นับตั้งแต่ทิ้งระเบิดปรมาณูลูกแรกของโลกถล่มเมืองฮิโรชิมา เมื่อ 60 ปีที่แล้ว อดีตนายพลพอล ทิบเบ็ตส์ เชื่อมั่นเสมอมาว่าตัวเองได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว

อดีตเสืออากาศ วัย 90 ปีรายนี้ยืนยันว่าตัวเอง "ไม่เคยเสียใจหรือรู้สึกผิด" ในภารกิจครั้งสำคัญดังกล่าวแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นจะคร่าชีวิตผู้คนไม่ต่ำกว่า 1.3 แสนคนก็ตาม
"ทันที ที่ได้รับคำสั่ง ผมรู้ว่าเราจะฆ่าผู้คนมากมาย แต่ตามพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า เราก็จะช่วยรักษาชีวิตผู้คนมากมายเช่นกัน" นายทิบเบ็ตส์ วัย 90 ปี กล่าว
นาย ทิบเบ็ตส์เป็นผู้บังคับการเครื่องบิน "อีโนลา เกย์ (enola gay)" และเป็นคนสั่งให้เครื่องทิ้งระเบิดปรมาณูลงสู่ฮิโรชิมาในช่วงเช้าวันที่ 6 สิงหาคม 2488
"พอทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ลงไปปุ๊บ ก็มีแสงวูบเต็มเครื่องบินเลยทีเดียว พอเราหันไปดูว่าเกิดอะไรกับฮิโรชิมาบ้าง เราก็พบว่าเมืองทั้งเมืองพวยพุ่งไปด้วยควันเดือดๆ ที่น่าสะพรึงกลัว พลังของระเบิดยังทำให้เครื่องบินเราสั่นทั้งๆ ที่เราบินห่างจากเมืองไปตั้ง 16 กิโลเมตรแล้ว"
ระเบิดปรมาณูลูกแรกที่โลกได้รู้จัก สังหารชาวญี่ปุ่นราว 8 หมื่นคนทันที
กระนั้นก็ตาม ญี่ปุ่นไม่ได้ประกาศยอมแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 จนกระทั่งอเมริกาทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ถล่มเมืองนางาซากิในอีก 3 วันให้หลังและมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีกกว่า 7 หมื่นคน
หลังจากสงคราม โลกครั้งที่ 2 ยุติลง นายทิบเบ็ตส์ ได้เลื่อนยศแบบก้าวกระโดดและยังได้รับเชิดชูเกียรติอยู่ในหอประวัติการบิน แห่งชาติด้วย จากตำแหน่งพันโทเมื่อครั้งปฏิบัติภารกิจที่ฮิโรชิมาเมื่อปี 2488 เขาเลื่อนสู่ยศนายพลจัตวาในปี 2502
นอกจากนี้ นายทิบเบ็ตส์ยังได้มีโอกาสพบปะจับมือกับประธานาธิบดีแฮร์รี เอส ทรูแมน ซึ่งเป็นผู้ออกคำสั่งให้อเมริกาใช้ระเบิดปรมาณูกับญี่ปุ่นด้วย
ผู้ที่สนับสนุนการใช้ระเบิดนิวเคลียร์ยุติสงครามกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าหาก นายทรูแมนไม่ตัดสินใจดำเนินการขั้นเด็ดขาด อาจจะต้องมีผู้คนเสียชีวิตเพราะภัยสงครามมากกว่าความสูญเสียที่เกิดในเมือง ฮิโรชิมาและนางาซากิเสียอีก
ก่อนหน้าที่จะใช้ระเบิดนิวเคลียร์ ทหารอเมริกันเสียชีวิตไปถึง 5 หมื่นคนระหว่างเคลื่อนพลบุกโอกินาวาและหากจะใช้อาวุธยุทธวิธีดั้งเดิมในการ บุกตีแดนอาทิตย์อุทัยเพื่อบีบให้จักรพรรดิญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงครามอย่าง ไม่มีเงื่อนไขแล้ว คาดว่าทหารอเมริกาจะต้องสละชีพไม่ต่ำกว่า 2 แสนคน
ตัวเลขประเมินดังกล่าวยังไม่นับรวมทหารญี่ปุ่นและพลเมืองญี่ปุ่นที่ต้องเสีย ชีวิตอีกเรือนแสนด้วย "ถ้าไม่มีระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมาและสงคราม โลกครั้งที่ 2 ไม่ได้ยุติลงอย่างรวดเร็ว ผมว่าคนตายน่าจะมากกว่านี้" นายมาร์วิน เฟล็ตเชอร์ จากมหาวิทยาลัยโอไฮโอ กล่าว แต่นักประวัติ ศาสตร์หลายคนโต้ว่าอเมริกามีหนทางจะบีบให้ญี่ปุ่นยอมแพ้ได้โดยไม่ต้องใช้ ระเบิดปรมาณู แต่อเมริกาก็ไม่เลือกใช้เพราะอยากจะใช้โอกาสดังกล่าวเพื่อแสดงแสนยานุภาพทาง ทหารของแดนพญาอินทรีเองเพื่อข่มขวัญประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหภาพโซเวียต นายเดวิด เคนเนดี อาจารย์มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด กล่าวว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีทรูแมนแทบจะไม่ได้มองประเด็นศีลธรรมและจริยธรรมเลยว่า จะใช้ระเบิดปรมาณูดีหรือไม่ โดยคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลประเด็นนี้
มัวแต่ ศึกษาว่าจะใช้ระเบิดอย่างไรมากกว่าว่าจะคิดว่าควรจะใช้ระเบิดปรมาณูนั้นไหม
"กรรมการ แต่ละคนคุยกันแค่ราว 10 นาทีระหว่างพักเที่ยงก่อนจะตัดสินใจว่าสมควรใช้ระเบิดปรมาณูกับญี่ปุ่นโดย เร็วที่สุด" นายเคนเนดีเผย