หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีการเพาะเห็ดหูหนูในขอนไม้  (อ่าน 3384 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 43533
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 19,585
ออฟไลน์ ออฟไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: 28 พฤษภาคม 2553, 07:40:03 AM »




                    เห็ดหูหนูเป็นเห็ดชนิดหนึ่งในหลายชนิด ที่นิยมบริโภค และยังถือว่าเป็นยารักษาโรคอีกด้วย ดอกเห็ดมีลักษณะเป็นแผ่นวุ้น คล้ายหูของหนู ไม่มีกลีบดอก มีก้านสั้นมากหรือไม่มี เริ่มแรกการเพาะเห็ดหูหนู กระทำโดยเอาไม้ที่เห็ดหูหนูชอบขึ้น เช่น ไม้แค ไม้ขนุน ไม้ฝรั่ง ไม้มะม่วง ตัดเป็นท่อน ๆ มากองสุมรวมกัน จนไม้ผุ แล้วหาท่อนไม้ที่มีเห็ดหูหนูเกิดขึ้นตามธรรมชาติ มากองสุมรวม เมื่อเข้าฤดูฝนเห็ดหูหนูก็จะเกิดขึ้นมา สามารถเก็บผลผลิตได้

                   ต่อมาในปัจจุบันมีการพัฒนาทางวิชาการสามารถแยกเชื้อเห็ดหูหนูได้ และมีการขยายเชื้อให้เหมาะสม สามารถเจาะใส่ลงไปในเนื้อไม้ ทำให้ได้ผลผลิตที่แน่นอนตรงตามความต้องการของผู้ผลิต

                    เห็ดหูหนู มีขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ บนขอนไม้ หรือไม้ผุ เห็ดหูหนูมีมากมายหลายชนิด แต่ละชนิดมีขนาดสีสันรูปร่างและลักษณะแตกต่างกันไปที่จะกล่าวถีงมีอยู่ ๓ ชนิด

                     ๑. เห็ดหูหนูจีน ดอกเห็ดมีลักษณะบางสีน้ำตาลอ่อนหรือดำ มักออกดอกเดี่ยว นอกจากใช้เป็นอาหารแล้ว ชาวจีนยัง นิยมใช้เป็นยาแก้ร้อนใน

                     ๒. เห็ดหูหนูชนิดหนา มีเนื้อหนามากกว่าชนิดแรก ไม่เป็นเมือก ดอกเห็ดบานได้นาน กว่าชนิดแรก เห็ดหูหนูชนิดนี้มี ๓ สี แตกต่างกันออกไป คือ สีดำสนิท สีน้ำตาลแดง และสีขาวเผือก

                     ๓. เห็ดหูหนูขาว มีเนื้อนิ่มเป็นเยลลี่คล้าย ๒ ชนิดแรก แต่มีดอกหยิกหยักมากกว่า และมีสีขาว สะอาด ใช้เป็นยาราคาแพงมาก


อุปกรณ์ที่ใช้ในการเพาะเห็ดหูหนูในท่อนไม้ เป็นวิธีการที่ทำได้ง่าย ๆ คุ้มต่อการลงทุน ต้องมีวัสดุอุปกรณ์ที่เหมาะสม ดังนี้

1. ไม้ที่ใช้เพาะเห็ด

2. สถานที่ หรือโรงเรือน

3. อุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกในการเพาะ

ไม้ที่ใช้เพาะเห็ดหูหนู


                        ไม้ที่ใช้ควรเป็นไม้เนื้ออ่อน อาจจะเป็นไม้เนื้อแข็งก็ได้ แต่ไม้เนื้ออ่อนจะให้ผลผลิตมากและเร็ว แต่ไม้เนื้อแข็งสามารถเก็บผลผลิตได้นานกว่า ส่วนไม้ที่นิยมใช้กันมากคือ ไม้แค ไม้ทองหลาง ไม้มะม่วง ไม้นนทรีย์ ไม้ขนุน ไม้ทองกวาว ไม้ยางพารา ไม้ก้ามปู ฯลฯ

สถานที่

                โรงเรือนที่ใช้มีหลังคาทำด้วยจากหรือแฝก สูง 3-3.50 เมตร จั่วลาด 30 องศา ถ่ายเทอากาศได้ดี ระบายน้ำได้ดี พื้นควรปูด้วยทราย หรือหิน เกล็ดเล็ก ๆ ด้านข้างทำด้วยพลาสติกสานปล่อยลอยชาย จะทำให้สะดวกต่อการควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น การระบายอากาศ


อุปกรณ์ที่ใช้อำนวยความสะดวกในการเพาะเห็ด

                   เครื่องเจาะที่นิยมกันคือ ค้อน สำหรับเจาะไม้ ตรงปลายฆ้อนจะมีลักษณะคล้ายเหล็กเจาะประเก็น มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-1.2 เซนติเมตร (4-5 หุน) หรือจะใช้เหล็กเจาะประเก็นธรรมดาก็ได้ โดยใช้ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร (4 หุน) โดยใช้ค้อนธรรมดาเป็นตัวตอก และเป็นขนาดที่มีฝาปิดรู เป็นพลาสติก ซึ่งมีจำหน่าย สะดวกในการปฏิบัติงาน
บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 43533
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 19,585
ออฟไลน์ ออฟไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: 28 พฤษภาคม 2553, 07:40:23 AM »

ขั้นตอนและวิธีการเพาะเห็ดหูหนูในท่อนไม้

สำหรับขั้นตอนนี้แบ่งแยกออกเป็น

1. สายพันธุ์ของเชื้อเห็ดหูหนูบริสุทธิ์

2. การคัดเลือกท่อนไม้และชนิดของไม้

3. การเจาะรู สำหรับใส่เชื้อเห็ด

4. การใส่เชื้อ และอุดรูท่อนไม้

5. การพักบ่มท่อนไม้เพื่อให้เชื้อเจริญ

6. การเร่งท่อนไม้เพื่อให้เห็ดหูหนูออกดอก

7. การเก็บเกี่ยว และดูแลรักษาให้เกิดดอกในรุ่นต่อไป

                 1. สายพันธุ์ของเชื้อเห็ดหูหนูบริสุทธิ์ ซึ่งได้มาจากการแยกเชื้อจากเนื้อเยื่อตามเทคนิค เลี้ยงในอาหารวุ้น จนได้เส้นใยเห็ด นำมาเลี้ยงต่อในเมล็ดข้าวฟ่างในขวดแบนที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วจนได้เส้นใยก็ สามารถนำมาใช้ได้ หรือจะใช้เลี้ยงในขี้เลื่อยก็ใช้ได้ดีเช่นเดียวกัน (แต่ต้องระวังอย่าใส่อาหารเสริม เช่น ดีเกลือ)

                 2. การคัดเลือกท่อนไม้และชนิดของไม้ ไม้ถ้าอายุน้อย จะให้ผลผลิตเร็ว และหมดเร็ว ถ้าไม้แก่เชื้อเห็ดจะเจริญได้ช้า และออกดอกช้า เก็บผลผลิตได้ อายุของไม้ควรอยู่ที่ 3-5 ป ท่อนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 เซนติเมตรขึ้นไป เมื่อตัดไม้เป็นท่อนแล้วจะสังเกตเห็ดแก่นไม้ ถ้าท่อนไม้ที่มีคุณภาพที่ดีต้องมีแก่นไม้น้อย มีความหนาของเปลือกไม้มาก ความยาวของท่อนไม้ขนาดที่เหมาะสมคือ 1 เมตร ถ้าเป็นไม้ที่มียาง ควรปล่อยให้ยางไหลออกให้หมดเสียก่อน โดยทิ้งไว้ประมาณ 7-10 วัน

                 3. การเจาะรูสำหรับใส่เชื้อเห็ด เมื่อเลือกท่อนไม้ได้ความต้องการแล้วก็นำมาเจาะรูด้วยเครื่องมือสำหรับเจาะ ดังที่กล่าวมาแล้ว รูแรกให้เจาะห่างจากหัวท่อนไม้ประมาณ 3-4 เซนติเมตร จนสุดท่อนและเจาะแถวใหม่ให้สลับกันไป โดยเลือกระยะห่างเท่าเดิม โดยใช้ตำแหน่งตรงกลางของแถวแรกเป็นสลับฟันปลา โดยให้ลึก ประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร

                 4. การใส่เชื้อเห็ดและอุดรูท่อนไม้ เชื้อที่นิยมใช้กันเป็นเชื้อที่เจริญในขี้เลื่อย หรือเมล็ดข้าวฟ่าง โดยนำเชื้อออกจากขวดมาคลุกกันให้ทั่ว แล้วนำไปใส่ในรูที่เจาะกดเบา ๆ พอแน่น แล้วนำจุกพลาสติกสำหรับเพาะเห็ดหูหนูอุดแล้วใช้ค้อนตอกย้ำเบา ๆ อาจจะใช้ส่วนของไม้ที่เหล็กเจาะออกมาใช้อุดก็ได้ เพราะมีขนาดเท่ารูที่เจาะออกมาพอดี แต่จะมีปัญหาการหลุดออกมาจากการแห้งของไม้

                 5. การพักบ่มท่อนไม้เพื่อให้เชื้อเจริญ การพักบ่มเพื่อให้เชื้อเห็ดเจริญในท่อนไม้ ต้องอาศัยความชำนาญ และประสบการณ์พอสมควร เพราะเราไม่สามารถเห็นการเจริญของเชื้อเหมือนกับเพาะในถุงพลาสติก โดยเชื้อเห็ดจะเจริญไปทั่วเปลือกไม้ ต้องใช้เวลา 30-40 วัน ควรวางท่อนไม้แบบวางหมอนรถไฟซ้อนสูงกันประมาณ 1 เมตร แต่ละท่อนให้ห่างกัน 8-10 เซนติเมตร ในโรงเรียนถ้ามีอากาศหนาวเย็นให้คลุมด้วยพลาสติกบางใส เมื่อครบ 15-20 วัน ควรกลับกอง โดยเอาท่อนบนลงล่างสลับกันแล้วบ่มต่อจนครบเวลา
บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 43533
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 19,585
ออฟไลน์ ออฟไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: 28 พฤษภาคม 2553, 07:40:45 AM »


                     6. การเร่งท่อนไม้เพื่อให้เห็ดหูหนูออกดอก กระทำได้หลายวิธี บางครั้งถ้าเป็นฤดูฝนอากาศมีความชื้นมาก สามารถรดน้ำแล้วนำไปวางในโรงได้เลย ถ้าอากาศแห้งทำได้โดยนำท่อนไม้ไปแช่น้ำ ไว้ประมาณ 12-24 ชั่วโมง แล้วนำมาเรียงในโรงเปิดดอกได้เช่นเดียวกัน วิธีการวางท่อนไม้ในโรงเปิดดอกให้คำนึงถึงความสะดวกในการทำงานและการดูแล โดยทั่วไปจะนิยมวิธีวางไม้แบบเผาข้าวหลาม สามารถดูแลเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ง่าย เพียงแต่มีคานไม้แล้ววางท่อนไม้สลับกันไป 2 ด้าน ห่างกันประมาณ 10-15 เซนติเมตร เมื่อนำเข้าโรงเปิดดอกแล้ว ต้องรดน้ำเช้า-เย็น เพาะเห็ดหูหนูต้องการความชื้นสูง จึงควรรักษาความชื้นในพื้นให้สูงไว้ ควรใช้หัวฉีดพ่นฝอยเพาะจะได้ลดแรงกระทบของน้ำอาจจะเป็นอันตรายต่อดอกเห็ดใน เมื่อมีดอกเห็ดเจริญบนท่อนไม้แล้ว ห้ามเคลื่อนย้ายท่อนไม้จะให้มีลมพัดโกรกแรง และอย่าให้ถูกแสงมาก ดอกเห็ดจะกร้านดอกหนา เมื่อดอกเห็ดเจริญออกมาแล้วประมาณ 5-10 วัน ก็เก็บดอกได้

                    7. การเก็บเกี่ยวและดูแลรักษาให้เกิดดอกในรุ่นต่อไป เนื่องจากการเพาะเห็ดหูหนูบนท่อนไม้ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวดอกเห็ดนานถึง 8-10 เดือน หรือจนท่อนไม้ผุพังไปเลย ผู้ประกอบการจึงต้องใช้เวลาในการดูแลรักษาอย่างมาก ดอกเห็ดหูหนูจะเก็บได้ ต้องมีขนาดของดอก และขอบของดอกเห็ดจะบาง และเริ่มเป็นลอนให้ถึงออกจากท่อนไม้ อาจจะมีดอกหลายขนาดปนกันอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ให้เก็บทั้งหมดแล้วนำมาตัดแต่ง จะบริโภคสดหรือจะนำไปตากแห้งเป็นเห็ดแห้ง สามารถเก็บไว้ได้นาน ดอกเห็ดแต่ละรุ่นจะเก็บได้ห่างกันประมาณ 10 วัน ถ้ามีดอกเห็ดเล็ก ๆ หลงเหลืออยู่ให้เก็บออกให้หมด เพราะดอกเห็ดนี้ไม่สามารถโตได้อีก เป็นสาเหตุของการปนเปื้อนได้ เมื่อหมดรุ่นแล้วให้หยุดการรดน้ำ ทำความสะอาดโรงเรือน พักท่อนไม้ไว้ 5-7 วัน แล้วเริ่มรดน้ำใหม่ ก็จะได้ดอกเห็ดรุ่นใหม่เกิดขึ้น และทำเช่นเดียวกันจนท่อนไม้ผุพัง หรือไม่เกิดดอกเห็ด


ไรศัตรูเห็ดมี 8 ชนิด ซึ่งในที่นี้จะกล่าวถึง 4 ชนิดที่เป็นศัตรูสำคัญในการเพาะเห็ด

                   1. ไรไข่ปลา L.perniciosus เป็นไรที่มีขนาดเล็กมาก ตัวเต็มวัยเพศเมียระยะก่อนท้อง ความยาวของลำตัวไม่นับอวัยวะส่วนปากเฉลี่ย 0.13 มม. ความกว้างของลำตัวเฉลี่ย 0.075 มม. ลำตัวใสไม่มีสี มีขาคู่หน้าที่ใหญ่และแข็งแรง โดยเฉพาะปล้องสุดท้ายของขาคู่หน้า ขยายใหญ่กว่าปล้องอื่น ๆ มีลักษณะคล้ายกำปั้น ปลายสุดมีเล็บใหญ่ งองุ้มคล้ายตะขอส่วนขาคู่อื่น ๆ มีปลายขาเรียวเล็ก ปลายสุดของขามีเล็บแยกออกเป็น 2 เล็บ ตรงกลางมีแผ่นเยื่อบาง ๆ ตัวเต็มวัยเพศเมียระยะท้องจะเกาะนิ่งอยู่กับที่ โดยสังเกตเห็นเม็ดกลมใส ๆ คล้ายไข่ปลา คือส่วนท้องของตัวแม่ที่ขยายพองออกพร้อมที่จะแพร่พันธุ์ให้ลูกต่อไป เมื่อไรตัวแม่มีอายุมากขึ้น ส่วนของลำตัวจะมีสีเหลืองเข้ม มีขนาดเฉลี่ย 1.31 มม. ปกติไรจะเคลื่อนไหวได้รวดเร็วมาก โดยเฉพาะตัวเต็มวัยเพศเมียระยะก่อนท้อง จะใช้ขาคู่หน้ากวาดไปมารอบ ๆ เมื่อโตเต็มที่จะตั้งท้องและหยุดเคลื่อนไหวทั้งที่ได้รับการผสมพันธุ์และไม่ ได้รับการผสมพันธุ์ ซึ่งไรสามารถสืบพันธุ์ได้ทั้ง 2 แบบ ในกรณีที่มีการระบาดของไรชนิดนี้อย่างรุนแรง จะเห็ดเม็ดกลม ใส เรียงติดกันแน่นเป็นกระจุก จนมองไม่เห็นผิวของวัสดุที่ใช้เพาะเห็ดในถุงเลย ไรชนิดนี้ทั้งระยะไข่และตัวอ่อนจะเจริญอยู่ภายในท้องแม่ เมื่อเป็นตัวเต็มวัยแล้วก็จะเจาะเปลือกไข่ออกมาอยู่ภายในท้องของตัวแม่ระยะ หนึ่ง จากนั้นท้องของตัวแม่จะแตกออก ไรตัวเต็มวัยก็จะแพร่กระจายออกมาเพื่อหาแหล่งอาหารใหม่ต่อไป ไรไข่ปลาจะทำลายเห็ดหูหนูตั้งแต่ระยะที่เป็นเส้นใยไปจนถึงระยะเกิดดอก

                  โดยจะดูดทำลายเส้นใยเห็ด เริ่มจากปากถุงลงมายังก้นถุง ถ้ามีการระบาดรุนแรงจะทำให้เห็ดไม่สามารถเจริญเป็นดอกได้ ในกรณีที่การทำลายเริ่มเกิดในระยะที่เส้นใยเดินเกือบเต็มถุงใกล้จะออกดอก จะมีผลทำให้ดอกเห็ดที่เกิดมีลักษณะคุดแคระแกรน ไม่เจริญเหมือนดอกปกติ แต่ถ้าไรเริ่มเข้าทำลายในระยะหลังที่เห็ดเริ่มให้ดอกแล้ว ก็อาจไม่มีผลกระทบต่อผลผลิตมากนัก นอกจากไรไข่ประหลาดูดทำลายเห็ดหูหนู แล้วยังทำลายเห็ดขอนขาว เห็ดกระด้าง เห็ดหลินจือ และเห็ดเข็มเงิน แต่ไม่ทำลายเส้นใยเห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม เห็ดนางรมภูฐาน เห็ดนางรมฮังการี เห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดหอม และเห็ดแครง
บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 43533
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 19,585
ออฟไลน์ ออฟไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: 28 พฤษภาคม 2553, 07:41:03 AM »

                     2. ไรดีด F. heteromorphus เป็นไรที่มีขนาดเล็ก ตัวเต็มวัยเพศเมียระยะก่อนท้อง ลำตัวขาวใส ความยาวลำตัวเฉลี่ย 0.103 มม. กว้าง 0.058 มม. หัวท้ายมน ขาสั้น อวัยวะส่วนปากยื่นโผล่ออกจากส่วนของลำตัวเล็กน้อย ท้ายสุดของลำตัวจะมีขนเส้นใหญ่ยาวและแข็งแรงอยู่ 1 คู่ ขนคู่นี้มีส่วนช่วยในการดีดของไรชนิดนี้ ทำให้มันสามารถดีดตัวเองให้ลอยไปตกในที่ต่าง ๆ ได้เป็นระยะทางไกล ขาทั้ง 4 คู่ มีลักษณะอ้วน สั้น โคนขาใหญ่ ปลายขาเรียวเล็ก ขาคู่ที่ 1 มีขนาดใหญ่และแข็งแรงกว่าขาคู่อื่น ๆ ที่ปลายขามีเล็บใหญ่ งองุ้มจำนวน 2 เล็บ ที่ปล้องสุดท้ายของขาคู่ที่ 1 มีขน ลักษณะคล้ายกระบองอยู่ 1 เส้น ส่วนขาคู่อื่น ๆ เล็บที่ปลายขาจะมีขนาดเล็ก และเห็นไม่ค่อยชัด และมีแผ่นเป็นเยื่อบาง ๆ อยู่ตรงกลางระหว่างเล็บทั้ง 2 ข้าง ตัวเต็มวัยเพศผู้ไม่มีขนแข็งยาวแหลมที่บริเวณท้ายสุดของลำตัว แต่จะเห็นอวัยวะเพศผู้ตั้งอยู่ตรงบริเวณกึ่งกลางของลำตัวด้านท้องปล้องสุด ท้าย ตัวเต็มวัยเพศเมียระยะท้อง ซึ่งมีลักษณะส่วนท้องขยายพองออกเป็นหลอดยาว สีขาวขุ่น เกาะติดแน่นอยู่กับวัสดุเพาะและที่ถุงพลาสติกสามารถมองเห็ดได้ด้วยตาเปล่า ไรชนิดนี้จะพบทำลายเห็ดในระยะที่เส้นใยกำลังเจริญอยู่ในถุงก้อนเชื้อ ทั้งในระยะบ่มเส้นใยและในระยะเปิดดอก ไรจะดูดทำลายเส้นใยเห็ด ทำให้เส้นใยสีขาวที่เดินเต็มถุงแล้วนั้นฝ่อไป เหลือแต่วัสดุที่ใช้เพาะซึ่งเป็นก้อนขี้เลื่อยสีน้ำตาลแดง และเกษตรกรเรียกว่าไรแดง เนื่องจากถูกไรทำลายจนเห็นก้อนขี้เลื่อยเป็นสีน้ำตาลแดง

                       เมื่อมีการระบาดอย่างรุนแรงจะพบไรเป็นจำนวนมากเกินปะปนอยู่ในวัสดุเพาะ ภายในถุงและที่บริเวณด้านบน และเกาะที่ข้างถุงพลาสติก ตัวเต็มวัยเพศเมียระยะก่อนท้อง นอกจากจะเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วตลอดเวลาแล้ว ยังสามารถดีดตัวเองให้ลอยไปตกที่ต่าง ๆ ได้เป็นระยะทางไกล ๆ ด้วย ซึ่งจากลักษณะพิเศษนี้ทำให้ไรดีดสามารถแพร่กระจาย จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้อย่างรวดเร็วมาก ก้อนเชื้อเห็ดที่ถูกไรนี้ทำลายเส้นใยจนหมดจะไม่สามารถให้ดอกได้สำหรับก้อน เชื้อเห็ดที่เปิดดอกแล้วในโรงเรือนเมื่อไรสามารถเข้าไปเจริญอยู่ภายในถุง ครั้งแรกเมื่อยังมีปริมาณประชากรน้อยอยู่ ก็ยังสามารถให้ดอกได้ ต่อมาเมื่อไรสามารถเพิ่มปริมาณมากขึ้น จะดูดเส้นใยหายไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งหมด ทำให้ไม่สามารถให้ดอกได้ ดังนั้นเมื่อพบว่ามีเส้นใยเริ่มขาดหายไป ต้องรีบนำออกทิ้งทันที มิฉะนั้นจะระบาดและลุกลามไปสู่ก้อนเชื้อเห็ดก้อนอื่น ๆ นอกจากจะทำความเสียหายให้กับถุงก้อนเชื้อนางรมฮังการีอย่างรุนแรงแล้ว ยังเป็นศัตรูสำคัญของเห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดนางรม และเห็ดหูหนู


                      3. ไร D. indica เป็นไรที่มีขนาดเล็ก ตัวเต็มวัยเพศเมียระยะก่อนท้องความยาวของลำตัวเฉลี่ย 0.132 มม. ลำตัวแคบยาวด้านท้ายมน ลำตัวด้านหน้าจะแคบเล็ก ส่วนกว้างที่สุดจะอยู่ตรงบริเวณกึ่งกลางลำตัว ตัวมีสีขาวใส ผนังลำตัวเรียบ บริเวณซึ่งเป็นที่ตั้งของอวัยวะส่วนปากที่มีลักษณะเป็นแคปซูล ( capsule) ด้านหลังมีร่องแบ่งลำตัว ระหว่างด้านหลังตอนหน้ากับตอนท้าย บนลำตัวด้านหลังส่วนหน้ามีขนซึ่งมีลักษณะพิเศษที่เรียกว่า bothrydium อยู่ 1 คู่ ขนดังกล่าวมีปลายขนแผ่ขยายออกเป็นแผ่นกลม ตัวเต็มวัยเพศผู้รูปร่างลักษณะโดยทั่วไปคล้ายเพศเมีย แต่ลำตัวอ้วนและสั้นกว่าเพศเมียเล็กน้อย ตัวเต็มวัยเพศเมียระยะท้องจะเกาะติดอยู่ที่บริเวณผิวของก้อนเชื้อเห็ดทั้ง ที่ปากถุงและข้างถุง เป็นเม็ดค่อนข้างกลม หัวและท้ายแหลม มีสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน มองเห็ดได้อย่างชัดเจนด้วยตาเปล่า แต่ปริมาณประชากรจะไม่เกิดขึ้นพร้อมกันเป็นปริมาณมากดังเช่นไรไข่ปลา

                      ไรชนิดนี้สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว โดยจะเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เป็นศัตรูที่สำคัญของเห็ดที่เพาะเป็นการค้าหลายชนิด เช่น เห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดนางรม เห็ดนางรมภูฐาน เห็ดหูหนู เห็ดยานางิ และเห็ดหอม โดยจะทำลายเส้นใยเห็ด ทำให้เส้นใยที่เจริญอยู่รอบ ๆ ก้อนเชื้อหายไป เหลือแต่วัสดุที่ใช้เพาะเป็นสีน้ำตาล ไรจะทำลายเส้นใยทั้งในระยะที่กำลังเจริญอยู่ในขวดหัวเชื้อที่ทำด้วยเมล็ด ข้าวฟ่าง และในระยะที่เจริญอยู่ในถุงก้อนเชื้อ ถุงก้อนเชื้อที่ถูกไรชนิดนี้เข้าทำลายจะไม่สามารถเจริญให้ดอกตามปกติได้
บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
♥ สาวภูไทสกลนคร ♥
คะแนนแทนกำลังใจ: 43533
เหรียญรางวัล:
Good PerformTop PosterAdministatorจอมงอแง
กระทู้: 19,585
ออฟไลน์ ออฟไลน์
☺งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ แต่ฟังเหตุผล☺
trytodream@live.com เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: 28 พฤษภาคม 2553, 07:41:15 AM »

                      4. ไรขาวใหญ่ H. bakeri เป็นไรศัตรูเห็ดที่มีขนาดใหญ่กว่าไรศัตรูทั้ง 3 ชนิด ความยาวลำตัวเฉลี่ย 0.315 มม. กว้างเฉลี่ย 0.194 มม. ตัวเต็มวัยเพศเมียมีลักษณะอ้วนกลม ตอนท้ายของลำตัวจะกว้างแล้วค่อย ๆ เรียวแคบเล็กลงทางตอนหน้า ลำตัวมีสีขาวทึบ ปลายขาทั้ง 4 คู่ มีสีน้ำตาลอ่อน ด้านหลังมีร่องแบ่งลำตัวตอนหน้าออกจากลำตัวด้านท้าย เห็นได้อย่างชัดเจน


                      ที่ผิวของลำตัวด้านหลังจะมีขนเป็นเส้นเล็ก ๆ สั้น ๆ มีโคนขาใหญ่ปลายเรียวเล็ก ที่ปลายขามีเล็บแหลม และมีขนยาวอยู่ที่ปลายขาคู่ที่ 1 และขาคู่ที่ 2 ข้างละ 1 เส้น อวัยวะใช้สำหรับกัดกิน มีรอยหยักเป็นฟันเลื่อย เคลื่อนไหวช้ากว่าไรศัตรูเห็ด 3 ชนิดแรก วงจรชีวิตของไรชนิดนี้จะแตกต่างจากไรศัตรูเห็ดทั้ง 3 ชนิด คือ ไข่ และตัวอ่อน ซึ่งมี 3 ระยะ จะเจริญเติบโตอยู่นอกลำตัวแม่ ไข่มีลักษณะกลมรีคล้ายรูปไข่หัวท้ายมน มีสีขาวขุ่น สีของไข่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาการเจริญเติบโต ตัวอ่อนเมื่อฟักออกจากไข่ใหม่ ๆ จะไม่เคลื่อนที่ ลำตัวไม่มีสีและค่อนข้างกลม ตัวอ่อนระยะที่ 1 มี 6 ขา ตัวอ่อนระยะที่ 2 และ 3 มีขา 8 ขา ในกรณีที่สภาพแวดล้อมในโรงเรือนเกิดเปลี่ยนแปลงไป


                      ทำให้ไม่เหมาะสมกับการอยู่อาศัยของไร หรือในสภาพที่อาหารในถุงเกิดขาดแคลน ไรจะเคลื่อนย้ายออกจากถุงไปยังแหล่งอาหารที่สมบูรณ์กว่า ในรูปของตัวอ่อนระยะที่ 3 ( hypopu) ซึ่งมีรูปร่างแตกต่างไปจากตัวเต็มวัยและตัวอ่อนระยะที่ 3 ในสภาพปกติโดยสิ้นเชิง ไรในระยะนี้จะมีผนังของลำตัวค่อนข้างแข็ง ทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ดี ลำตัวมีสีน้ำตาล ใต้ท้องมีอวัยวะพิเศษเรียกว่า sucker plate สำหรับเกาะติดไปกับขาของแมลงและไรชนิดอื่น ๆ เพื่อเคลื่อนย้ายไปหาแหล่งอาหารใหม่ที่สมบูรณ์กว่า ไรในระยะนี้มีอวัยวะส่วนปากที่ไม่เจริญ ทำให้มันสามารถถอดอาหารได้เป็นเวลานาน และมีการเคลื่อนไหวได้รวดเร็วกว่าไรในระยะอื่น ๆ เป็นศัตรูที่สำคัญของเห็ดนางรม เห็ดนางรมภูฐาน เห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดหอม เห็ดหูหนู และหัวเชื้อเห็ดฟาง ในระยะที่เส้นใยกำลังเจริญอยู่ในถุงก้อนเชื้อ ไรจะกัดกินและทำลายเส้นใยให้ขาดหายไป การทำลายจะเริ่มที่ปลายของเส้นใยก่อน เมื่อมองจากข้างถุงจะเห็ดแนวที่เส้นใยขาดหายไป เส้นใยจะหยุดชะงักการเจริญเติบโตตอนปลายของเส้นใยจะกุดด้วนเส้นใยไม่ฟู ส่วนใหญ่จะพบการระบาดในถุงก้อนเชื้อที่มีความชื้นค่อนข้างสูง
       
ขอคุณที่มา : kanchanapisek.or.th - thaigreenagro.com
บันทึกการเข้า
imza
ทุกสิ่งอย่างวางไว้เพื่อให้คิดถึงกัน 
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal