแดง ขาสีเหลือง

   8. สีประดู่ (Partridge Black Red)สีประดู่ (Partridge Black Red)ภาษา ญี่ปุ่นเรียก "อากาซาซะ ชาโบะ" นับว่าเป็นสีของไก่ไทยโดยตรง (สีคล้ายสีไก่ป่าหรือไก่ชน) สีของลำตัวจะมีสีดำเหลือบเขียวแบบปีกแมลงทับ สร้อยและระย้าสีแดงทอง ปีกดำแต่มีสีแดงทองแซม หางสีดำเหลือบเป็นมันเช่นเดียวกับสีตามตัว ตาสีแดง ขาสีเหลือง

   9. สีลายสร้อยเงิน (Silver Dackwibg)สีลายสร้อยเงิน (Silver Dackwibg) ภาษาญี่ปุ่นเรียก "ชิโรชาซะ ชาโบะ" ตามตัวจะมีสีดำเป็นมันเหลือบเขียวคล้ายปีกแมลงทับ สร้อยคอและระย้าเป็นสีเทาเงินและมีจำนวนมาก หางสีดำเช่นเดียวกับลำตัว แต่ขนหางข้าง (หางที่ขนาบข้างหางพัด) สีดำแต่ขลิบขอบด้วยสีเทาเงิน ปีกดำ แต่ปลายปีกสีเทาเงิน ตาสีแดง ขาสีเหลือง

  10. สีลายบาร์ (Cuckoo)สีลายบาร์ (Cuckoo) ภาษาญี่ปุ่นเรียก "คินซูซุนามิ ชาโบะ" มีสีคล้ายๆกับลายข้าวตอก แต่เป็นสีลายระหว่างสีเทาเงินกับสีเทาเข้มทั้งตัว ไม่มีสีอื่นปะปน ขาสีเหลือง (ที่มาของชื่อว่า ลายบาร์ นั้นสันนิษฐานว่ามีสีเหมือนไก่พันธุ์เนื้อสายพันธุ์หนึ่ง ซึ่งมีชื่อว่า "บาร์พลีมัธร็อคส์" ซึ่งในประเทศไทยเคยนิยมเลี้ยงเป็นไก่เนื้อกันในสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่2)

  11. สีขนแกะ (Pile)สีขนแกะ (Pile) ภาษาญี่ปุ่นเรียก "กินไป ชาโบะ" มีขนสีน้ำตาลนวลทั้งตัว ขนปีกแดง ด้านบนเป็นสีทอง ตาสีแดง ขาสีเหลือง

  12. สีลายสามสี (Tri-Coloured) สีลายสามสี (Tri-Coloured)ภาษา ญี่ปุ่นเรียก "ซานโชกุ โงอิชิ ชาโบะ" สีคล้ายๆประเภทลายข้าวตอก แต่ขนแต่ละเส้นจะมี3สีคือ สีขาว สีดำ และสีน้ำตาล ตาสีส้ม ขาสีเหลือง

  13. สีขาวหางดำ(ประเภทหงอนใหญ่) (Large-Combed Black Tailed White) ภาษาญี่ปุ่นเรียก "ไดเกนไค สี ชาโบะ" มีลักษณะเหมือนกับประเภทขาวหางดำธรรมดา แต่สีดำจะจางกว่า หงอนและเหนียงมีขนาดใหญ่มาก ประเภทนี้ในเมืองไทยไม่นิยมเท่าใดนัก เพราะลักษณะแตกต่างจากไก่แจ้ของไทยมาก

  14. ) สีดำ(ประเภทหางสั้นและหงอนใหญ่) (Pinch-Tailed Black)สีดำ(ประเภทหางสั้นและหงอนใหญ่) (Pinch-Tailed Black) ภาษาญี่ปุ่นเรียก "ดารูมะ คูโระ ชาโบะ" ลักษณะทั่วๆไปคล้ายกับประเภทสีดำ แต่มีความแตกต่างตรงส่วนหางและหงอน ซึ่งไม่เป็นที่นิยมของนักเลี้ยงมากนัก เพราะถือว่าเป็นลักษณะที่ประหลาดไปกว่ามาตรฐานสากลที่กำหนดไว้

  15. สีดำมืด (Dark Faced Black) ภาษาญี่ปุ่นเรียก "มาดูโระ ชาโบะ" ลักษณะสีขนเป็นสีเช่นเดียวกับประเภทสีดำธรรมดา แต่ตามหน้าตา หงอน เหนียง ตลอดขาและเท้าเป็นสีดำทั้งหมด

  16. สีลายดอกหมาก (Dark Grey) ภาษาญี่ปุ่นเรียก "กินซาซะ ชาโบะ" มีสีคล้ายๆกับลายสร้อยเงิน แต่ลายจะน้อยกว่า ขนตัวส่วนใหญ่จะมีสีดำ ขนสร้อยคอและขนระย้าจะมีสีดำขลิบด้วยสีเทาเงินสว่างชัดเจน หางและปีกมีสีดำ ตาสีแดง ขาสีเหลือง นอกจากสีที่กล่าวข้างต้นแล้วยังมีประเภทสีโกโก้อีกสีหนึ่ง ที่เข้าใจว่าเป็นสีที่นักเลี้ยงในประเทศไทยผสมขึ้นมาได้เอง เมื่อประมาณ10ปีเศษมานี้สีดำมืด (Dark Faced Black) เชื่อกันว่าเดิมเป็นไก่แจ้พื้นบ้านแถวๆจังหวัดเพชรบุรี มีลักษณะขนเป็นสีน้ำตาลแดงตลอดทั้งตัว ตั้งแต่สร้อยคอ หางชัยจะมีสีใดแซมไม่ได้ หน้า หงอน เหนียง หู เป็นสีแดง ปาก ขา นิ้ว เล็บ เป็นสีเหลืองหรือน้ำตาล

บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 43536
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 19,592
ออฟไลน์ ออฟไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: 20 พฤษภาคม 2553, 03:45:27 AM »

การจำแนกไก่แจ้ตามการประกวด

  1. ประเภทสีหลัก : สีดำ และสีขาว

   2. ประเภท แฟนซี แบบที่ 1 : ไก่แจ้สีต่างๆนอกเหนือจากสีดำและสีขาว โดยที่สีเหล่านั้นเป็นสีแท้ประจำพันธุ์ สีขาวหางดำ สีทอง ดอกหมาก สีประดู่ เป็นต้น

   3. ประเภทแฟนซี แบบที่ 2 : ไก่แจ้ที่ผสมข้ามสีแล้วเกิดสีใหม่ การถ่ายทอดลักษณะของสีจะไม่คงที่


สีไก่ไทย

    * สีไก่ป่าเหลือง

      ตัวผู้ หน้า,หงอน,เหนียง,ติ่งหูสีแดงสด ใบหงอนมีเม็ดทราย หรือพื้นกำมะหยี่ ตาสีแดง หรือส้มปนแดง จงอยปากสีเหลือง หรือ ดำอมเหลือง ขนหัวเป็นสีส้มแดง ไล่เรื่อยไป เป็นสร้อยคอสีส้มเหลือง สว่างสดใส ระย้าสีเดียวกับสร้อยคอ ขนหลังและหัวปีกเป็นสีส้มแดง ปีกทั้ง 2 ข้างเป็นสีน้ำเงินอมม่วง ส่วนขนปีกตั้งแต่ส่วนกลางของปีก จนถึงส่วนกลางที่สัมผัสพื้น ที่เป็นรูปสามเหลี่ยม ที่เราเรียกกันว่า สาบปีก นั้นเป็นสีน้ำตาลแดง ขนอก-ใต้ท้องสีดำ ขนหางทั้งหมดเป็นสีดำเหลือบเขียวปีกแมลงทับ แข้งนิ้ว-เล็บสีเหลือง หรือสีเขียวอมเทา (ใช้ได้ถือว่าให้เกียรติบรรพบุรุษไก่ป่า)

      ตัวเมีย ขนทั้งตัวจะเป็นสีครีมนวล สร้อยคอเป็นสีน้ำตาลอมแดง หลัง-ปีก โคนหาง เป็นสีนวลอมน้ำตาลหางดำอมน้ำตาลเล็กน้อย
     
    * สีเบญจรงค์

      ตัวผู้ หน้า หงอน-เหนียง-ติ่งหู สีแดงสด ใบหงอนมีเม็ดทราย หรือพื้นกำมะหยี่ ตาสีแดงหรือสีส้ม จงอยปาก-แข้ง-นิ้ว-เล็บ เป็นสีเหลือง หรือสีเขียว เส้นขนของตัวผู้สังเกตได้ง่าย เริ่มตั้งแต่หัวจรดสร้อยคอ และระย้าปลายของเส้นขน จะเป็นสีงาช้างถึงกลางเส้น โคนของเส้นขน จะเป็นสีแดงทับทิม หน้าอกเป็นแว่น สีน้ำตาลแดง โคนของใบขนเป็นสีดำ หลังและหัวปีกทั้ง 2 ข้าง เป็นสีแดงทับทิม ปีกสีดำเหลือบเขียว ปีกแมลงทับ สาบปีกที่เป็นรูปสามเหลี่ยม เป็นสีน้ำตาลแดงทั้ง 2 ข้าง หางพัดและหางชัย เป็นสีดำเหลือบเขียวปีกแมลงทับ บัวหงายเป็นสีดำ สรุปสีของตัวผู้ คือ 1.สีงาช้าง 2.สีแดงทับทิม 3.สีน้ำตาลแดง 4.สีดำ 5.สีเขียวปีกแมลงทับ

      ตัวเมีย คล้ายสีลายนกกระจอก แต่ต่างกันคือ ใบหน้าจะเป็นวงขาวครีม สร้อยคอเป็นสีน้ำตาลเทา ขลิบขอบด้วยสีครีม หน้าอกเป็นสีครีมออกสีน้ำตาลหรือ ใบขนอาจจะขลิบขอบ ด้วยสีน้ำตาลเทา ใบขนทั้งตัว จนถึงหางคลุม หรือเครื่องคลุมเป็นสีน้ำตาลเทา ขลิบขอบด้วยสีครีม และก้านขนเป็นสีครีม หางพัด หางชัย เป็นสีน้ำตาลเทา ขลิบขอบด้วยสีครีม ก้านขนสีครีม ส่วนอื่น ๆ เช่นเดียวกับตัวผู้
     
    * สีไก่ป่าเข้ม

      ตัวผู้ หน้า,หงอน,เหนียง,ติ่งหูสีแดงสด ใบหงอนมีเม็ดทราย หรือพื้นกำมะหยี่ ตาสีแดงหรือส้มปนแดง จงอยปากสีเหลือง หรือดำอมเหลือง ขนหัว สร้อยคอ ระย้า เป็นสีน้ำตาลอมแดง แต่สีไม่เข้มเท่าสีเม็ดมะขาม ขนหลังและหัวปีกทั้ง 2 ข้าง เป็นสีเม็ดมะขาม ปีกทั้ง 2 ข้างสีดำเหลือบเขียวปีกแมลงทับ ตรงสาบปีก ที่เป็นรูปสามเหลี่ยม สีน้ำตาลแดงเข้ม ขนอกใต้ท้องเป็นสีดำ ขนหางทั้งหมด ตั้งแต่เครื่องคลุม หางพัด-หางชัย เป็นสีดำเหลือบเขียวปีกแมลงทับ บัวหงาย (ขนอุย) สีดำ แข้ง-นิ้ว-เล็บ มีทั้งสีเหลือง สีเหลืองอมเขียว สีเขียว และหรือสีเขียวอมเทา

      ตัวเมีย สีน้ำตาลอมเหลืองดำ ใบขนแต่ละเส้นจะมีลายละเอียด ๆ เป็นสีน้ำตาลดำ อยู่ในใบขนทั้งใบ ขนคอหรือสร้อยคอมีลายไม่เด่นชัดขนอกไล่ไปถึงใต้ท้อง เป็นสีนวล ขนปีกและหางพัดสีเดียวกันคือเป็นสีน้ำตาลอมดำ แข้ง,นิ้ว,เล็บ ก็เช่นเดียวกับไก่แจ้ตัวผู้
   
    * สีสร้อยสุวรรณ

      ตัวผู้ หน้า หงอน-เหนียง-ติ่งหูสีแดงสด ใบหงอนมีเม็ดทราย หรือพื้นกำมะหยี่ ตาสีส้มสดใส จงอยปากสีดำอมเขียว ปลายปากบน สีขาวอมเหลือง ตั้งแต่ หัว-สร้อยคอและระย้า ใบขนเป็นสีส้ม หลังและหัวปีกทั้ง 2ข้าง เป็นสีส้ม ปีกทั้ง 2 ข้างไม่มีสาบ เป็นสีดำมัน เหลือบเขียวคล้ายปีกแมลงทับและอาจมีขนปีกแซมขาวได้ข้างละ1 ใบ ขนหน้าอกแต่ละใบขลิบขอบด้วยสีส้ม คล้ายๆ กับสีหน้าอก ของสีดอกหมาก ซึ่งขลิบขอบด้วยสีเทาเงิน ส่วนอื่นๆ รวมทั้งเครื่องคลุม บัวหงาย หางชัย หางพัด เป็นสีดำมันเหลือบเขียวคล้ายปีกแมลงทับ แข้ง-นิ้ว-เล็บ เป็นสีเหลือง

      ตัวเมีย สีสร้อยสุวรรณ สีขนทั้งตัวเหมือนกับตัวเมียสีเหลืองลูกปลา จะต่างกันตรงที่ หน้าอกของสีสร้อยสุวรรณ ใบขนแต่ละใบ จะต้องขลิบขอบด้วยสีส้ม เช่นเดียวกับตัวผู้ แต่หน้าอกของสีเหลืองลูกปลา ใบขนแต่ละใบเป็นสีดำ ไม่มีขลิบของสีส้ม ตา ปาก แข้ง-นิ้ว-เล็บ เหมือนกับตัวผู้
   
    * สีเหลืองลูกปลา

      ตัวผู้ หน้า หงอน-เหนียง-ติ่งหู สีแดงสด ใบหงอนมีเม็ดทราย หรือพื้นกำมะหยี่ ตาสีส้มสดใด จงอยปากสีดำอมเขียว ปลายปากบน สีขาวอมเหลือง ตั้งแต่หัว-สร้อยคอและ ระย้าใบขนเป็นสีส้มแดง แกนกลางและขนตรงกลาง เป็นสีดำ ถ้าดึงขนออกมา จะเป็นลักษณะขนสีดำ ขลิบขอบด้วยสีส้มแดง ปลายขนมีจุดดำ หลังและหัวปีกทั้ง 2 ข้างขนเป็นสีแดง ปีกทั้ง 2 ข้าง ไม่มีสาบ เป็นสีดำมัน เหลือบเขียวคล้ายปีกแมลงทับ ขนทั้งตัวบัวหงายหรือขนอุย ขนเครื่องคลุม หางชัยหางพัด เป็นสีดำมันเหลือบเขียว คล้ายปีกแมลงทับ ถ้าขนตัวออกสีดำด้าน หรือสร้อยระย้า เป็นสีเหลืองนวลถือว่าไม่ใช่ สีไก่ไทยเหลืองลูกปลา แข้ง-นิ้ว-เล็บ เป็นสีเหลืองหรือเหลืองอมเขียว

      ตัวเมีย ตัวเมีย สีขนทั้งตัวจะเป็นสีดำ จุดเด่นของตัวเมียเหลืองลูกปลา มีเฉพาะสร้อยคอ แกนกลางเป็นสีดำขลิบขอบด้วยสีส้มแดง และขนทั้งตัวเป็นสีดำมันเหลือบเขียว คล้ายปีกแมลงทับ ตาสีส้ม จงอยปากสีดำอมเขียว ปลายปากบนสีขาวอมเหลือง แข้ง-นิ้ว-เล็บ เป็นสีเหลือง หรือเหลืองอมเขียว
     
    * สีโนรี

      ตัวผู้ หน้า หงอน,เหนียง,ติ่งหู สีแดงสด ใบหงอนมีเม็ดทราย หรือพื้นกำมะหยี่ตาสีส้ม จงอยปากสีขาวนวลอมน้ำตาล สีขนตั้งแต่หัว จนถึงสร้อยคอ และระย้าเป็นสีส้มแดงจัดหลังและ หัวปีกทั้ง 2 ข้างเป็นสีทับทิมแดง ปีก 2 ข้าง เขียวเหลือบปีกแมลงทับขนอ่อนใต้ปีกเมื่อกางปีกออก จะเป็นสีน้ำตาลแดง เครื่องคลุมหางใบขนสีดำขลิบขอบด้วยสีน้ำตาลแดง หางพัดและหางชัยเป็น สีดำมันเหลือบสีปีกแมลงทับขนอุยหรือบัวหงาย ใบขนขลิบขอบด้วยน้ำตาลแดงจะสวยงาม แข้ง-นิ้ว-เล็บ เป็นสีขาวนวลหรือสีเหลือง

      ตัวเมีย ตั้งแต่หัวถึงสร้อยคอ ขนเป็นสีน้ำตาลแดงจัด (เข้มกว่าส่วนอื่น) นอกนั้นทั้งตัวขนเป็นสีน้ำตาลแดง หางพัดเป็นสีน้ำตาลดำ แข้ง-เล็บ เป็นสีขาวนวล หรือสีเหลือง


    * สีเหลืองดอกโสน

      ตัวผู้ หน้า หงอน-เหนียง-ติ่งหู สีแดงสด ใบหงอนมีเม็ดทราย หรือพื้นกำมะหยี่ ตาสีส้มสดใส จงอยปากสีขาวนวล หรือสีเหลือง ขนหัว สร้อยคอและระย้า เป็นสีเหลือง(เหมือนดอกโสน) ก้านขนของสร้อยคอ และระย้าไม่มีสีดำ จะเหลือง เท่ากันหมด หัวปีกทั้ง 2 ข้าง และหลังเส้นขน จะเป็นสีน้ำตาลแดง สาบปีก 2 ข้าง เป็นสีเหลือง อมน้ำตาล ขนปีกดำมันเหลือบเขียวคล้ายปีกแมลงทับ หน้าอก-ใต้ท้อง-จนถึงขนบัวหงายเป็นสีดำ ขนหาง เครื่องคลุมหางพัด หางชัยเป็นสีดำมันเหลือบเขียว คล้ายปีกแมลงทับ แข้ง-นิ้ว-เล็บ เป็นสีขาวนวล หรือสีเหลือง

      ตัวเมีย ตัวเมีย คล้ายสีไก่ป่าเหลือง ต่างกันที่สร้อยคอ คือตัวเมียสีดอกโสน ขนสร้อยคอจะเป็นสีครีมนวล หลังปีกโคนหางเป็นสีนวลอมน้ำตาล หางดำอมน้ำตาลเล็กน้อย จงอยปาก-แข้ง-นิ้ว-เล็บ เหมือนกับตัวผู้
      เหลืองดอกโสน สีนี้ ก็ดีนัก เหลืองสดใส มองทั่วไป โสนนำ ส่วนหัวปีก อีกสองข้าง ไม่ต่างหลัง สาบปีกเหลือง เรืองน้ำตาล ผ่านพาดพิง อีกส่วนหาง วางไว้ ให้ดำอีก เป็นเงาวาว เงาวับ จับลูกตา หน้าหงอนเหนียง เคียงติ่งหู ดูแดงสด เพศเมียคล้าย ไก่ป่าเหลือง เรื่องตำนาน    ใครเห็นทัก รักเจ้า เฝ้าถามซ้ำ ระย้าซ้ำ หัวสร้อยคอ ก็เหลืองจริง เส้นขนดั่ง น้ำตาลแดง แต่งงามยิ่ง ปีกดำนิ่ง มันเงา เข้าตำรา ดำเหมือนปีก เหลือบเขียว เชียวแหละหนา ปากแข้งขา มาขาวนวล ชวนเหลืองลาน ตาหมดจด สดแสง แดงกล่าวขาน สร้อยคอสาน ปานครีมนวล ชวนน่ามอง


    * สีเหลืองหางขาว

      ตัวผู้ หน้า หงอน-เหนียง-ติ่งหู สีแดงสด ใบหงอนมีเม็ดทรายหรือพื้นกำมะหยี่ ตาสีเหลือง หรือออกสีส้มสดใด ตั้งแต่หัว-สร้อยคอและระย้า เป็นสีเดียวตลอด คือสีเหลืองออกสีส้ม หลังและหัวปีกทั้ง 2 ข้างสีขนจะเข้มกว่าสร้อย-ระย้า ปีกทั้ง 2 ข้างไม่มีสาบปีก ใบขนปีกมีสีขาวแซมมาก เห็นชัดเจน ขนพื้น ตัวหน้าอก-ถึงใต้ท้องเป็นสีดำ มีปลายขนสีขาวขึ้นประปรายตั้งแต่หัว-ท้ายทอย-หัวปีกทั้ง 2 ข้าง ที่ข้อขาทั้ง 2 ข้าง มีขนแซมขาว บัวหงายหรือขนอุยเป็นสีดำปลายขาวประปราย เครื่องคลุมขนสีดำปนสีขาวหางกะลวยเป็นสีขาว หางพัดที่ใกล้กับหางชัยจะเป็นสีขาวมากกว่าสีดำ ส่วนหางพัดใบอื่น ๆ เป็นสีดำแต่ปลายหางพัด จะเป็นสีขาวคล้าย ๆ กับไก่สีกระ จงอย ปาก-แข้ง-เล็บ จะเป็นสีขาวอมเหลือง คล้ายสีงาช้าง

      ตัวเมีย สีเหลืองหางขาว สีขนทั้งตัวจะเป็นสีดำ ขนบนหัว-หัวปีก ทั้ง 2 ข้าง ข้อขาทั้ง 2 ข้าง จะมีขนสีขาวแซมเป็นหย่อม ๆ ส่วนของขนหางจะเป็นสีตำตลอด ตาสีเหลืองหรือออกสีส้มสดใส ปาก แข้ง-นิ้ว-เล็บ จะเป็นสีขาวอมเหลือง

      เหลืองหางขาว ที่จะกล่าว มาเล่าบอก สีสดใส ไก่แจ้ไทย ให้รุ่งเรือง หน้าหงอนเหนียง ติ่งหู ดูแดงเข้ม ตั้งแต่หัว สร้อยคอ ต่อลงมา ขนบนหลัง และหัวปีก อีกเข้มกว่า ปีกแซมขาว ตามเรื่องราว ที่เล่ากัน ส่วนหางชัย ให้ขาว ยาวทั้งเส้น ปากแข้งเล็บ ขาวอมเหลือง เรืองอุไร    งามไม่หยอก ไก่มีชื่อ ออกลือเลื่อง ไก่สีเหลือง ของเรา เข้าตำรา ตาเต็มเต็ม เหลืองหมด ส้มสดหนา ถึงระย้า พาเหลืองส้ม สมตัวมัน สาบไม่มี ก็ไม่น่า พาขบขัน ขนตัวมัน นั้นต้องดำ ซ้ำขาวปราย หางพัดเด่น เป็นปลายขาว ดำบ้างได้ ตัวเมียให้ ตัวไก่ดำ แซมขาวนา

    * สีกาบอ้อย

      ตัวผู้ หน้า หงอน-เหนียง-ติ่งหู สีแดงสด ใบหงอนมีเม็ดทรายหรือพื้นกำมะหยี่ ตาสีส้มปนแดง หรือสีเหลืองส้ม จงอยปากสีขาว หรือเหลือง หรือดำอมเหลือง ขนหัว-สร้อยคอและระย้าเป็นสีครีมอมน้ำตาล (น้ำตาลอ่อนมากดูเป็นสีนวล) โคนของเส้นขนสร้อย และระย้าเป็นสีน้ำตาลอ่อน ๆ ขนหลัง และหัวปีกทั้ง 2 ข้าง เป็นสีน้ำตาลแดง ปีกทั้ง 2 ข้าง สีดำเหลือบเขียวปีกแมลงทับ ตรงสาบปีกรูปสามเหลี่ยม เป็นสีน้ำตาลอ่อน ขนหน้าอก-ใต้ท้องเป็นสีดำมัน เครื่องคลุมอาจจะมีขลิบขอบเป็นสีครีมนวล หางพัด-หางชัย เป็นสีดำเหลือบเขียวคล้ายปีกแมลงทับ บัวหงาย(ขนอุย) เป็นสีดำ นิ้ว-เล็บ เป็นสีขาวนวล สีเหลืองหรือเหลืองอมเขียว

      ตัวเมีย ตัวเมีย ขนตั้งแต่หัวถึงสร้อยคอจะเข้ม เป็นสีเทาอมน้ำตาล ใต้คอ-หน้าอก ถึงใต้ท้องเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ ส่วนสีตัวจนถึงเครื่องคลุม จะเป็นสีน้ำตาลอมดำ ใบหางพัดทั้งหมดเป็นสีดำน้ำตาล แข้ง-นิ้ว-เล็บ เป็นสีขาวนวลหรือสีเหลืองหรือเหลืองอมเขียว

      สีกาบอ้อย ไม่น้อยหน้า คุณว่าไหม กาบอ้อยนี้ สีใดใด ไม่เป็นรอง หน้าหงอนเหนียง เคียงติ่งหู ดูสดใส ปากสีขาว วาวเรื่อเหลือง เรืองดำอม ขนบนหลัง ยังหัวปีก อีกสองข้าง ปีกและท้อง ต้องดำเงา เข้าตำนาน เครื่องคลุมหาง ต่างขลิบขอบ รอบครีมให้ เพศเมียทั่ว หัวสร้อยเทา น้ำตาลนำ    ไก่แจ้ไทย ไม่ตกหล่น ให้หม่นหมอง หากเลี้ยงลอง ต้องสุขใจ ให้ชื่นชม ตาส้มไว้ ให้ปนแดง แบ่งเหลืองส้ม หัวสร้อยสม ระย้าครีม อิ่มน้ำตาล ได้จัดวาง น้ำตาลแดง แจงไขขาน สาบปีกนั้น น้ำตาลอ่อน ท่อนหางดำ แข้งขาวใส ไปเหลืองเขียว เชียวงามขำ เพตัวหางซ้ำ น้ำตาลดำ จำให้ดี

      ตัวผู้ หน้า หงอน-เหนียง-ติ่งหู สีแดงสด ใบหงอนมีเม็ดทราย หรือพื้นกำมะหยี่ ตาสีแดง จงอยปากสีดำอมเขียว เส้นขนอก สร้อยคอและระย้าเป็นสีเม็ดมะขาม หลังและหัวปีกทั้ง 2 ข้างเป็นสีเม็ดมะขามเข้ม ปีกทั้ง 2 ข้างดำมันเหลือบเขียวคล้ายปีกแมลงทับ ไม่มีสาบปีกใต้คอ-หน้าอกจนถึงใต้ท้อง บัวหงายหรือขนอุยเครื่องคลุม หางพัด หางชัย เป็นสีดำมันเหลือบเขียวคล้ายปีกแมลงทับ แข้ง-ขา-นิ้ว-เล็บ เป็นสีเขียวหรือเขียวอมเหลือง (จุดสังเกตเพื่อเข้าใจง่าย คือไม่มีสาบปีกขนสีดำล้วนๆ )

      ตัวเมีย สี ขนทั้งตัวสีคล้ายไก่สีดำมาก แต่มีจุดที่แตกต่างกับไก่ดำ 3 จุด คือ บริเวณหน้าต้องสีแดงสดใส ไม่มีปานดำ ตาจะเป็นสีแดงหรือส้มปนแดง สดใจ แข้ง-นิ้ว-เล็บ จะเป็นสีเขียวหรือสีเขียวอมเหลือง

      สีประดู่ คู่ไก่ไทย ใครก็รัก สีจะเข้ม มะขามคั่ว คล้ายตัวดำ หน้าหงอนเหนียง ตาติ่งหู ดูแดงสด ปากสีดำ ดำอมเขียว เชียวอย่าลืม สร้อยระย้า เม็ดมะขาม ตามมาอีก สาบไม่มี เรื่องนี้ ให้ยอมรับ แข้งนิ้วเล็บ เป็นสีเขียว หรืออมเหลือง อีกเพศเมีย ที่ยอมรับ อาภัพนั้น.    แจ้งประจักษ์ สดสวย ด้วยคมขำ เห็นแล้วจำ ติดใจ ไม่ใคร่ลืม มองหมดจด ทั่วหน้า พาให้ปลื้ม ปีกดำดื่ม เหลือบเขียวอีก ปีกแมลงทับ หลังหัวปีก มะขามเข้ม เต็มเต็มสรรพ ใต้ท้องกับ ส่วนหาง ต่างดำมัน ก็เป็นเรื่อง เป็นราว ที่เล่ากัน ตัวของมัน คล้ายไก่ดำ ซ้ำแข้งเหลือง

      ตัวผู้ สีกาบหมาก (Silver Duckwing) หน้า หงอน,เหนียง,ติ่งหู สีแดงสด ใบหงอนมีเม็ดทราย หรือพื้นกำมะหยี่ ตาสีส้มปนแดง หรือสีเหลืองส้ม จงอยปากสีขาว หรือเหลือง หรือดำอมเหลือง ขนหัว-สร้อยคอ-ระย้าเป็นสีขาว ไม่มีสีดำปน ขนหลังและหัวปีกทั้ง 2ข้าง เป็นสีเหลืองอมขาวผสมดำ ปีกทั้ง 2 ข้าง สีดำเหลือบเขียว ปีกแมลงทับ ตรงสาบปีก ที่เป็นรูปสามเหลี่ยม เป็นสีขาวนวล ขนอก-ใต้ท้องเป็นสีดำ ขนหางทั้งหมด ตั้งแต่เครื่องคลุม หางพัด,หางชัย เป็นสีดำเหลือบเขียว ปีกแมลงทับ บัวหงาย (ขนอุย)สีดำ แข้ง,นิ้ว,เล็บ เป็นสีขาวนวล หรือสีเหลือง หรือเหลืองอมเขียว

      ตัวเมีย ขนตั้งแต่หัวถึงสร้อยคอจะเข้ม เป็นเทาอมน้ำตาล ใต้คอ-หน้า-อก ถึงใต้ท้องเป็นสีครีมนวล ส่วนสีตัวถึงเครื่องคลุมจะเป็นสีน้ำตาลอมดำ ใบหางพัด ทั้งหมดเป็นสีน้ำตาล แข้ง-นิ้ว-เล็บ เป็นสีขาวนวล หรือสีเหลือง หรือเหลืองอมเขียว

      สีกาบหมาก หากคุณเลี้ยง เพียงหนึ่งคู่ สีสวยงาม ตามรูปลักษณ์ ประจักษ์มี เหนียงหงอนหน้า มาติ่งหู ดูแดงจัด ปากสีขาว วาวเรื่อเหลือง หรือดำอม ส่วนขนหลัง และหัวปีก ทั้งสองข้าง ปีกสองข้าง ดำเหลือบเขียว เงางามดี ใต้ท้องดำ จำได้ คล้ายส่วนหาง แข้งนิ้วขา พาขาวเรือง เหลืองเขียวรอง    คอยเฝ้าดู อยู่ไม่ห่าง อย่างสุขขี .ตัวคุณนี้ จะสุขใจ ไม่ทุกข์ตรม ตาส้มชัด จัดปนแดง แฝงเหลืองส้ม หัวสร้อยสม ระย้าขาว วาวสดสี ได้จัดวาง เหลืองอมขาว เข้าดำนี่ สาบปีกมี สีขาวนวล ชวนน่ามอง ไม่จืดจาง วาววับ ยามจับจ้อง เพศเมียต้อง เทาน้ำตาล ด้านอกครีม

บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal