หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: แกงคั่วซี่โครงหมูอ่อน กับ"หน่อไม้เผา"  (อ่าน 1824 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
คะแนนแทนกำลังใจ: 283
เหรียญรางวัล:
แฟนพันธุ์แท้ผู้บำเพ็ญประโยชน์ดีเด่น
กระทู้: 1,381
ออฟไลน์ ออฟไลน์
« เมื่อ: 30 พฤษภาคม 2553, 04:34:54 AM »




แกงคั่วซี่โครงหมูอ่อนกับ"หน่อไม้เผา"


                  ในนฤดูฝนอาหาร การกินของชาวทุ่งอุดมสมบูรณ์กว่าฤดูอื่นโดยเฉพาะพวกพืชผักผลไม้ เมื่อเทวดาช่วยรดน้ำให้ต้นไม้ใบหญ้าจึงเติบโตงอกงามเขียวขจี พืชผักบางอย่างหากินได้ง่ายในเฉพาะหน้าฝน

                   หน่อไม้เป็นของอร่อยมีมากหากินได้ง่ายในหน้าฝนเช่นกัน ที่บ้านริมแม่น้ำน้อย มีไผ่ปลูกอยู่รอบบ้านเป็นรั้วบ้าน เป็นไม้กันลม ตามที่เคยเล่าไว้ แต่เป็นไผ่ชนิดที่เรียกกันว่า “ไผ่สีสุก” ชื่อเป็นมงคล หน่อกินได้ เนื้อไม้มีประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันของชาวทุ่งมากมายหลายอย่าง

แกงคั่วซี่โครงหมูอ่อนกับหน่อไม้เผา

                 ชาวทุ่งกินหน่อไม้ไผ่สีสุกกันมาตลอดหลายชั่วอายุคน เพราะไม่มีหน่อไม้ชนิดอื่นให้เลือก ชาวทุ่งบางบ้านปลูกไม้ไผ่รวกแต่ก็มีจำนวนน้อย และแคระแกร็นไม่เติบโตงอกงาม อาจเป็นเพราะแร่ธาตุในดินหรือภูมิประเทศไม่เหมาะสมก็เหลือจะคาดเดา

                ไม้ไผ่สีสุกนั้นปล้องยาว รูในปล้องกว้าง เนื้อไม้ไม่หนามากนัก แม้ชาวทุ่งจะไม่มี “ไผ่ข้าวหลาม” แต่ชาวทุ่งก็ได้อาศัยปล้องไผ่สีสุกนี้เอง ทำข้าวหลามกินได้เช่นเดียวกัน เนื้อไม้ไผ่สีสุกยิ่งแก่ยิ่งแกร่งส่วนโคนของต้นไผ่ที่แก่จัดชาวทุ่งบางบ้าน นำมาใช้ทำเป็นเสาปลูกบ้านหลังคามุงจากหลังย่อม ๆ ได้สบาย

                  หน่อไม้ที่กินอร่อยที่สุดคือ หน่อของไผ่ซางและไผ่รวก ที่ไม่อ้างถึงหน่อไม้ไผ่ตงหรือหน่อไม้ไผ่จีนก็เพราะชาวทุ่งไม่เคยรู้จัก ตัวผมเองเพิ่งมารู้จักและได้กินหน่อไม้ไผ่ตงเมื่อสัก ๒๐ ปีมานี้ คือในช่วงที่เกษตรกรตื่นตัวปลูกไม้ไผ่ตงกันเป็นธุรกิจเกษตรนี่เอง

                  พอฝนลงหน่อไม้ก็แทงยอดโผล่พ้นดินขึ้นมา หน่อไม้หวานคือหน่อของไผ่ซาง ขนาดเล็กกว่าหน่อของไผ่รวก หวานขนาดปอกเปลือกแล้วจิ้มน้ำพริก หรือเครื่องจิ้มอื่นกินสด ๆ ได้ทันที ไม่ขมไม่เฝื่อนไม่ขื่น หวานน้อย ๆ กรอบอร่อย จะฝานบาง ๆ ใส่ลงในปลาร้าทรงเครื่องก็ได้ ใส่แกงทุกชนิดก็อร่อยเป็นที่สุด

                แม่ค้าขายหน่อไม้บางเจ้าเผาหน่อไม้ไผ่รวกแล้วจึงนำมาขาย หอมมากนะ นำไปปอกเปลือกลวกน้ำร้อนเดือดจัด ๆ ไม่ต้องใช้มีดหั่นให้เสียเวลาใช้มือหัก (เด็ด ฉีก) ไปกินไปกับเครื่องจิ้มทุกชนิดที่มีรสชาติเปรี้ยว เค็ม เผ็ด ข้าวสวยร้อน ๆ นะครับ โอ้โฮ...อร่อยแบบไม่มีที่สิ้นสุดจริง



กระดูกซี่โครง หมูอ่อน ๓ ขีด
หน่อไม้รวกเผาปอกเปลือกแล้ว ๓ ขีด
กะทิ ๑ กิโลกรัม
พริกแห้งเม็ดใหญ่ ๕-๗ เม็ด
กระเทียมกลีบเล็ก ๑๐ กลีบ
หอมแดง ๓-๕ หัว
กะปิ ๑ ช้อนกาแฟพูน
ข่าแก่ ตะไคร้ ผิวมะกรูด
กุ้งแห้งป่น ๒ ช้อนคาว
รากผักชี เกลือ
พริกไทย ๗ เม็ด
พริกขี้หนูสวน
 ใบมะกรูด


             
           ๑.  แบ่งหัวกะทิไว้สัก ๒ ทัพพี ที่เหลือใส่หม้อรวมกับซี่โครงหมูอ่อนล้างสะอาดสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ ขนาดองคุลี เคี่ยวจนกะทิแตกมัน หน่อไม้หั่นตามขวางเป็นท่อน ๆ ขนาดยาวประมาณ ๑ นิ้ว เลือกเอาส่วนที่อ่อน ๆ ท่อนใหญ่นักท่านผู้อ่านจะผ่าครึ่งหรือผ่าสี่ก็ได้ตามชอบ

           ๒.   พริกแห้งผ่ากลางแคะเมล็ดออก หรือจะใช้กรรไกรตัดตามขวางเป็นท่อน ๆ ก็ได้ เคาะเมล็ดทิ้ง แช่น้ำให้น่ายสงขึ้นใส่ครกโขลกกับเกลือจนแหลก

          ๓.  ข่า-ตะไคร้ปอกเปลือกซอยละเอียด รากผักชีกับผิวมะกรูดซอยละเอียดเช่นเดียวกัน ตะไคร้และรากผักชีอย่างละ ๑ ช้อนคาว ส่วนข่าและผิวมะกรูดอย่างละ ๑ ช้อนกาแฟ พริกไทย ๗ เม็ด ใส่ลงในครกโขลกให้เข้ากันตามลำดับ

          ๔.  หอมแดงนั้นหากใช้หัวขนาดหัวแม่มือเพียง ๓ หัวก็พอ ถ้าหัวเล็กกว่านั้นใช้ ๕ หัว ปอกเปลือกเช่นเดียวกับกระเทียม ล้างน้ำแล้วซอยหยาบ ๆ พริกขี้หนูสวน (ถ้าชอบเผ็ดปลิดก้านใส่ลงไปสัก ๑๐ เม็ด) กุ้งแห้งป่น กะปิ ใส่ตามลงไป โขลกจนแหลกเข้าด้วยกัน

          ๕.  ตั้งกระทะให้ร้อน ช้อนหน้ากะทิที่เคี่ยวไว้ใส่ลงไป ๔-๕ ทัพพี พอกะทิเดือดตักน้ำพริกแกงจากครกลงผัดให้หอมฟุ้ง ระหว่างที่น้ำพริกแกงยังผัดไม่ได้ที่ อย่าลืมตักหน้ากะทิโรยรอบ ๆ ไปได้ด้วยนะครับ หมั่นผัดหมั่นคนเพราะขณะที่ผัดน้ำพริกแกงนั้นไหม้ง่าย

          ๖.  เมื่อได้ผัดน้ำพริกแกงจนได้ที่แล้ว ช้อนซี่โครงหมูที่เคี่ยวไว้ในหม้อกะทิออกมาทั้งหมดใส่ลงไปผัดกับน้ำพริกแกง ในกระทะ สักพักเติมกะทิลงไปเป็นระยะ ๆ จากนั้นใส่หน่อไม้เผาที่หั่นเตรียมไว้ลงไป หย่อนน้ำตาลปีบลงไปสักเท่าหัวแม่มือ ผัดเข้าด้วยกัน

           ๗.  เติมกะทิลงไปพอท่วม ถ้ายังเหลือกะทิอยู่บ้างอย่าไปเสียดายใส่ถุงพลาสติกเข้าช่องน้ำแข็งไว้ทำกับ ข้าวอื่นกินวันหลัง แกงคั่วหม้อนี้น้ำไม่ต้องมาก

            ๘.  ปรุงรสด้วยน้ำปลาดี แกงของชาวทุ่งนั้นรสเค็มนำเป็นส่วนใหญ่ เมื่อรสชาติเป็นที่พอใจแล้วโรยใบมะกรูดหั่นฝอยคนให้ทั่วใส่หัวกะทิที่แบ่ง ไว้ ยกลงจากเตาตักใส่ถ้วยพร้อมจัดสำรับได้แล้ว

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal