สำหรับท่านทียังไม่สมัครเป็นสมาชิกกับทาง Infoforthai อย่าพลาดโอกาส มีสิ่งที่ดีมีอีกมากมายรอคุณอยู่
23 พฤษภาคม 2555, 06:34:32 pm
หน้าแรก
เว็บบอร์ด
ช่วยเหลือ
ค้นหา
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
You are here:
INfo foR tHai--> คลังความรู้คู่คนไทย
หมวดแนะนำเส้นทางทำมาหากิน
มุมบ้านและสวน
(ผู้ดูแล:
แดงคนดี
)ข้อมูล ความหมาย เกี่ยวกับไม้ดอกหอม
← หน้าที่แล้ว
¦
มุมบ้านและสวน
¦
ต่อไป →
หน้า: [
1
]
ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: ข้อมูล ความหมาย เกี่ยวกับไม้ดอกหอม (อ่าน 1746 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ลิงนักจั๊กๆ
คะแนนแทนกำลังใจ: 326
เหรียญรางวัล:
กระทู้: 182
ออฟไลน์
ข้อมูล ความหมาย เกี่ยวกับไม้ดอกหอม
«
เมื่อ:
11 พฤษภาคม 2553, 01:38:51 am »
ไม้ดอกหอม
ไม้ดอกหอม
หมายถึง พรรณไม้ชนิดต่าง ๆ ที่ดอกมีกลิ่นหอมอันเนื่องมาจากต่อมน้ำหอมที่มีอยู่ภายในดอกผลิตสารหอมระเหย ส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายได้แตกต่างกันตามแต่ละชนิดของพืชว่ามีความหอมแบบไหน อีกทั้งระดับความหอมว่ามีทั้งที่หอมมากก หอมน้อย และหอมอ่อน ๆ นอกจากนี้ยังมีช่วงเวลาในการส่งกลิ่นหอมได้ไม่ตรงกัน บางชนิดหอมตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน หลายชนิดส่งกลิ่นหอมได้เฉพาะช่วงเวลา เช่น หอมเมื่อเริ่มแย้มในช่วงพลบค่ำ หรือว่าหอมในยามดึก เช้าตรู่ ช่วงสาย ยามบ่าย จนกระทั่งถึงช่วงเย็น ซึ่งถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมกันมาตั้งแต่อดีตอันยาวนาน หากจะมองย้อนลงไปในประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกกันไว้เป็นตำรา หรือปรากฏอยู่ในวรรณคดีที่มีการประพันธ์กันไว้ในสมัยต่าง ๆ ก็จะพบว่าไม้ดอกหอมได้รับความนิยมมาโดยตลอด ดังเช่น ในสมัยสุโขทัย จาก ไตรภูมิพระร่วงได้กล่าวถึงไม้ดอกหอมบางชนิดที่รู้จักกันในสมัยนี้ เช่น จำปี พุด ลำดวน และยังได้กล่าวเกสรทั้งห้า เกสรทั้งเจ็ด และเกสรทั้งเก้า ที่ มีการนำมาใช้ในตำรายาไทย ซึ่งก็ได้มาจากไม้ดอกหอมชนิดต่าง ๆ กัน อาทิเช่น มะลิ สารภี บุนนาค บัวหลวง เป็นต้น พรรณไม้ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นไม้ไทยที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศไทย หรือกระจายพันธุ์มาจากประเทศใกล้เคียง
ลักษณะของพรรณไม้ดอกหอม
พรรณไม้ดอกหอม
ที่มีการปลูกกันมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยตามบันทึกดังกล่าว จะพบว่า ส่วนใหญ่เป็นไม้ยืนต้นที่มีการคัดเลือกมาจากป่า มีอายุยืนเมื่อปลูกครั้งเดียวก็สามารถใช้ประดับ ไป ได้เป็นระยะเวลายาวนาน เนื่องจากเป็นไม้ไทยพื้นเมือง เมื่อนำมาปลูกแล้วสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพถิ่นที่ปลูกใหม่ได้เป็นอย่าง ดี มีความแข็งแรง ทนทาน ไม่มีปัญหาเรื่องโรคและแมลง แต่อย่างใด ใน ช่วงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาต่อกับสมัยกรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เริ่มมีการนำพรรณไม้หอมจากต่างประเทศเข้ามาปลูกกันมาก จะพบว่าลักษณะของพรรณไม้หอมมีความหลากหลายมากขึ้น มีทั้งชนิดที่เป็นไม้ยืนต้น ไม้พุ่มรอเลื้อย และพรรณไม้น้ำหลายชนิด ยิ่งในยุคปัจจุบันด้วยแล้ว ลักษณะของพรรณไม้ดอกหอมก็ยิ่งมีความหลากหลายมากขึ้น รวมทั้งไม้ล้มลุกหลายชนิดที่กำลังได้รับความนิยม มีพันธุ์ลูกผสมที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์จำนวนมาก โดยบางชนิดมีการปลูกกันจำนวนมากจนกลายเป็นไม้ดอกเศรษฐกิจ เช่น กุหลาบ กล้วยไม้ และบัว เป็นต้น
จุดเด่นของไม้ดอกหอม
กลิ่นหอมเย็นชื่นใจของพรรณไม้หอมเป็นแรงดึงดูดที่สำคัญดลใจให้ผู้คนต้องไปเลือก สรรแต่ละชนิดมาปลูกเลี้ยงกันตามต้องการ โดยทั่วไปหรือส่วนใหญ่ ดอกไม้ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดความหอมมักจะมีกลีบดอกสีขาวหรือสีอ่อน ๆ ดอกบานในช่วงเวลากลางคืน ส่งกลิ่นหอมในยามค่ำคืน ต่างกับดอกไม้ที่ไร้กลิ่นหอมและบานในตอนกลางวัน ที่มักมีสีสันรูปร่างเด่นสะดุดตาอย่าง ไรก็ตาม มีพรรณไม้ดอกหอมหลายชนิดที่บานและส่งกลิ่นหอมในช่วงเวลากลางวันจึงเท่ากับ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้อื่นที่ชื่นชอบไม้หอมได้เชยชมกลิ่นกันอย่างจุใจ ยิ่งหากว่าพรรณไม้ดอกหอมเหล่านั้นมีรูปร่างสวยงามหรือมีสีสันเด่นสะดุดตา ด้วยแล้ว ก็ยิ่งเพิ่มเสน่ห์มากขึ้นเป็นทวีคูณลักษณะ ของดอกอาจเป็นดอกเดี่ยวหรือช่อที่แทงออกมาบานอยู่ตามลำต้นกิ่ง ตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง หรือตามปลายยอด ทยอยกันผลิบานชูช่ออวดโฉมกันอยู่วันแล้ววันเล่า ซึ่งนับวันจะมีรูปร่าง สีสันเด่นสะดุดตามากขึ้น และกลิ่นหอมที่ประทับใจมากขึ้น เพื่อใช้ปลูกประดับ หรือเพื่อเก็บเอาดอกไม้เหล่านี้ไปอบกลิ่นหอมหรือนำไปสกัดน้ำมันหอมระเหย สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ
PJ.สาวเปิ้ล
,
kunyungbin
บันทึกการเข้า
ลิงนักจั๊กๆ
คะแนนแทนกำลังใจ: 326
เหรียญรางวัล:
กระทู้: 182
ออฟไลน์
ข้อมูล ความหมาย เกี่ยวกับไม้ดอกหอม
«
ตอบ #1 เมื่อ:
11 พฤษภาคม 2553, 01:39:22 am »
สภาพที่เหมาะสม
พรรณไม้ดอกหอมที่รู้จักกันในยุคเก่า ๆ ส่วนใหญ่เป็นไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม ไม้พุ่มรอเลื้อย และไม้เถาที่มีการคัดเลือกมาจากในป่า เมื่อปลูกกันเพียงครั้งเดียวก็มีอายุยืนนานหลายปี วิธีการขยายพันธุ์ก็ได้จากการเพาะเมล็ดเป็นส่วนใหญ่ จึงได้ต้นกล้าที่มีระบบรากแก้วที่แข็งแรง ทนทานต่อสภาพแวดล้อม แต่ในขณะเดียวกัน กว่าต้นไม้เหล่านั้นจะเจริญเติบโตจนถึงวัยที่ออกดอกได้ก็ย่อมใช้เวลายาวนานทีเดียว การขยายพันธุ์ในช่วงต่อ ๆ มาจึงมีการนำเอาวิธีการตอนกิ่งมาใช้ เพื่อเป็นการย่นระยะเวลาการปลูกเลี้ยงให้สั้นลงและลดขนาดของลำต้นลง สามารถปลูกให้ออกดอกในกระถางได้ แต่การขยายพันธุ์โดยตอนกิ่งเหมาะสมกับไม้หอมเพียงบางชนิดเท่านั้น และยังพบว่าหลายชนิดมีความอ่อนแอต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม
การขยายพันธุ์และการปลูกเลี้ยง
จากการที่ประเทศไทยมรสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม คือ อากาศร้อนชื้น อุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ในช่วง 20-35 องศาเซลเซียส มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยอยู่ในช่วง 1,200-1,800 มิลลิเมตรต่อปี มีฝนตกกระจายเป็นเวลานานหลายเดือน และมีแสงแดดอย่างเพียงพอตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่พรรณไม้ดอกหอมชนิดต่าง ๆ ต้องการ ประกอบกับประเทศไทยมีสภาพภูมิประเทศในแต่ละท้องถิ่นที่แตกต่างกันตั้งแต่ภาค เหนือจรดใต้สุด มีพื้นที่ภูเขาสูงเนินเขาเตี้ย พื้นราบ ป่าพรุ ชายทะเล เกาะแก่งต่าง ๆ เป็นเหตุให้มีสภาพภูมิอากาศในแต่ละพื้นที่แต่ละจุดแตกต่างกันออกไป จึงมีพรรณไม้ดอกหอมที่ชอบสภาพอากาศและสภาพภูมิประเทศแต่ละอย่างขึ้นอยู่ได้ มากมาย ดังที่เรียกกันว่า มีความหลากหลายทางด้านพันธุกรรมของไม้ดอกหอมสูงมาก อย่างไรก็ตาม ลักษณะดังกล่าวก็มีความเหมาะสมต่อพรรณไม้ดอกหอมจากต่างประเทศอีกหลายชนิดที่ นำเข้ามาปลูกเลี้ยงกัน ดังจะเห็นว่าไม้ดอกหอมจากต่างประเทศหลายชนิดตั้งตัวและเจริญงอกงามได้อย่าง ดีในประเทศไทย เหมือนกับเป็นไม้พื้นเมืองของไทย ดังนั้นชนิดของดอกไม้หอมที่ปลูกเลี้ยงกันอยู่จึงมีจำนวนชนิดเพิ่มมากขึ้น เรื่อย ๆ
การใช้ประโยชน์
การใช้ประโยชน์ในพรรณไม้ดอกหอมอันเป็นเป้าหมายหลักกันแล้ว หากพรรณไม้นั้นมีรูปทรงดอกที่สวยงาม สีสันเด่นสะดุดตา ก็มีโอกาสที่จะได้รับความนิยมมากขึ้น และเป็นเรื่องธรรมดาที่พรรณไม้ดอกหอมแต่ละชนิดได้รับความนิยมนำมาปลูกเลี้ยงเป็นไม้ประดับไปด้วยในเวลาเดียวกัน เพื่อโชว์ลำต้นและทรงพุ่ม เช่น จำปี จำปา โมก กระดังงา สงขลา ฯลฯ ส่วนพรรณไม้ดอกหอมที่เป็นไม้พุ่มรอเลื้อยหรือไม้เลื้อยก็นิยมนำมาปลูกประดับ ซุ้มตามประตูรั้ว นอกชานลานบ้าน ตามซุ้มประดับในสวน หรือแม้กระทั่งให้เลื้อยเกาะรั้วเพื่อความสวยงาม เช่น การเวก มะลิวัลย์ และชมนาด เป็นต้น ส่วนต้นที่มีขนาดสูงใหญ่ก็ยังใช้ประโยชน์เป็นไม้ให้ร่มเงา ไม้บังลมให้กับอาคารบ้านเรือนได้อีกด้วย เช่น กันเกรา ลำดวน และบุนนาค นอกจากนี้แล้วพรรณไม้ดอกหอมหลายชนิดยังมีการนำดอกมาใช้ประโยชน์เป็นพืชสมุนไพร ดัง มีชื่ออยู่ในตำรายาไทยแผนโบราณ เช่น เกสรทั้งห้า ดังกล่าวแล้ว การนำดอกไม้หอมมาอบเครื่องหอม หรือเก็บเอาดอกมาสกัดน้ำมันหอมระเหยเพื่อใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ก็มีทำกันอยู่ทั่วไป พรรณไม้ดอกหอมบางชนิดมีตัวยาสมุนไพรอยู่ในส่วนของลำต้น
ที่มา...www.jobs-thailand.com.. กลุ่มพืชศาสตร์ วิทยาศาสตร์เกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี- ภาพจากอินเตอร์เน็ต
kunyungbin
บันทึกการเข้า
หน้า: [
1
]
ขึ้นบน
พิมพ์
← หน้าที่แล้ว
¦
มุมบ้านและสวน
¦
ต่อไป →
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
หมวดรวมใจชาวไทย
-----------------------------
=> มุมศาสนา
===> พุทธประวัติ
===> พุทธสาวก
===> มงคลชีวิต
===> นิทานธรรมะ
=> เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
===> ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณกรมหลวงชุมพรฯ
=> มุมภาษาไทย
=> มุมประวัติศาสตร์
===> ชีวะประวัติบุคคลสำคัญและผลงาน
===> ศิลปะและวัฒนธรรม
===> ดนตรีไทย
-----------------------------
หมวดคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี
-----------------------------
=> มุมถาม-ตอบปัญหาคอมฯ
=> มุมTip-เทคนิคคอมฯ
=> มุมบทความไอที-เทคโนโลยี
=> กราฟฟิก Graphics
=> ฟรีแวร์ Freeware
===> หนังสือ E-book
-----------------------------
หมวดสารพันบันเทิง
-----------------------------
=> มุมกาพย์ กลอน โคลง ฉันท์
===> บทกลอนธรรมภาษิต
===> เคล็ดลับการแต่งกลอน
=> มุมคนรักการท่องเที่ยว
=> มุมเฮฮา - สาระน่ารู้
===> มุมคนรักกีฬา
===> สุขภาพที่ดี
===> มุมพยากรณ์โดยหมอจุ๋ม
===> มุมต้อนรับสมาชิก
===> แม่และเด็ก Breastfeeding
-----------------------------
หมวดแนะนำเส้นทางทำมาหากิน
-----------------------------
=> มุมซื้อขาย-ประชาสัมพันธ์
=> มุมภูมิปัญญาไทยอาชีพเสริม
=> มุมการเกษตร
=> มุมอาหารการกิน
=> มุมบ้านและสวน
-----------------------------
หมวดการใช้งานเวบไซค์
-----------------------------
=> มุมแจ้งปัญหาและการใช้งานบอร์ด
===> INfo foR tHai Music
SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal