หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ข้อมูล ความหมาย เกี่ยวกับไม้ดอกหอม  (อ่าน 1746 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
คะแนนแทนกำลังใจ: 326
เหรียญรางวัล:
Real FanGlobal Moderator
กระทู้: 182
ออฟไลน์ ออฟไลน์
« เมื่อ: 11 พฤษภาคม 2553, 01:38:51 am »

ไม้ดอกหอม  

                     ไม้ดอกหอม หมายถึง  พรรณไม้ชนิดต่าง ๆ ที่ดอกมีกลิ่นหอมอันเนื่องมาจากต่อมน้ำหอมที่มีอยู่ภายในดอกผลิตสารหอมระเหย  ส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายได้แตกต่างกันตามแต่ละชนิดของพืชว่ามีความหอมแบบไหน  อีกทั้งระดับความหอมว่ามีทั้งที่หอมมากก  หอมน้อย  และหอมอ่อน ๆ นอกจากนี้ยังมีช่วงเวลาในการส่งกลิ่นหอมได้ไม่ตรงกัน  บางชนิดหอมตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน หลายชนิดส่งกลิ่นหอมได้เฉพาะช่วงเวลา เช่น หอมเมื่อเริ่มแย้มในช่วงพลบค่ำ  หรือว่าหอมในยามดึก  เช้าตรู่  ช่วงสาย  ยามบ่าย  จนกระทั่งถึงช่วงเย็น  ซึ่งถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมกันมาตั้งแต่อดีตอันยาวนาน  หากจะมองย้อนลงไปในประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกกันไว้เป็นตำรา  หรือปรากฏอยู่ในวรรณคดีที่มีการประพันธ์กันไว้ในสมัยต่าง ๆ ก็จะพบว่าไม้ดอกหอมได้รับความนิยมมาโดยตลอด  ดังเช่น  ในสมัยสุโขทัย  จาก ไตรภูมิพระร่วงได้กล่าวถึงไม้ดอกหอมบางชนิดที่รู้จักกันในสมัยนี้ เช่น จำปี พุด ลำดวน และยังได้กล่าวเกสรทั้งห้า เกสรทั้งเจ็ด และเกสรทั้งเก้า  ที่ มีการนำมาใช้ในตำรายาไทย ซึ่งก็ได้มาจากไม้ดอกหอมชนิดต่าง ๆ กัน อาทิเช่น มะลิ สารภี บุนนาค บัวหลวง เป็นต้น พรรณไม้ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นไม้ไทยที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศไทย หรือกระจายพันธุ์มาจากประเทศใกล้เคียง

ลักษณะของพรรณไม้ดอกหอม

                       พรรณไม้ดอกหอมที่มีการปลูกกันมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยตามบันทึกดังกล่าว จะพบว่า      ส่วนใหญ่เป็นไม้ยืนต้นที่มีการคัดเลือกมาจากป่า มีอายุยืนเมื่อปลูกครั้งเดียวก็สามารถใช้ประดับ    ไป ได้เป็นระยะเวลายาวนาน เนื่องจากเป็นไม้ไทยพื้นเมือง เมื่อนำมาปลูกแล้วสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพถิ่นที่ปลูกใหม่ได้เป็นอย่าง ดี มีความแข็งแรง ทนทาน ไม่มีปัญหาเรื่องโรคและแมลง แต่อย่างใด  ใน ช่วงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาต่อกับสมัยกรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เริ่มมีการนำพรรณไม้หอมจากต่างประเทศเข้ามาปลูกกันมาก จะพบว่าลักษณะของพรรณไม้หอมมีความหลากหลายมากขึ้น มีทั้งชนิดที่เป็นไม้ยืนต้น ไม้พุ่มรอเลื้อย และพรรณไม้น้ำหลายชนิด ยิ่งในยุคปัจจุบันด้วยแล้ว ลักษณะของพรรณไม้ดอกหอมก็ยิ่งมีความหลากหลายมากขึ้น รวมทั้งไม้ล้มลุกหลายชนิดที่กำลังได้รับความนิยม มีพันธุ์ลูกผสมที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์จำนวนมาก โดยบางชนิดมีการปลูกกันจำนวนมากจนกลายเป็นไม้ดอกเศรษฐกิจ เช่น กุหลาบ กล้วยไม้ และบัว เป็นต้น

จุดเด่นของไม้ดอกหอม  

                 กลิ่นหอมเย็นชื่นใจของพรรณไม้หอมเป็นแรงดึงดูดที่สำคัญดลใจให้ผู้คนต้องไปเลือก สรรแต่ละชนิดมาปลูกเลี้ยงกันตามต้องการ โดยทั่วไปหรือส่วนใหญ่ ดอกไม้ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดความหอมมักจะมีกลีบดอกสีขาวหรือสีอ่อน ๆ ดอกบานในช่วงเวลากลางคืน ส่งกลิ่นหอมในยามค่ำคืน ต่างกับดอกไม้ที่ไร้กลิ่นหอมและบานในตอนกลางวัน ที่มักมีสีสันรูปร่างเด่นสะดุดตาอย่าง ไรก็ตาม มีพรรณไม้ดอกหอมหลายชนิดที่บานและส่งกลิ่นหอมในช่วงเวลากลางวันจึงเท่ากับ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้อื่นที่ชื่นชอบไม้หอมได้เชยชมกลิ่นกันอย่างจุใจ ยิ่งหากว่าพรรณไม้ดอกหอมเหล่านั้นมีรูปร่างสวยงามหรือมีสีสันเด่นสะดุดตา ด้วยแล้ว ก็ยิ่งเพิ่มเสน่ห์มากขึ้นเป็นทวีคูณลักษณะ ของดอกอาจเป็นดอกเดี่ยวหรือช่อที่แทงออกมาบานอยู่ตามลำต้นกิ่ง ตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง หรือตามปลายยอด ทยอยกันผลิบานชูช่ออวดโฉมกันอยู่วันแล้ววันเล่า ซึ่งนับวันจะมีรูปร่าง สีสันเด่นสะดุดตามากขึ้น และกลิ่นหอมที่ประทับใจมากขึ้น เพื่อใช้ปลูกประดับ หรือเพื่อเก็บเอาดอกไม้เหล่านี้ไปอบกลิ่นหอมหรือนำไปสกัดน้ำมันหอมระเหย สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

บันทึกการเข้า
imza
คะแนนแทนกำลังใจ: 326
เหรียญรางวัล:
Real FanGlobal Moderator
กระทู้: 182
ออฟไลน์ ออฟไลน์
« ตอบ #1 เมื่อ: 11 พฤษภาคม 2553, 01:39:22 am »

สภาพที่เหมาะสม

                       พรรณไม้ดอกหอมที่รู้จักกันในยุคเก่า ๆ ส่วนใหญ่เป็นไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม ไม้พุ่มรอเลื้อย และไม้เถาที่มีการคัดเลือกมาจากในป่า เมื่อปลูกกันเพียงครั้งเดียวก็มีอายุยืนนานหลายปี วิธีการขยายพันธุ์ก็ได้จากการเพาะเมล็ดเป็นส่วนใหญ่  จึงได้ต้นกล้าที่มีระบบรากแก้วที่แข็งแรง  ทนทานต่อสภาพแวดล้อม  แต่ในขณะเดียวกัน  กว่าต้นไม้เหล่านั้นจะเจริญเติบโตจนถึงวัยที่ออกดอกได้ก็ย่อมใช้เวลายาวนานทีเดียว  การขยายพันธุ์ในช่วงต่อ ๆ มาจึงมีการนำเอาวิธีการตอนกิ่งมาใช้  เพื่อเป็นการย่นระยะเวลาการปลูกเลี้ยงให้สั้นลงและลดขนาดของลำต้นลง  สามารถปลูกให้ออกดอกในกระถางได้  แต่การขยายพันธุ์โดยตอนกิ่งเหมาะสมกับไม้หอมเพียงบางชนิดเท่านั้น  และยังพบว่าหลายชนิดมีความอ่อนแอต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม

การขยายพันธุ์และการปลูกเลี้ยง 

                        จากการที่ประเทศไทยมรสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม คือ อากาศร้อนชื้น อุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ในช่วง 20-35 องศาเซลเซียส มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยอยู่ในช่วง 1,200-1,800 มิลลิเมตรต่อปี มีฝนตกกระจายเป็นเวลานานหลายเดือน และมีแสงแดดอย่างเพียงพอตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่พรรณไม้ดอกหอมชนิดต่าง ๆ ต้องการ ประกอบกับประเทศไทยมีสภาพภูมิประเทศในแต่ละท้องถิ่นที่แตกต่างกันตั้งแต่ภาค เหนือจรดใต้สุด มีพื้นที่ภูเขาสูงเนินเขาเตี้ย พื้นราบ ป่าพรุ ชายทะเล เกาะแก่งต่าง ๆ เป็นเหตุให้มีสภาพภูมิอากาศในแต่ละพื้นที่แต่ละจุดแตกต่างกันออกไป จึงมีพรรณไม้ดอกหอมที่ชอบสภาพอากาศและสภาพภูมิประเทศแต่ละอย่างขึ้นอยู่ได้ มากมาย ดังที่เรียกกันว่า มีความหลากหลายทางด้านพันธุกรรมของไม้ดอกหอมสูงมาก อย่างไรก็ตาม ลักษณะดังกล่าวก็มีความเหมาะสมต่อพรรณไม้ดอกหอมจากต่างประเทศอีกหลายชนิดที่ นำเข้ามาปลูกเลี้ยงกัน ดังจะเห็นว่าไม้ดอกหอมจากต่างประเทศหลายชนิดตั้งตัวและเจริญงอกงามได้อย่าง ดีในประเทศไทย เหมือนกับเป็นไม้พื้นเมืองของไทย ดังนั้นชนิดของดอกไม้หอมที่ปลูกเลี้ยงกันอยู่จึงมีจำนวนชนิดเพิ่มมากขึ้น เรื่อย ๆ

การใช้ประโยชน์

                    การใช้ประโยชน์ในพรรณไม้ดอกหอมอันเป็นเป้าหมายหลักกันแล้ว  หากพรรณไม้นั้นมีรูปทรงดอกที่สวยงาม  สีสันเด่นสะดุดตา  ก็มีโอกาสที่จะได้รับความนิยมมากขึ้น  และเป็นเรื่องธรรมดาที่พรรณไม้ดอกหอมแต่ละชนิดได้รับความนิยมนำมาปลูกเลี้ยงเป็นไม้ประดับไปด้วยในเวลาเดียวกัน  เพื่อโชว์ลำต้นและทรงพุ่ม  เช่น  จำปี จำปา โมก  กระดังงา สงขลา ฯลฯ ส่วนพรรณไม้ดอกหอมที่เป็นไม้พุ่มรอเลื้อยหรือไม้เลื้อยก็นิยมนำมาปลูกประดับ ซุ้มตามประตูรั้ว นอกชานลานบ้าน ตามซุ้มประดับในสวน หรือแม้กระทั่งให้เลื้อยเกาะรั้วเพื่อความสวยงาม เช่น การเวก มะลิวัลย์ และชมนาด เป็นต้น ส่วนต้นที่มีขนาดสูงใหญ่ก็ยังใช้ประโยชน์เป็นไม้ให้ร่มเงา  ไม้บังลมให้กับอาคารบ้านเรือนได้อีกด้วย เช่น กันเกรา ลำดวน และบุนนาค นอกจากนี้แล้วพรรณไม้ดอกหอมหลายชนิดยังมีการนำดอกมาใช้ประโยชน์เป็นพืชสมุนไพร  ดัง มีชื่ออยู่ในตำรายาไทยแผนโบราณ เช่น เกสรทั้งห้า ดังกล่าวแล้ว การนำดอกไม้หอมมาอบเครื่องหอม หรือเก็บเอาดอกมาสกัดน้ำมันหอมระเหยเพื่อใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ก็มีทำกันอยู่ทั่วไป พรรณไม้ดอกหอมบางชนิดมีตัวยาสมุนไพรอยู่ในส่วนของลำต้น

ที่มา...www.jobs-thailand.com.. กลุ่มพืชศาสตร์ วิทยาศาสตร์เกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี- ภาพจากอินเตอร์เน็ต

บันทึกการเข้า
imza
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal