You are here: INfo foR tHai--> คลังความรู้คู่คนไทยหมวดแนะนำเส้นทางทำมาหากินมุมการเกษตร (ผู้ดูแล: แดงคนดี, konbannokjingnna, PJ.สายน้ำแห่งฝัน)ผัก ผลไม้ ภาคอีสาน มีใครเคยกินมั่ง ??(อย่าให้สูญพันธุ์)
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ผัก ผลไม้ ภาคอีสาน มีใครเคยกินมั่ง ??(อย่าให้สูญพันธุ์)  (อ่าน 16063 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 43556
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 19,551
ออฟไลน์ ออฟไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: 21 พฤษภาคม 2553, 12:51:23 AM »


ผลไม้ภาคอีสาน มีใครเคยกินมั่ง

หลายท่านเห็นแล้วอาจจะเปรี้ยวปากอย่างแฮง และ คิดฮอดบ้าน มั่ก มั่ก



บักเหม่า  หรือ  มะเม่า




ในรูป มันยังไม่สุกจัด  ถ้ามันสุกแล้ว จะเริ่มมีสีแดง จนกลายเป็นม่วง คล้ำ ไปจนสีดำ
ส่วนรสชาติ  มันก็จะเฟดตามสี  สีดำ จะหวาน  สีเขียว สีแดง จะยังส้มๆ (เปรี้ยว)  อยู่

หมากตะขบ  เด็กๆชอบเรียก  บักตากบ ก็มี



บักแงว .... หรือ ลิ้นจี่อีสาน
บักแงวทรงเครื่อง  คือ  เอาบักแงวลงไปแช่ในน้ำปลาหวาน ปรุงพริกเกลือหน่อย  แล้วซด
ถ้าจะให้อร่อย ต้อง "ลึดใน"  ด้วย




บักเบ็น / หมากเบ็น     
ลักษณะคล้ายองุ่น






บักยางป่า




บักหว่าหรือลูกหว้า




บักหาด หรือมะหาด เปลือกของลำต้นคนแก่ใช้กินกับหมากก็ได้




มะขามป้อม ทุกท่านคงรู้จักดี



หมากกี่โก่ยหรือองุ่นป่า



หมากต่องแล่ง




หมากบก บักบก





อันนี้สำคัญค หมากพิพวน หรือผิผ่วน ประมาณนี้แหละ




หมากเม็ก อันนี้ก็ไม่เคยกิน




หมากเล็บแมว เล็บเหยี่ยว เล็บเยี่ยว หนามเยี่ยว



หมากหวายป่า





ลูกหวาย บางต้นฝาดกินไม่ได้ ถ้ากอไหนลูกโตๆ
เปลือกจะล่อนหายไปบ้าง รับรองกอนั้นอร่อย
เวลากินต้องให้แน่ใจว่าเอาเปลือกมันออกหมดแล้ว ไม่งั้นเปลือกมันจะติดคอ
ทำให้ระคายเคืองไปนานทีเดียว

บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 43556
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 19,551
ออฟไลน์ ออฟไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: 21 พฤษภาคม 2553, 12:52:30 AM »


มะกอก , มะกอกป่า





บักตูมกา




... แยม ...



------------------------------------------------------------------------------------------
ตามด้วยผักทางภาคอีสานที่น่าอร่อย *ชื่อดีมากอิอิ

แขยง คะแยง ผักกะออม ผักลืมผัว ... :D

หอมดอกแขยง..ยามฟ้าแลง...ค่ำลงมา....ฯลฯ ...เริ่มต้นกันเป็นเพลงเชียว....ผักแขยง เป็นผักที่นิยมปลูกทางภาคอีสาน แต่ที่บ้านเอามาปลูกที่ศรีราชา ชลบุรี ตอนนี้กะลังออกดอกหอมเชียว เจ้าของบ้านไม่ค่อยได้กินหรอก ข้างบ้านชอบมาเก็บไปแกงใส่หน่อไม้ ปลา ไก่ บ่อย ๆ ส่วนคุณย่าก็เอาไปอ่อมหอยขม แซบ ๆ ๆ ๆ เสียอย่างเดียวกลิ่นมันแรงไปหน่อย

ผักแขยง

ลักษณะ : เป็นพืชล้มลุก ลำต้นตั้งตรง อวบน้ำ สูงประมาณ 20 - 30 เซนติเมตร ใบรูปร่างกลมรี ปลายใบแหลม ใบออกทุกข้อตลอดลำต้น ออกเป็นคู่ตรงข้ามกัน ดอกมีลักษณะเป็นหลอดเล็กๆ คล้ายถ้วย


ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Limnophila aromatica (Lomk.) Merr.
ประโยชน์ : ใช้รับประทานเป็นผักสด หรือปรุงอาหารประเภทต้มแกง มีสรรพคุณทางสมุนไพรรักษาโรค

ผักแขยง : ขับน้ำนม ระบายท้อง ประสะน้ำนม

มีเรื่องเล่าในตลาดกาฬสินธุ์ว่า แม่ค้าไปเก็บผักแขยงซะเพลิน จนกลับบ้านช้า ทำเอาสามีหงุดหงิด เพราะรอนาน
จนได้อีกชื่อหนึ่ง คือ ผักลืมผัว




ผีกลืมชู้



ผักพ่อค้าตีเมีย" ...



ผักอีฮีน.



ผักแก่นขม.



color]

ต้นแค



มาดูความรู้เรื่องดอกแคดีกว่าค่ะ
ดอกแคเป็นพืชที่ปลูกง่าย และเป็นต้นไม้ที่ยืนต้นมีสายพันธุ์เหมือนพืชตระกูลถั่ว ใบจะเรียวดูคล้ายกับขนนก เป็นพืชที่เจริญเติบโตง่าย ปลูกง่ายในดินทุกชนิดขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด ขนาดของลำต้นนั้นแล้วแต่พันธุ์ และจะออกดอกเป็นสีขาว และสีแดงเมื่อดอกบานออก พวกแมลงก็จะมาตอมแล้วจะผสมเกสรระหว่างดอกกัน จากนั้นก็จะกลายเป็นฝัก ฝักของมันจะมีลักษณะเหมือนถั่วฝักยาว แคนั้นนับว่าทุกส่วนของมันสามารถนำมาทำยาได้ จึงนับว่าเป็นพืชที่ทรงคุณค่ามากชนิดหนึ่ง

คุณสมบัติในการใช้รักษาโรคของดอกแค
1. รักษาโรคไข้หัวลม เมื่ออากาศเริ่มเปลี่ยน
2. เป็นยาระบาย หากใช้ใบของมัน
3. แก้รอยฟกช้ำโดยการโขลกแล้วนำไปพอกบริเวณนั้น
4. รักษาโรคริดสีดวงจมูก โดยใช้เปลือก ใบ ราก และดอกมาต้มหยอดจมูก
5. โรคปวดศีรษะใช้เปลือกไปต้มรับประทาน
6. โรคบิด ถ่ายเป็นมูกเลือด ท้องร่วงใช้เปลือกไปต้มหรือฝนรับประทาน


ผักแพว * * *



ผักแพว - เป็นผักพื้นเมือง อีสานเรียก ผักแพ้ว เป็นพืชล้มลุก ปลูกปีเดียวก็ตายต้องหักกิ่งมาเสียบใหม่ เก็บยอดทานกับเมี่ยง ลาบ ก้อยกุ้ง ก้อยหอย ก้อยปลา ก้อยเนื้อ ลาบเลือด....อุ๊ย น้ำยายไหย.....แหนมเนือง ก็มีผักแพวให้แนมเหมือนกัน หรือใส่ในขนมจีนน้ำยาปลาร้า ก็ใช้ได้ .... มีกลิ่นหอม รสชาดแรง ๆ ทานมาก ๆ จะแสบ ๆ ที่ลิ้น

ผักแพวเป็นผักพื้นบ้านที่มีคุณสมบัติทางยาสมุนไพร มีรสเผ็ดร้อน จึงมีสรรพคุณในการขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ มีฟอสฟอรัสสูง มีวิตามินเอสูงมาก นอกจากนี้ยังมีแคลเซียมและวิตามินซีอีกด้วย

ที่สำคัญเป็นพืชที่ไม่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรมด้วย


ผักติ้ว หรือ ผักแต้ว



ส่วนที่ใช้รับประทานคือ ยอดอ่อน หรือใบอ่อน ค่ะ นิยมใช้เป็นผักแกล้มกับลาบ โดยเฉพาะลาบปลา รสชาดจะออกเปรี้ยว ๆ ค่ะ หรือ ใช้แทนมะขาม มะนาว ใส่ในแกงส้ม หรือต้มยำปลาได้ค่ะ อร่อยค่ะ ชาวอีสานชอบรับประทานมากค่ะ... 

มีรายงานข่าวจากศูนย์สมุนไพร - แจ้งว่า ม.เกษตรศาสตร์ ชลบุรี ได้วิจัยพบ "ผักติ้ว" สามารถสกัดเป็นสารต้นอนุมูลอิสระยับยั้งการหืนได้ดีกว่าสารสังเคราะห์ และปลอดภัยกว่า

สารอาหารที่ได้จาก "ผักติ้ว" ได้แก่ ยอดอ่อนและดอกอ่อนของผักติ้วมีรสเปรี้ยว ผักติ้ว 100 กรัม ให้พลังงานต่อร่างกาย 58 กิโลแคลอรี่
ประกอบด้วยเส้นใย 1.5 กรัม แคลเซี่ยม 67 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 19 มิลลิกรัม เหล็ก 2.5 มิลลิกรัม
เบต้า-แคโรทีน 4500 ไมโครกรัม วิตามินเอ 750 ไมโครกรัมของเรตินอล วิตามินบีหนึ่ง 0.04 มิลลิกรัม
วิตามินบีสอง 0.67 มิลลิกรัม ไนอาซิน 3.1 มิลลิกรัม วิตามินซี 58 มิลลิกรัม

มีประโยชน์เยอะแยะอย่างงี้ หามารับประทานนะคะ

บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 43556
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 19,551
ออฟไลน์ ออฟไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: 21 พฤษภาคม 2553, 12:53:09 AM »

ใครเคยกินอันนี้บ้าง ฝรั่งเรียก mulberry ลูกหม่อนนั่นเอง อร่อยนะ




                           ผักสะแงะ

   

ผักสะแงะ หน้าตาคล้ายๆๆผักชีไทย แต่มีกลิ่นฉุนกว่า บ่รู้ว่าที่อื่นเขาเอิ้นจั่งได๋ เอาไว้ใส่แกงหน่อไม้ กับหมกหน่อไม้ [ ภูไทบ้านผมเด้อ] ไผมีข้อมูล อิหยังเอามาเพิ่มเติมให้แหน่ครับ

ข้อมูลจาก ขุนสุราพ่าย เพิ่นหามาให้ครับ

1. ชื่อ ผักชีไร่
2. ชื่ออื่น หอมแย่ หอมไร่ (ตาดภูวง) อีแยะ (กะเลิงกุดบาก) ผักสะแงะ (ภาคอีสาน)

3. ชื่อวิทยาศาสตร์ Coriandrum spp.

4. วงศ์ UMBELLIFERAE

5. ชื่อสามัญ -

6. แหล่งที่พบ พบมากในภาคอีสานส่วนเหนือ

7. ประเภทไม้ ไม้ล้มลุก

8. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ต้น เป็นพรรณไม้ล้มลุกลำต้นตั้งตรง ภายในกลวงไม่ค่อยแตกกิ่ง ลำต้นจะสูงขึ้นเมื่อออกดอก สูงประมาณ 10-30 ซม.

ใบ ใบเดี่ยว ขอบใบหยักเว้าลึกเข้าหาเส้นกลางใบ คล้ายใบผักชีมีสีเขียวเข้ม

ดอก เป็นดอกช่อออกที่ปลายยอด ดอกมีขนาดเล็กมี 5 กลีบ สีขาว

ผล เล็กกว่าเมล็ดผักชี สีน้ำตาล หัวท้ายแหลม

9. ส่วนที่ใช้บริโภค ใบ ลำต้น ราก เมล็ด
10. การขยายพันธุ์ เมล็ด

11. สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม สภาพพื้นที่ตามไร่สวน

12. ฤดูกาลที่ใช้ประโยชน์ ตลอดปี

13. คุณค่าทางอาหาร ยังไม่มีข้อมูล
14. การปรุงอาหาร ลำต้น นำไปใส่แกงต่างๆ เช่น แกงหน่อไม้ แกงเลา แกงหวาย กินเป็นผักสดใบมีกลิ่นหอม เก็บแห้งได้กลิ่นไม่เปลี่ยน ใช้ได้ทั้งต้น รากหอมเหมือนต้นใช้แต่งกลิ่นอาหาร เมล็ดหอมฉุน ชาวภาคตะวันออกนำมาตำผสมกับพริกแกง

15. ลักษณะพิเศษ สรรพคุณทางยา แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้วิงเวียน เข้าเครื่องยาจีน

16. ข้อควรระวัง -

17. เอกสารอ้างอิง

สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. 2542. ผักพื้นบ้านภาคอีสาน 302 หน้า


บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 43556
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 19,551
ออฟไลน์ ออฟไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: 21 พฤษภาคม 2553, 12:54:05 AM »

ต้นไม้อีสานบ้านเฮาที่กำลังสิสูญพันธุ์



พืช และต้นไม้ที่กำลังจะสูญพันธุ์

1 บักโต่นใหญ่
2. บักโมซาน
3. ข้าวจ้าวแดง(เอามาเฮ็ดข้าวปุ้น สุดยอดมรดกอีสาน)
4. ข้าวกล่ำแท้ ๆ
5.ข้าวเหลืองอ่อน
6. ข้าวดอ หางนาค
7. ข้าวดอแอ้ว
8 . บักน้ำเต้า
9.ต้นอ้ม
10 ต้นเนียม (2ต้นนี้ ผู้สาวโบราณเผิ่นเอามาเฮ็ดเครื่องหอม)
11. ต้นบง(เอาเปลือกมันไปเฮ็ดธูปและเอาไปตำผสมกับทรายก่อสร้างบ้านแทนปูน)
12. ต้นพันซาติ
13. ต้นเชือก (เอาขี้เถ้ามันไปใส่บักขามส้มให้เป็นบักขามหวาน)
14.บักส้มมอ
15. บักเหลี่ยม
16. ต้นสะข่าง (ช่างบั้งไฟเอาไปเฮ็ดหมื่อเบิด)
18.ต้นกะยอมหรือพยอม
19.ต้นส่องฟ้า(ใบมันเอามากินกับลาบ กลิ่นคือลูกอมแฮ็ค)




        ผลไม้ที่กล่าวมานี่กำลังสิเบิดใปจากถิ่นอีสานเฮา มาช่วยกันอนุรักษ์เ้ด้อพี่น้อง ปลูกแซมป่าสมุนไพร เพราะหาแนวมาปลูกไว้ให่ลูกหลานเบิ่ง  :cool: :cool: :cool:





บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 43556
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 19,551
ออฟไลน์ ออฟไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: 21 พฤษภาคม 2553, 12:55:10 AM »



บักหาด หน้าตาบักหาดเป็นใช่ไร นี่เลยรูปบักหาด



บักหวดข่า หวานอร่อยดี เคยกินไหมหล่ะ อยู่ในป่าลึก ถึงจะได้เจอ



บักหว้า หน้าตาบักหว้าเป็นแบบนี้นี่เอง



บักส้มมอ คิดว่าคงจะรู้จักกันนะ



บักบก เอามาคั่วหรือทอดกินอร่อยมันส์ๆ



บักถั่วแฮ ตระกูลถั่ว กินแล้วมัน กินมากเค้าว่ามันจะเมา...เมา



บักค้อ เปรี้ยวจี๊ดจ๊าดจิ้มกะน้ำปลาหวาน  อร่อยดีแท้ โอ้ววว น้ำลายไลยยยย :cheesy: :cheesy:



 บักขามป้อม นี่ก็ผลไม้รสเปรี้ยวอีกชนิด มีวิตามินซีสูงนะ...จะบอกให้



บักเค็ง ผลบักเค็งที่ยังอ่อนๆหรือยังไม่สุก กินแล้วมันจะฝาดๆ แต่เมื่อสุกหรือแก่เต็มที่ มันจะอร่อยกลมกล่อม หวานนิดๆ


บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 43556
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 19,551
ออฟไลน์ ออฟไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: 21 พฤษภาคม 2553, 12:56:08 AM »



        บักผีพ่วนเป็นผลไม้ที่หากินได้ในเขตอิสานบ้านเฮา ผลมีลักษณะกลมรีอยู่กันเป็นพวงคล้ายๆบักแงว ลำต้นเป็นเคือ มักขึ้นอยู่ตามป่าดิบชื้น

มักออกผลช่วงหน้าดำนาเป็นผลไม้หายากชนิดหนึ่งเลยทีเดียว .... บักผีพวน นี่กินกับแจ่วบองก็อร่อย เพราะออกเปรี้ยวๆ อมหวาน

   เนื้อข้างในสีขาวขุ่นหุ้มเม็ดในสีดำไว้ ก่อนกินต้องลอกเปลือกบาง ๆ  สีแดงออกก่อน คำแรกเข้าปากรสเปรี้ยวแปลก ๆ

คงต้องกลืนกินทั้งเม็ดเพราะเนื้อและเม็ดดูจะแยกกันไม่ออก ส่วนต้นจะเป็นเถายาวเลื้อยกับต้นไม้ใหญ่เหมือนกาฝาก

มีลำต้นเหนียวขนาดใหญ่ แต่ได้ยินแม่ค้าเล่าให้ฟังว่าจะขึ้นตามป่า ถ้าหากว่าป่าไม้ถูกทำลาย  แผ้วถางให้เป็นไร่หมดแล้ว

 ก็จะสูญพันธุ์ไปด้วย คิดว่าเด็กรุ่นต่อ ๆ  ไปคงไม่มีให้ดู 



บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 43556
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 19,551
ออฟไลน์ ออฟไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: 21 พฤษภาคม 2553, 12:56:54 AM »



            มะไฟเป็นผลไม้ผลกลม เปลือกสีเหลือง รสหวาน เปรี้ยว อุ่น ผลมะไฟ ใบ ราก สามารถใช้เป็นยาใบ รสเผ็ด เย็น มีสรรพคุณแก้หวัด แก้ไอ มาลาเรีย และขับปัสสาวะผลเป็นยาช่วยย่อย ละลายเสมหะ รักษาอาการอาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ เสมหะมาก

              ตำรับยาอย่างง่าย ปวดท้อง ปวดกระเพาะ : เม็ดมะไฟ 9-15 กรัม ต้มรับประทานน้ำ ปวดท้องเนื่องจากพยาธิตัวกลม : ผลมะไฟแห้ง 18 กรัม ต้มทานน้ำขณะท้องว่าง



มะไฟหวาน







มะเดื่อ

ชื่อวิทยาศาสตร์ Ficus racemosa Linn

ชื่อวงศ์ MORACEAE

ชื่อท้องถิ่น

    * อุดรธานี-อีสาน เรียก หมากเดื่อ
    * แม่ฮ่องสอน-กะเหรี่ยง เรียก กูแช
    * ลำปาง เรียก มะเดื่อ
    * ภาคกลาง เรียก มะเดื่ออุทุมพร มะเดื่อชุมพร มะเดื่อเกลี้ยง
    * ภาคเหนือ-กลาง เรียก มะเดื่อ เดื่อเกลี้ยง
    * ภาคใต้ เรียก เดื่อน้ำ

              ลักษณะทั่วไป มะเดื่อเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางสูงประมาณ 10–20 เมตร ลำต้นเกลี้ยงสีน้ำตาลหรือน้ำตาลปนเทา กิ่งอ่อนสีเขียว หรือสีเขียวในน้ำตาล กิ่งแก่มีสีน้ำตาลเกลี้ยง หรือมีขนปกคลุม ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกแบบสลับ ใบบาง รูปไข่หรือรูปหอก ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม ฐานใบมนหรือกลม ผิวใบเกลี้ยง หรือมีขน ไม่หลุดร่วงง่าย ดอก ออกเป็นช่อ ช่อดอก มีก้านเกิดเป็นกลุ่มบนกิ่งสั้นๆ ที่แตกออกจากลำต้น และกิ่งขนาดใหญ่ ผล รูปกลมแป้นหรือรูปไข่ มีขน ออกเป็นกระจุกตามกิ่งและลำต้น เมื่อฉีกออกจะพบเกสรเล็กๆ อยู่ภายในผล ผลสุกมีสีแดง

             การปลูก มะเดื่อขึ้นในธรรมชาติบริเวณป่าดิบชื้น บริเวณริมแม่น้ำลำคลอง ริมลำธาร หรือปลูกตามบ้านและริมทาง พบได้ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด

สรรพคุณทางยา

    * เปลือกต้น รสฝาด แก้ท้องร่วง ชะล้างบาดแผล สมานแผล แก้ประดง ผื่นคันแก้ไข้ท้องเสีย ไข้รากสาดน้อยและแก้ธาตุพิการ
    * ราก รสฝาดเย็น แก้ไข้ กระทุ้งพิษไข้ ถอนพิษไข้ และแก้ท้องร่วง
    * ผล รสฝาดเย็น แก้ท้องร่วง และสมานแผล
    * ผลสุก เป็นยาระบาย

                   คติความเชื่อ มะเดื่อเป็นไม้ดั้งเดิมที่สัมพันธ์กับความเชื่อและประเพณีของคนไทย มะเดื่อเป็นไม้มงคลที่กำหนดปลูกในทิศเหนือ ได้ มีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยาและกรุงศรีรัตนโกสินทร์ว่า มีการนำไม้มะเดื่ออุทุมพรมาทำเป็นพระที่นั่ง กระบวยตักน้ำมันเจิมถวาย และหม้อน้ำที่กษัตริย์ใช้ถวายน้ำทำด้วยไม้อุทุมพร ในพระราชพิธีราชาภิเษกของกษัตริย์ มะเดื่อได้ถูกบันทึกไว้ในตำนานของชาวฮินดูว่าเป็นไม้มงคล และเป็นที่นับถือของคนไทย พม่า มอญ มาแต่โบราณ

บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
"ตัวเลือก" … สี่งที่ทุกคนอยากจะมี "แต่" ไม่อยากเป็น...(T-T)
คะแนนแทนกำลังใจ: 3335
เหรียญรางวัล:
Real FanTop PosterนักจัดรายการGlobal Moderator
กระทู้: 940
ออฟไลน์ ออฟไลน์
~(*3*)~ ปอบสะอื้น ~(*3*)~
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 4.0 Firefox 4.0

« ตอบ #7 เมื่อ: 18 มีนาคม 2554, 07:47:53 PM »

เท่าที่ดูมารู้จักอยู่สามอัน 

ตะขบ

ลูกหม่อน

มะไฟ
บันทึกการเข้า
imza
....เจ้าชู้เป็นการโปรโมท เเต่โสดอยู่ในกระเเส
ลัลล้าเพราะอยากให้เเคร์   และอ่อนแอบางครั้งเมื่อจำเป็น ....
  :z41:

♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 43556
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 19,551
ออฟไลน์ ออฟไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 3.6.15 Firefox 3.6.15

trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: 18 มีนาคม 2554, 07:53:13 PM »



บักส้มมอ

ชื่อพื้นบ้านอีสาน ส้มมอ

ชื่อทั่วไป สมอไทย

ชื่อวิทยาศาสตร์ Terminalia chebula Retz. var. chebula

วงศ์ Combretaceae

ประเภท ไม้ต้น

              ลักษณะ วิสัย ไม้ต้นขนาดกลาง สูง 7 - 15 เมตร เปลือสีเทาปนสีน้ำตาลผิวเรียบหรือแตกเป็นสะเก็ด ใบเดี่ยว เรียงสลับหรือเกือบตรงข้าม รูปรี รูปไข่หรือรูปขอบขนานแกมรูปไข่ ปลายแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบกว้าง 5 - 10 ซม. ยาว 7 - 15 ซม. ที่ก้านใบด้านบน ติดกับโคนใบมีต่อม 1 คู่ ดอกช่อแบบช่อแยกแขนงออกตามซอกใบหรือปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ กลีบดอกมี 5 กลีบ สีเหลือง เกสรเพศผู้มี 10 อัน ผลเดี่ยว รูปรีเป็นสัน เมล็ดแข็ง

            ประโยชน์ เปลือกและผลส้มมอมีรสฝาดจากสารแทนนิน มีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ และมีวิตามินซีสูง หรือใช้รากเข้าตำรับยารักษาริดสีดวงทวาร ที่มา  บ้านมหาดอทคอม





บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal