หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จิ้งหรีด อาชีพใหม่ที่น่าทึ่ง ลงทุนน้อย กำไรดี  (อ่าน 4008 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 43471
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 19,985
ออฟไลน์ ออฟไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: 27 พฤษภาคม 2553, 04:36:53 AM »




จิ้งหรีด อาชีพใหม่ที่น่าทึ่ง ลงทุนน้อย กำไรดี


                       จิ้งหรีดทองดำเป็นแมลงเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย เพราะรสชาติอร่อยและมีโปรตีนสูง โดยส่วนใหญ่ ผู้เลี้ยงจะนำจิ้งหรีดมาแปรรูปโดยการคั่วอัดกระป๋องหรือแกง เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับจิ้งหรีด วิธีการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดทองดำนั้นมีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ใช้พื้นที่ในการเพาะเลี้ยงไม่มากนัก เหมาะกับผู้ที่ต้องการหาอาชีพใหม่ๆ

วิธีการเลี้ยงจิ้งหรีดทองดำ

           1. สถานที่ ควรเลี้ยงจิ้งหรีดทองดำในที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก แสงแดดส่องถึง สำหรับพื้นที่วางบ่อ ถ้าเป็นพื้นปูนซีเมนต์จะดีมาก เพราะง่ายต่อการดูแลรักษาความสะอาด และป้องกันมดได้ดี

            2. การเตรียมบ่อเลี้ยง ใช้บ่อซีเมนต์ขนาด 1 เมตร หรือถ้าไม่มี ก็ใช้ภาชนะอย่างอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน เช่น กล่องพลาสติก หรือ แก้วใส ที่ป้องกันจิ้งหรีดหนีออกได้ ในที่นี้ขอยกตัวอย่างการเลี้ยงจิ้งหรีดด้วยบ่อซีเมนต์ ภายในบ่อซีเมนต์จะเทปูนบางๆ ที่ก้นบ่อ และรองก้นบ่อด้วยดินร่วนปนทรายหนาประมาณ 1.5-2 นิ้ว ในการปูพื้นด้วยทรายนี้เพื่อให้เป็นสถานที่วางไข่ของจิ้งหรีด แล้วปิดฝาบ่อด้วยมุ้งเขียวเพื่อระบายอากาศ

          3. อาหาร ได้แก่


    - หญ้าสด ปัจจุบันใช้หญ้าขน หญ้าชันอากาศ

    - อาหารไก่ ใช้อาหารไก่เล็กผสมสำเร็จรูปชนิดเม็ด หรืออาหารปลากินพืชชนิดเม็ด

    - น้ำ ภาชนะสำหรับใส่น้ำไม่ต้องใหญ่มากนัก และใช้ฟองน้ำซับน้ำไว้เพื่อให้ลูกจิ้งหรีดกิน นอกจากนี้ ฟองน้ำยังช่วยเพิ่มความชื้นให้กับพื้นที่เลี้ยงด้วย เพราะความชื้นเป็นอีกปัจจัยที่จะทำให้จิ้งหรีดสามารถเติบโตได้เร็ว แต่ถ้าชื้นแฉะเกินไปอาจทำให้ไข่จิ้งหรีดเน่าได้

    4. การจัดการ

        4.1 การให้อาหารในบ่อเลี้ยง ตัดหญ้าสดทุก 2-3 วัน ให้แต่ละครั้งประมาณ 1 กำมือ ต่อ 1 บ่อเลี้ยง ถ้าเป็นอาหารไก่ ให้ในปริมาณ 2 กรัมต่อกล่อง ใส่ถ้วยพลาสติกวางไว้ในบ่อเลี้ยง เมื่อจิ้งหรีดยังเล็กให้เปลี่ยนอาหารทุก 7 วัน พออายุ 1 - 1 ? ปี ให้เปลี่ยนอาหารทุก 3 วัน ในการให้อาหารหากให้มากไปควรลดลง เพราะอาหารจะได้ไม่เน่าเสียก่อน

        4.2 ความสะอาด ควรตากบ่อปีละครั้งของทุกช่วงหน้าร้อน และดินที่ใส่ในบ่อควรจะเปลี่ยนหลังจากเลี้ยงจิ้งหรีดได้ 2 รุ่นแล้ว

        4.3 การป้องกันศัตรูของจิ้งหรีด จากการศึกษาพบว่าเมื่อใช้อาหารปลากินพืชชนิดเม็ด จะช่วยลดปัญหาเกี่ยวกับไรได้ ส่วนมดนั้นป้องกันได้โดยใช้ชอล์คขีดที่รอบบ่อ และถ้าทำให้พื้นที่สำหรับวางบ่อเป็นพื้นปูน มีร่องน้ำรอบๆ จะช่วยป้องกันมดและศัตรูอื่นๆ ได้ดียิ่งขึ้น


           5. การจำแนกเพศจิ้งหรีด ลักษณะของจิ้งหรีดทองดำเพศผู้และเพศเมีย มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน สังเกตได้จากเพศผู้ บริเวณปีกด้านหลังจะมีลายหยักชัดเจนกว่าเพศเมีย ส่วนการคัดพ่อและแม่พันธุ์นั้นควรคัดจิ้งหรีดที่มีขนาดโต และแข็งแรง หากนำจิ้งหรีดโตเต็มวัย ซึ่งมีอายุประมาณ 2-3 เดือนมาเลี้ยง จิ้งหรีดจะพร้อมผสมพันธุ์ทันที

            6. การเพาะเลี้ยงพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ ควรเลี้ยงพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ไว้ในกล่องพลาสติกหรือโหลแก้ว และในโหลแก้วให้ใส่ดินปนทรายน้ำหนัก 5 กก.ต่อ 1 โหลแก้ว จากนั้น ปล่อยให้จิ้งหรีดผสมพันธุ์ 10 วัน เมื่อเพศเมียวางไข่ สังเกตได้จากบริเวณผิวดินเป็นรู หรือมีรอยหลุมเล็กๆ คล้ายเข็มแทง ให้นำพ่อและแม่พันธุ์ออกจากกล่อง (แม่พันธุ์ 1 ตัว สามารถให้ลูกได้ประมาณ 1,000 ตัว)

           7. การเลี้ยงจิ้งหรีดวัยอ่อน ทำการย้ายจิ้งหรีดวัยอ่อนจากโหลแก้ว ลงเลี้ยงในบ่อ ขณะย้ายให้เอียงโหลแก้วลงตรงปากบ่อ เพราะลูกจิ้งหรีดจะกระโดดเข้าไปในบ่อเอง หลังจากนั้น ให้เทดินที่เหลือในโหลใส่ภาชนะอื่นและวางไว้ในบ่อ เพื่อให้ไข่ที่เหลืออยู่ในดินมีโอกาสได้ฟักเป็นตัว เมื่อตัวอ่อนจิ้งหรีดเริ่มมีติ่งปีก หรือระยะใส่เสื้อกั๊ก จะต้องงดอาหารและควรฉีดน้ำฝอย 2 เวลา เช้า-เย็น พร้อมให้หญ้าสดเล็กน้อย พ้นจากระยะเสื้อกั๊ก จิ้งหรีดจะลอกคราบเต็มวัย รวมเวลาที่เลี้ยงในบ่อประมาณเดือนครึ่ง ก็สามารถเก็บออกจำหน่ายได้

           8. การเก็บจิ้งหรีดออกจำหน่าย ตามปกติ จิ้งหรีดจะชอบหลบซ่อนอยู่ตามหญ้าแห้ง หรือฝังตัวอยู่ในดิน การเก็บจะยกหญ้าแห้งหรือโกยดินเพื่อนำจิ้งหรีดใส่ถุงตาข่าย

    
ปัญหาที่พบประจำในการเลี้ยงจิ้งหรีดทองดำ

                     ในช่วงระยะเวลาที่จิ้งหรีดลอกคราบ หากจัดการหาวัสดุหลบซ่อนให้จิ้งหรีดไม่ดี จะส่งผลให้จิ้งหรีดตัวที่อ่อนแอถูกจิ้งหรีดตัวอื่น ๆ จับกิน สร้างความเสียหายให้กับผู้เลี้ยงได้


   • เคล็ดลับการเลี้ยงจิ้งหรีดทองดำให้ได้ผลดี

    จะต้องเน้นอาหารและด้านจัดการความสะอาด ควรมีอาหารให้เพียงพอกับความต้องการตลอดวัน ทั้งหญ้าสดและอาหารไก่


การเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดทองดำ

                   จากวิธีการเลี้ยงจิ้งหรีดทองดำ จะพบว่ามีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก ลงทุนน้อย กำไรดี การเลี้ยงจิ้งหรีดทองดำจึงนับว่าเป็นช่องทางทำมาหากินอีกช่องทางหนึ่ง ผู้เลี้ยงสามารถส่งจิ้งหรีดขายตามร้านค้าที่ขายอาหารประเภทนี้ หรืออาจจะนำมาแปรรูปบรรจุกระป๋อง ส่งขายเพิ่มรายได้

แหล่งข้อมูล

ทัศนีย์ แจ่มจรรยา และคณะ."การเลี้ยงจิ้งหรีดทองดำเพื่อการค้า". แก่นเกษตร (เมษายน-มิถุนายน 2543): 55-57.


บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 43471
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 19,985
ออฟไลน์ ออฟไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 3.6.8 Firefox 3.6.8

trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: 01 สิงหาคม 2553, 08:44:41 PM »



การปล่อยพ่อ-แม่พันธุ์ ลงบ่อ

               ปล่อยพ่อ-แม่พันธุ์จิ้งหรีดลงบ่อ อัตรา 1:3 (พ่อพันธุ์ 1 ตัว แม่ พันธุ์ 3 ตัว) ใช้ตาข่ายและยางรัดขอบบ่อ คลุมปากบ่อและรัดยางให้เรียบ ร้อย เพื่อป้องกันจิ้งหรีดบินออก และป้องกัน ศัตรู เช่น จิ้งจก จิ้งเหลน คางคก เข้ากินหรือทำลาย ข้อควรระวังการเลี้ยงใน บ่อซีเมนต์อาจเกิดไรศัตรูจิ้งหรีดได้ง่าย ถ้าพื้นบ่อสกปรกอยู่นาน ไม่ควรให้ พื้นบ่อชื้นเกินไป และ ควรทำความสะอาด ล้างบ่อและตากบ่อทุกครั้งเมื่อจับ จิ้งหรีดในแต่ละรุ่น

การให้อาหารและน้ำ

                  จิ้งหรีดเป็นแมลงที่กินพืชเป็นอาหาร พืชอาหารสำหรับจิ้งหรีดเป็นประเภทยอดอ่อนของหญ้าสดทุกชนิด เช่น หญ้าขน หญ้ารูซี่ ผักตบชวา กาบกล้วย เป็นต้น สำหรับการเลี้ยงจิ้งหรีดให้โตเร็วและให้ผลผลิตสูง จำเป็นต้องให้อาหารเสริม การให้อาหาร น้ำ หญ้าสด ต้องให้ทุก 2 วัน อย่าให้ขาด( แต่ในปัจจุบันนินมใช้ฟักทองและผลไม้อื่นๆเป็นอาหารเสริมให้แก่จิ้งหรีดจะ ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้ได้มาก ) โดยหญ้าสดที่ให้ไม่ต้องเอาออกปล่อยให้แห้งภายในบ่อจะได้เป็นที่หลบซ่อนตัว ของลูกจิ้งหรีด แต่ระวังอย่าให้หญ้าทับถมกันจนเน่า จะทำให้เกิดความร้อน

                  ลูกจิ้งหรีดอาจตายได้ หากเกิดการเน่าให้นำออกไปประมาณ 3 สัปดาห์ ก็จะเห็นลูกจิ้งหรีดฟักออกจากไข่เต็มไปหมด ส่วนพ่อ-แม่พันธุ์ ที่ปล่อยนั้นจะตายหลังจากที่ออกไข่จนหมดทุกรุ่น

โรคและศัตรูของจิ้งหรีด

                 จิ้งหรีดเป็นแมลงที่ไม่ค่อยมีโรคและศัตรูรบกวนมากนัก โรคที่พบจะเป็นโรคระบบทางเดินอาหาร สำหรับศัตรูส่วนใหญ่จะเป็นพวกมด แมงมุม และไร เป็นต้น โรคและศัตรูที่พบควรป้องกันไว้ก่อนดีกว่าจะมาจำกัด ซึ่งเป็นอันตรายต่อจิ้งหรีด และผู้บริโภค

วิธีการป้องกันศัตรูจิ้งหรีด

                จิ้งหรีดจะกินพืชเป็นอาหารหลัก ศัตรูจะติดมากับพืชอาหาร เช่น ไร แมงมุม ก่อนนำมาให้จิ้งหรีดกินต้องนำมาล้างน้ำ แล้วผึ่งให้สะเด็ดน้ำก่อเพื่อล้างเอาศัตรูออกสำหรับมดก่อนนำจิ้งหรีดมาปล่อย ลงวงบ่อปูนจะต้องป้องกันด้วยการโรยยากำจัดมด รอบวงบ่อปูน หรือจะใช้ผ้าชุบน้ำมันเครื่องแล้วนำมาพันรอบวงปูนด้านล่าง
วิธีป้องกันโรคทางเดินอาหาร
การเกิดโรคทางเดินอาหารของจิ้งหรีด เกิดจากจิ้งหรีดได้รับอาหารที่ไม่สะอาดเกิดเชื้อรา
วิธีป้องกันคือ ต้องให้อาหารที่มีจำนวนพอเหมาะกับจำนวนของจิ้งหรีด หมั่นทำความสะอาดอย่าให้อาหาร เกิดเชื้อรา อาหารเสริมควร เปลี่ยนทุกครั้งเมื่อให้อาหาร เมื่อเก็บผลผลิตจนหมดแล้ว ควรทำความสะอาดวงบ่อให้สะอาด ก่อนนำจิ้งหรีดรุ่นใหม่มาเลี้ยงต่อไป

บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 43471
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 19,985
ออฟไลน์ ออฟไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 3.6.8 Firefox 3.6.8

trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: 01 สิงหาคม 2553, 08:47:06 PM »

เลี้ยงจิ้งหรีด มีตลาดเสมอ เป็นอาชีพหลักก็ได้ อาชีพเสริมก็ดี

            คงเคยเห็นมีคนนำจิ้งหรีดพร้อมกับแมลง อื่น ๆ มาทอดขาย... ขายให้กับผู้บริโภคที่นิยมรับประทานแมลงเป็นของว่าง จิ้งหรีดเองก็เป็นแมลงที่คนนิยมนำมาบริโภคและมีความปลอดภัย จิ้งหรีดออกหากินเวลากลางคืน พบเห็นตามธรรมชาติทั่วไป สามารถนำมาเลี้ยงขยายพันธุ์ได้ทุกพันธุ์ แต่พันธุ์ที่รู้จักกันแพร่หลายมีอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ จิ้งหรีดพันธุ์ทองดำ และพันธุ์ทองแดง พันธุ์ทองดำนิยมเลี้ยงกันมาก เนื่องจากสามารถขยายพันธุ์ได้เร็วและเลี้ยงง่าย สำหรับวันนี้มีคำแนะนำสำหรับผู้ที่อยากเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นอาชีพ เลี้ยงอย่างอื่นไม่ได้ผลก็หันมาเลี้ยงจิ้งหรีดเผื่อประสบความสำเร็จ หรือว่าจะเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมก็ไม่เห็นจะเป็นไร รายได้ก็จะเพิ่มมาอีกแน่นอน
 
               การเลี้ยงจิ้งหรีด ก็คือ การนำจิ้งหรีดมาเลี้ยงและมีการดูแล โดยมีหลักการที่ว่าจิ้งหรีดที่นำมาเลี้ยงนั้น จะต้องมีสภาพความเป็นอยู่เหมือนกับในธรรมชาติมากที่สุด ดังนั้น จึงต้องมีการเตรียมการและจัดการที่ดี ในการเลือกที่ตั้งโรงเรือนนั้น มีวิธีการดูดังนี้
 
1. บริเวณก่อสร้างโรงเรือนควรเป็นที่ดอน น้ำไม่ท่วมขัง
 
2. บริเวณที่จะเลี้ยงควรมีพื้นที่กว้างพอสมควร
 
3. บริเวณที่จะเลี้ยงต้องป้องกันฝนและแสงแดดจัดได้ โดยมีแสงแดดส่องผ่านประมาณ 30-40% ในช่วงเช้าและสาย มีอากาศถ่ายเทสะดวก
 
4. พื้นที่จะใช้เลี้ยงไม่ควรเป็นสถานที่มีโรคและการระบาดของแมลงศัตรูพวกมด ไร
 
5. พื้นที่ควรมีแหล่งอาหารธรรมชาติ หาได้ง่าย เช่น หญ้าจากธรรมชาติ ผักตบชวา เป็นต้น
 
           สำหรับ แบบโรงเรือนมีข้อแนะนำว่า โรงเรือนสามารถเลี้ยงได้ในสภาพทั่วไปที่มีอยู่ หรืออาจจะจัดทำโรงเรือนไว้เลี้ยงโดยเฉพาะที่ก็ได้ ถ้ามีทุนดำเนินการเพียงพอ หรือจะเลี้ยงใต้ชายคาบ้าน ใต้ถุนบ้านก็ได้ แล้วแต่ความเหมาะสม แต่ต้องมีการป้องกันการถูกฝนสาดถึง และป้องกันแดดจัดได้
 
ในส่วนของอุปกรณ์ในการเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นมีดังต่อไปนี้
 
           1.) บ่อจิ้งหรีด วัสดุที่จะนำมาเป็นสถานที่เพาะเลี้ยง มีอยู่มากมายหลายชนิด เช่น ถัง กะละมัง ปี๊บ เป็นต้น แต่ถ้าใช้วงปูน จะคงทนและสามารถใช้เลี้ยงจิ้งหรีดได้ตลอดไปและมีราคาไม่สูงนัก ง่ายต่อการเลี้ยงและป้องกันศัตรู วงปูนมีหลายขนาด แต่ขนาดที่เหมาะสมในการเลี้ยงและการจัดการควรเป็นวงขนาด 80 x 50 ซม. ซึ่งสามารถปล่อยแม่พันธุ์ 3 ตัว ต่อพ่อพันธุ์ 1 ตัว
 
          2.) แผ่นพลาสติกและเทปกาว แผ่น พลาสติกและเทปกาวจะใช้ติดรอบวงในด้านบนเพื่อป้องกันจิ้งหรีดไม่ให้ออกนอกวง จะใช้พลาสติกตัดกว้างประมาณ 2-3 นิ้ว ให้ยาวเท่าเส้นรอบวง ในการใช้กระดาษกาวติดทับพลาสติกวงปูน (ติดพลาสติกครึ่งหนึ่ง ติดขอบบ่อครึ่งหนึ่ง)
 
          3.) ยางรัดปากวง ยางในรถจักรยานหรือรถจักร ยานยนต์ ตัดให้มีขนาดกว้างน้อยกว่าขอบวงด้านนอก ตัดอย่าให้มีความกว้างของยางมาก เพื่อความสะดวกเมื่อเวลายืดรัดตาข่ายกับขอบวง
 
           4.) กาบมะพร้าว เป็นวัสดุเพื่อใช้วางในวงท่อปูนสำหรับเป็นที่หลบซ่อนของจิ้งหรีด จะใช้กาบมะพร้าวแห้งประมาณ 2-4 ชิ้น
 
            5.) เศษหญ้าแห้ง เป็นวัสดุที่ใช้วางทับกาบมะพร้าว ใช้ทับหนาประมาณ 2 ซม. เพื่อป้องกันแสงสว่างและให้ความอบอุ่นแก่จิ้งหรีด
 
            6.) ถาดน้ำและถาดอาหาร ควรเป็นถาดที่ไม่ลึกมาก เพื่อให้จิ้งหรีดได้ขึ้นกินอาหารและน้ำได้สะดวก 1 วง จะมีถาดอาหารและน้ำอย่างละ 2 ที่
 
             7.) พลาสติกไนลอนสีเขียว เป็นตาข่ายสำหรับปิดปากวงบ่อปูน เพื่อป้องกันการบินหนีของจิ้งหรีดตัวเต็มวัยและป้องกันศัตรูเข้าทำลาย จิ้งหรีด ตัดให้มีความกว้างกว่าปากวงบ่อปูนรอบนอกเล็กน้อย เช่น วงขนาด 80 ซม. จะติดตาข่ายไนลอนสีเขียวขนาด 100x100 ซม.
 

หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
 
บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal